www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นิทานก่อนนนอน  (อ่าน 4907 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ยูงทอง
บุคคลทั่วไป


อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 10:25:21 pm »

[ 28 ม.ค. 2550 02:14:40 ] แจ้งลบ พิมพ์ 61.19.182.111



นิทานเรื่อง สองพี่น้องผจญภัย

มีหญิงม่ายคนหนึ่ง ซึ่งสามีได้เสียชีวิตไป ตอนภรรยาคลอดลูกแฝดได้ไม่นาน เธอมีลูกชาย2 คน เป็นพี่น้องฝาแฝด อยู่ในวัยที่กำลังซุกซน วัยอยากรู้อยากเห็น ชื่อ น้องบู้ กับ น้องบี้ด้วยวัยที่ซุกซน ทั้งสองได้แอบหนีแม่ไปหา คุณลุงซึ่งอยู่ห่างไปอีกจังหวัดหนึ่งโดยเดินทางโดยรถไฟระหว่างเดินทางอยู่บนรถไฟก็ได้มองเห็น สวนไร่นา เห็นชาวนาจูงควาย ทำนาปลูกข้าวกินมองเห็นเด็กๆกำลังเล่นอยู่ริมคลอง อย่างสนุกสนาน ....สบายใจระหว่างเดินทางมองเห็นป่าทึบ พอถึงสถานี ก็เลยลงไปเดินเล่นผจญภัยในป่า ไปอย่างเพลิดเพลินก็เลยได้เจอเข้ากับลิงตัวใหญ่กำลังโหนต้นไม้ด้วยความตกใจที่เห็นลิงตัวใหญ่ น้อง บู้ก็เลยบอกกับน้องบี้ว่า
"เรารีบหนีกันเถิด ตัวมันใหญ่มาก เดี๋ยว มันจะมาทำร้ายเอา" วิ่งๆไปก็เจอกับกระต่ายตัวน้อยน่ารักเดินเล่นกันมาได้สักระยะก็เหนื่อยนั่งพัก ฟังเสียงนกร้องใต้ต้นไม้ใหญ่ ก็เผลอหลับไปทั้งคู่ตื่นขึ้นมาเจอกับ กวางตัวน้อย ด้วยความเพลิดเพลิน
ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองอยู่ ณ ตำแหน่งไหนของป่าขณะที่ทั้งสอง กำลังเดินเพลินๆอยู่นั้นก็ต้อง ตกใจสุดขีด เพราะได้เจอกับเจ้าตัวยาว มันคืองู ตัวใหญ่ "เราควรจะไปห่างๆมันจะดีกว่านะ อันตราย"ครั้นเดินมาเจอบึงเห็นน้ำใสๆ น้องบู้บี้กะว่าจะล้างหน้าให้ชื่นใจก็ต้องตกใจอีกเมื่อเจอกับ จรเข้ตัวโตนอน อาบแดดอยู่น้องบู้กับน้องบี้ก็ถอนหายใจโล่งอก และบ่นว่า "เฮ้อ..โชคดี
ที่มันไม่กินเรา"
เดินไปอีกก็เจอกับม้าป่า
จอมฉุน เมื่อเห็นน้องบู้ บี้มันทำท่าจะดีด ถอยดีกว่าทั้งสองคนวิ่งหนีไป ต่างก็หกล้มไปคนละทิศละทาง ลุกขึ้นได้ก็วิ่งหนีขึ้นต้นไม้ ปีนลงมาไม่ทันหายเหนื่อย
ก็เจอกับช้างป่าตัวโตอีก กำลังสองพี่น้องวิ่งหลบเข้าไปในโพรงไม้ กะว่าจะพักให้หายเหนื่อยซะก่อน แล้วจึงค่อยออกจากป่า
ขืนอยู่ไม่รู้ว่า จะโชคดีเหมือนที่ผ่านมาหรือเปล่า มีแต่อันตราย จึงหลับไปอีกรอบ
อาละวาดหักต้นไม้ เสียงดังโผงผาง ทั้งสองต้องสดุ้งสุดตัวอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงปืน
คงเป็นพรานล่าสัตว์แน่ดังใกล้ๆ ท่าจะไม่ดีซะแล้วทั้งสองต้องสดุ้งสุดตัวอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงปืนคงเป็นพรานล่าสัตว์แน่ดัง
ใกล้ๆ ท่าจะไม่ดีซะแล้วสองพี่น้องยังไม่ถึงที่ตาย โชคดีที่เจอกับนายพราน เห็นทั้งสองกำลังวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลาน และเห็นว่ามีเสือ วิ่งไล่ตามมานายพรานมีน้ำใจก็เลยส่งเด็กๆ ออกจากป่า เมื่อออกมาที่สถานีรถไฟได้แล้ว ทั้งสองคิดกลับบ้านทันที โดยไม่ไปหาลุง เมื่อเจอแม่ ทั้งสองก็โผกอดแล้วก็บอกเล่าทุกอย่างให้แม่ฟัง พร้อมกับขอโทษที่ไปโดยไม่ได้บอกกล่าว และสัญญาว่า ต่อไปนี้จะไม่ไปไหนให้ไกลจากสายตาแม่แล้วและจะไม่ซุกซนออกนอกลู่นอกทางอีกต่อไป ลูกขอสัญญา

นิทานสอนให้รู้ว่า


เด็กๆ ไม่ควรแอบหนีไปเล่นที่เปลี่ยวๆ และไกลหูไกลตาคุณพ่อคุณแม่
เพราะจะไม่ปลอดภัยเลยนะ จะบอกให้
[/b]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2008, 12:45:03 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
มนตราแห่งทะเล
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 463



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 10:26:04 pm »

#Comment : 1 28 ม.ค. 2550 09:36:38
ยูงทอง [ 61.19.182.81 ]

ตำนาน "ขนมครก"...

     

    ไอ้ทิ หรือพ่อกะทิ ชายหนุ่มโผงผางผู้กำพร้าพ่อแม่อยู่ตัวคนเดียว พูดจริงทำจริง ขยันขันแข็งเอางานเอาการ เสร็จจากงานนาก็มารับจ้างขี่ควาย ส่งคนเข้าซอย ทุกคนในหมู่บ้านล้วนรักและเอ็นดูไอ้ทิ ยกเว้นผู้ใหญ่ปลั่ง เพราะผู้ใหญ่ปลั่งมีลูกสาวสวยที่ดันมาหลงรักไอ้ทิด้วยเช่นกัน



    แม่แป้ง ลูกสาวคนเดียวของผู้ใหญ่ปลั่งสาวสวยประจำหมู่บ้าน นางเจอกับไอ้ทิในวันลอยกระทง ทั้งคู่ขี่ควายสัญญากันต่อหน้าพระจันทร์ ไม่ว่าข้างหน้าจะมีอุปสรรคขวางกั้นเพียงใด ทั้งคู่ก็จะขอเอาความรักแท้ที่จริงใจฝ่าฟันข้ามไป แล้วไอ้ทิก็รวบรวมเงินทองเท่าที่เก็บสะสมมาได้ ไปบ้านผู้ใหญ่ปลั่งเพื่อสู่ขอแม่แป้ง ซึ่งผู้ใหญ่ก็ต้อนรับมันอย่างดี ด้วยชายฉกรรจ์ 6 นาย พร้อมอาวุธครบมือ ไอ้ทิไม่ว่ากระไร ได้แต่พาร่างอันสะบักสะบอมกลับไปบ้านนอนหยอดน้ำข้าวต้มหลายวัน ด้วยใจยังตั้งมั่นว่า วันหน้าจะมาขอใหม่ ขอไปจนกว่าผู้ใหญ่จะใจอ่อน

     
    ในที่สุดผู้ใหญ่ปลั่งก็ปิดหนทางความรักของไอ้ทิ ด้วยการคลุมถุงจัดงานแต่งงานให้ลูกสาวกับปลัดหนุ่มจากบางกอก ไอ้ทิรู้ข่าวจึงรีบวิ่งทุรนทุรายหมายจะมาทำลายพิธี ซึ่งผู้ใหญ่ปลั่งก็รู้ดีว่าไอ้ทิต้องกระทำแบบนี้ จึงขุดหลุมพรางดักรอเอาไว้ แม่แป้งแอบได้ยินแผนร้าย ก็แอบหนีหมายจะมาห้ามคนรักไม่ให้หลงกล เหตุการณ์ต่อไปนี้ไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์ ได้แต่ปะติดปะต่อมาจากคำบอกเล่าของชาวบ้านแบบปากต่อปากว่า

     

คืนนั้นเป็นคืนเดือนแรม แม่แป้งแอบวิ่งฝ่าความมืดออกมาดักหน้าไอ้ทิ ไอ้ทิเห็นแม่แป้งวิ่งมาก็ดีใจ รีบวิ่งไปหาแม่แป้ง เห็นไอ้ทิรีบวิ่งมาก็รีบวิ่งเข้าไปหาให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก ฉับพลัน...ร่างแม่แป้งก็ร่วงหล่นลงไปในหลุมพรางของผู้ใหญ่ปลั่งต่อหน้าต่อตาไอ้ทิ ทันที้งอารามตกใจ ไอ้ทิรีบกระโดดตามลงไปเพื่อช่วยเหลือ อารามดีใจ สมุนชายฉกรรจ์ 6 นายของผู้ใหญ่ปลั่งรีบเข้ามาโกยดินฝังกลบ เพราะคิดว่าก้นหลุมมีเพียงไอ้ทิผู้เดียวที่อยู่ในนั้น

 

รุ่งเช้า ผู้ใหญ่ปลั่งเดินยิ้มมาขุดหลุมเพื่อดูผล ภาพเบื้องล่างพบไอ้ทิตระกองกอดทับร่างแม่แป้งลูกสาวของตน นอนตายคู่กันอย่างมีความสุข เมื่อยิ้มถูกเปลี่ยนไปเป็นน้ำตา ผู้ใหญ่ปลั่งสั่งลูกสมุนสร้างเจดีย์คลุมครอบปิดหลุมนั้นไว้ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจคนทั่วไปว่า อย่าคิดทำร้ายหรือทำลายความรักของใครอีกเลย สถานที่ตั้งเจดีย์นั้นไม่มีใครรู้แน่นอน ที่กระทำสืบทอดกันมาจนเป็นประเพณี

 

จะมีก็แต่เพียงอนุสรณ์แห่งความรัก ที่กระทำสืบทอดกันมาจนเป็นประเพณีทุกแรมหกค่ำเดือนหก ชาวบ้านที่ศัรทธาในความรักของไอ้ทิกับแม่แป้งจะตื่นตั้งแต่มืด เข้าครัวเพื่อทำขนมที่หอมหวาน ปรุงจากแป้งและกะทิ บรรจงแคะจากพิมพ์ แล้วนำมาวางคว่ำหน้าซ้อนกัน เป็นสัญลักษณ์ว่า จะได้อยู่ร่วมกันตลอดไป ขนมนี้เรียกขานกันในนาม ขนมแห่งความรัก (ขนมของ "คนรักกัน" ) หรือเรียกย่อๆ ว่า " ขนม ค.ร.ก."...

 

ที่มา : มะลิลา.คอม



ยูงทอง
30 ม.ค. 2550 14:18:25


มดกับตั๊กแตน ::




ตั๊กแตนเจ้าสำราญตัวหนึ่งนิสัยเกียจคร้านชอบความสะดวกสบาย ตลอดช่วงฤดูร้อนที่สัตว์อื่นๆ พากันหาอาหารไปเก็บสะสมไว้ในรัง มันมัวแต่ร้องรำทำเพลงสนุกสนานไปวันๆ ครั้งถึงฤดุหนาวหิมะตกหนัก ตั๊กแตนไม่สามารถหาอาหารกินได้ อดอยู่หลายวันจนในที่สุดต้องซมซานมาเคาะประตูรังของมดที่เคยรู้จัก

"ได้โปรดเถิดเพื่อน ขออาหารให้ฉันประทังชีวิตสักหน่อยเมื่อพ้นฤดูหนาวอันแสนทารุณนี้แล้ว ฉันสัญญาว่าจะหามาใช้คืนเป็นเท่าตัว" ตั๊กแตนพยายามวิงวอน

"อ้าว.....ก็เมื่อตอนฤดูร้อนที่ใครๆ เขาพากันทำมาหากินตัวเป็นเกลียว เจ้ามัวทำอะไรอยู่" มดย้อนถาม

"ฉันไม่ได้อยู่เปล่าๆ หรอกนะ แต่ได้ร้องรำทำเพลงตลอดเวลา เมื่อตอนที่เธอและเพื่อนๆ ขนอาหารผ่านมาก็ได้ยินมิใช่หรือ"

"ได้ยินซิ....ในเมื่อเจ้ามัวแต่ร้องเพลงตลอดฤดูร้อน เมื่อถึงฤดูหนาวก็จงเต้นรำให้สนุกเถิด กล่าวจบมดก็ปิดประตูทันที"

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
"ผู้ที่ปล่อยวันเวลาให้ผ่านเลยไปอย่างไรค่า ชีวิตย่อมพบเพียงความว่างเปล่า"


http://www.101netkids.com/story/story_04.htm
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2008, 12:47:28 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF