www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คนงานรังวัด  (อ่าน 2064 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: สิงหาคม 07, 2010, 08:52:24 am »

คนงานรังวัด....

ราส์ส กิโลหก.

คนที่ทำงานเป็นช่างรังวัด ต้องมีคนงานรังวัดเป็นลูกน้องซึ่งต้องออกไปทำงานร่วมกัน ลำพังช่างรังวัดต่อให้เก่งแค่ไหนก็ทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องพึ่งพาพวกคนงานเหล่านี้  ใครที่ได้ลูกน้องดีขยันขันแข็ง ก็สบายตัวไปไม่ต้องปากเปียกปากแฉะ เหนื่อยกายแล้วยังต้องเมื่อยปากอีก   หากต้องเจอคนงานโง่ๆเซ่อๆต้องตะโกนกันลั่นทุ่งเพื่อให้ทำงานให้ถูกต้อง

การเป็นคนงานรังวัดไม่ใช่เป็นกันได้ง่ายๆ ต้องมีความสามารถพิเศษในการอ่านระยะจากสายวัดระยะ แต่ศัพท์ทางช่างกรมที่ดินเรียกว่า โซ่  ถ้าเรียกชื่อเต็มๆเรียกว่าโซ่ลาน ความยาวทั้งเส้น 40 เมตร ลักษณะเป็นเหล็กแบนๆกว้างเท่าเส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก เล็กกว่าเส้นหมี่โคราชเล็กน้อย บนเส้นโซ่จะมีตุ่มทองเหลืองเล็กๆเพื่อแสดงตำแหน่งระยะ ความยาวของตุ่มเหล่านี้ยาว ช่วงละ 40 เซนติเมตร ทั้งเส้นจะมีอยู่ 100 ตุ่มถ้ารวมกันจะยาวทั้งสิ้น 4000 เซนติเมตร ก็คือ 40 เมตรนั่นเอง

ถ้านับจากปลายโซ่ด้านหนึ่ง เมื่อครบ 10 ตุ่ม ตุ่มที่ 10 จะไม่เป็นตุ่มคือจะเป็นแผ่นทองเหลืองลักษณะแบนๆ มีตัวเลข 1 กำกับไว้ให้รู้ว่าตรงนี้คือ 10 ตุ่มถ้านับต่อเนื่องมาอีก 20 คุ่ม ก็ทำนองเดียวกันจะมีตัวเลข 2 กำกับไว้เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แต่ที่แปลกคือมันจะไปสุดแค่เลข 4  เพราะตรงตุ่มทองเหลืองที่ 50 จะไม่เขียนว่าเลข 5 เป็นเพียงเครื่องหมายแบ่งครึ่งคือมีขีดอยู่ที่กลางแผ่นทองเหลือง  และถ้านับต่อไปจากจุดนี้ไปตุ่มที่ 60 จะไม่มีเลข 6 แต่กลายเป็นเลข 4 หมายความว่า การอ่านระยะของโซ่เส้นนี้จะอ่านจากทางด้านต้นก็ได้ หรือทางด้านปลายก็ได้..

นั่นคือ ถ้าอ่านจากด้านหนึ่ง นับไปจนถึง เลข 4 ถัดไปถึงกึ่งกลางก็คือหมายถึงตุ่มที่ 50 นั่นเอง ถ้านับเลยไปอีกจะพบเลข 4 อีกนั่นหมายความว่า มันคือ 60 ตุ่ม ถัดไปอีก เมื่อพบเลข 3 มันคือ 70 ตุ่ม ..ถึงบอกว่าคนที่ไม่มีความชำนาญจะอ่านระยะจากโซ่เหล่านี้ไม่ได้เลย....ที่สำคัญในระหว่างตุ่มต่างๆที่ยาว 40 เซนติเมตร ต้องใช้ความเม่นยำในการกะระยะ...คือ 10 ช่วงๆละ 4 เซนติเมตร  เช่นในการขานระยะ...คนงานรังวัดจะอ่านว่า..

“ลูกพี่ ครับ ระยะวัดได้  1 เส้น 25 ข้อ 3 ปอย 6”   

ชาวบ้านหรือคนทั่วไปไม่รู้หรอกว่ามันเป็นระยะเท่าใด  จะอธิบายให้ฟัง..

ระยะที่วัดนี้ถ้าคำนวณเป็นเมตรก็คือ   
                   1 เส้น     คือ  40 เมตร
                25 ข้อคือ 25 ตุ่มทองเหลืองความยาวตุ่มละ 40 เซนติเมตรคือ  25X0. 40 =   10 เมตร
                3 ปอยคือ 3 ส่วนใน 10 ส่วนของ 40 เซนติเมตร                คือ   3X0.04    =   0.12  เมตร
คำสุดท้ายอ่าน 6 หมายความว่า 6 ส่วน ใน 10 ส่วนของ 4 เซนติเมตร ซึ่งแยกย่อยลงไปอีก คือ  0.024 เมตร
สรุประยะนี้คือ        40+10+ 0.12+0.024     =      50.144    เมตร..
                                                                   
คิดดูแล้วกันว่าถ้าคนทั่วไปหรือคนงานทั่วไปจะไม่สามารถทำงานเป็นคนงานรังวัดได้  ยังๆ ยังไม่หมด คนงานรังวัดต้องล่อห่วงคะแนนเป็น(ห่วงคะแนนคือเหล็กกลมยาวประมาณ  1 เมตรด้านหนึ่งแหลมส่วนอีกด้านทำเป็นห่วงเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ  5 เซนติเมตรสำหรับจับ)  วิธีการคือ....   

ในการวัดระยะต้องใช้คนงาน 2 คน (ถ้าใช้คนเดียวคงต้องนับก้าวเอา)..คนหนึ่งอยู่ที่ปลายโซ่ด้านหน้า  เรียกว่าโซ่หน้า คนนี้ต้องถือห่วงคะแนนไว้ด้วยอย่างน้อยต้อง 5 อันเป็นมาตรฐาน  เอามือจับที่หัวโซ่แล้วเดินไปยังตำแหน่งที่ต้องการวัดระยะ ส่วนคนที่ 2 เรียกว่าโซ่หลัง จะมีหน้าที่ปล่อยโซ่ออกจากจานโซ่ (จานโซ่เป็นเหล็กลักษณะกลมสองแผ่นประกบกันโดยมีแกนเหล็กยึดไว้ให้สองแผ่นติดกัน เพื่อให้มีช่องว่างของจาน ข้างๆจานโซ่จะมีเดือยยื่นออกมาพอสมควรเพื่อใช้ในการหมุน อีกด้านของจานจะมีสายรัดเป็นหนังเพื่อเอามือสอดเข้าไป เส้นโซ่จะม้วนตัวอยู่ในแกนของจานโซ่ เหมือนเชือกว่าว ที่ม้วนอยู่ที่กระป๋องนม  เพียงแต่จานโซ่จะดีกว่าเพราะมีแกนหมุนให้เส้นโซ่เข้าหรือออกได้สะดวกกว่า)

เมื่อเดินจนหมดเส้นโซ่ คือระยะที่ต้องการวัดยาวกว่าเส้นโซ่ คนที่อยู่โซ่หน้าจะควักเอาห่วงคะแนนออกมา เอานิ้วคีบที่ปลายห่วง เพื่อให้น้ำหนักของเหล็กได้แนวดิ่งกับพื้นดิน  คนที่อยู่โซ่หลังจะใช้สัญญาณมือ เพื่อบอกว่าให้ไปทางซ้ายหรือขวา จนกว่า จุดด้านหลัง  จุดด้านหน้า  และห่วงคะแนน จะอยู่ในแนวเดียวกัน คนที่อยู่โซ่หลังจะตวัดมือลงพื้นดิน หมายความว่าให้คนล่อห่วงคะแนนปล่อยเหล็กให้ลงดิน เมื่อเหล็กปักลงดินแล้ว คนโซ่หลังจะใช้สายตา( เซอร์เวย์ ) เล็งอีกครั้งว่า ทั้งสามจุดได้แนวเดียวหรือไม่   ถ้าได้แนวก็จะพยักหน้าตกลงเป็นอันใช้ได้

พวกเขาจะทำอย่างนี้ไปจนกว่าจะถึงจุดหมายที่ต้องการ   คนที่ขานระยะคือโซ่หลัง..เช่น

“ลูกพี่ครับ  ระยะนี้   3 เส้น  30ข้อ 5 ปอย 6”  คือจากระยะนี้ไม่ถึง 4 เส้น  (หมายถึงห่วงอยู่ในมือของเขา 3 อัน เพราะเขาต้องถอนเหล็กออกทุกครั้งที่การวัดระยะผ่านไป)  ไม่ต้องล่อห่วงอันที่ 4  นั่นคือระยะนี้ 3 เส้นกว่าๆ

พูดถึงจานโซ่  คนงานที่ชำนาญเขาจะม้วนเส้นโซ่เข้าจานได้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่นาน เส้นโซ่ ยาว 40 เมตรจะหายวับเข้าไปในจานโซ่ เหมือนเล่นกล..คุณสมบัติของโซ่ลานนั้นเป็นเหล็กผสม มีความเหนียวและทนทาน  แต่เปราะ  คือถ้าโซ่บางส่วนม้วนเป็นคอไก่ถ้าไม่รีบคลายให้ตรง  ยังดึงต่อไปมันจะหัก เปาะทันที ต้องไปให้ร้านที่บัดกรีสังกระสี จัดการเชื่อมต่อให้ใหม่  แต่ถ้าดึงกันตรงๆพวกคนเก่าๆเล่าว่าให้ช้างมาดึงโซ่ก็ไม่ขาด ไม่รู้จริงหรือเท็จไม่เคยลองซักที 

ขอพูดถึงห่วงคะแนนบ้าง  นอกจากจะใช้วัดระยะแล้วยังเป็นเครื่องมือใช้ทิ่มแทงลงไปในที่ดินเพื่อค้นหาหลักเขตเก่าอีกด้วย
ครั้งหนึ่งไปทำการรังวัดในท้องที่ห่างไกลแห่งหนึ่ง...

“อ้ายเบี้ยว มึงไปแทงหาหลักเก่า ตรงโคกหัวนาข้างหน้า  เจ้าของที่ดินบอกว่า มีหลักเก่าอยู่”

ตอนนั้นเป็นหน้าหนาว ลมหนาวพัดตึงๆท้องนาแห้งมีแต่กอซังข้าว  อ้ายเป๋ กับอ้ายง่อย ที่ยืนอยู่ข้างๆนึกสนุก พวกมันถือห่วงคะแนนคนละอัน วิ่งตามอ้ายเบี้ยวไปด้วย... ด้วยความคะนองร้อง เย้ๆๆกันสนุกปาก วิ่งไปได้ประมาณ 2 เส้น  ได้เรื่องครับได้เรื่อง..

ตรงป่าละเมาะบนโคกใหญ่ที่พวกคนงานกำลังจะผ่านไป..มีเสียงคนร้องโวยวายด้วยความตกใจมาจากป่า สักพักเห็นมีผู้หญิงแก่3 คนนุ่งผ้าถุง  วิ่งเตลิดออกไปด้านหลังป่า แต่ละคนอุ้มไหออกไปด้วย...แป๊บเดียวหายเงียบเข้าป่าใหญ่ไปเลย..

ลุงน้อยเจ้าของที่ดินบอกว่า   มันคงนึกว่าเจ้าหน้าที่สรรพสามิตมาแทงไหเหล้า  คนวิ่งนำหน้าคือ อีปริก อี่นี่ชอบหมักเหล้าขาย..

                               *************************************

คนงานรังวัดที่อายุงานมากๆพวกนี้เขี้ยวรอบตัวถ้ามีช่างย้ายมาใหม่ๆ มักโดนพวกนี้แหกตาอยู่บ่อยๆ...

“พี่ครับ”   เสียงนรชาติ  ช่างรุ่นน้องที่ย้ายมาใหม่จากกรุงเทพฯ พูดขึ้นที่หน้าโต๊ะ

“มีอะไร นรชาติ”

“โซ่ที่นี่เปราะจังเลยพี่ ผมออกไปรังวัดทีไรโซ่หักทุกครั้งเลย   หลายหนแล้ว เสียทั้งเวลาและเงินค่าจ้างที่ต้องเพิ่มขึ้น เพราะต้องออกไปใหม่อีก  ” 

“นายเอาใครไปเป็นคนงาน”

“เด็กบ้านเสือขบชื่อ แบะแล้วก็ ชื่อ แก่ ครับ”

ผมถอนใจ  “อ้ายสองตัวนี้มันมือหักโซ่”

“หมายความว่าไงครับพี่ ?”

“โซ่จะหักตอนใกล้เที่ยงใช่ไหม  แล้วเจ้าของต้มไก่รอด้วยพร้อมเหล้า”   

“โอ้ ! โห้    พี่นี่แสนรู้.....อุ๊ยๆๆขอโทษพี่”  เขายกมือไหว้

“อ้ายเวร”ผมนึกในใจ..

“ตรงเป๊ะ เลยพี่”

“พอโซ่ขาดก็เลิกงาน  กินเหล้าแกล้มต้มไก่”

“เป๊ะเลยพี่”

พวกมันรับน้องใหม่อย่างเอ็ง ไงล่ะ..

ผมชวนนรชาติไปกินเหล้าตอนเย็น  เดี๋ยวข้าจะฝึกวิชาปราบมารให้   อ้ายน้อง!

                                             **************************************

วันต่อมาผมนั่งทำงานที่สำนักงานถึงเย็นเพราะมีงานค้างอยู่  เกือบหกโมงเย็น นรชาติกลับมาจากท้องที่ วันนี้เขาไปรังวัดที่ ตำบลดอนพุด  อ้ายแบะและอ้ายแก่เดินตามหลังมา ในมือถือเครื่องมือรังวัด..หน้าตามันทั้งสองบอกบุญไม่รับ..

ตรงกันข้ามกับ นรชาติ หน้าตาเบิกบาน..เขาเดินตรงมาที่ผมนั่งอยู่

“อยู่หมัดเลยพี่  ทำตามที่พี่บอก  พวกมันหงอยไปเลย”

ผมแนะนำนรชาติว่า  ถ้ามันแอบหักโซ่ ให้เอาโซ่หักๆนั่นแหละวัดต่อไป เหลือแค่ไหนเอาแค่นั้นวัด โซ่สั้นคนงานรังวัดก็จะลำบาก เพราะต้องขยับเส้นต่อเส้นมากขึ้น 100 เมตรแทนที่จะล่อห่วงแค่ 2 ครั้ง ถ้าโซ่สั้นต้องล่อห่วงมากครั้งขึ้นความลำบากของคนวัดก็เพิ่มมากขึ้น...นี่แหละวิชาหักเขี้ยว..สุนัข..

                                         ****************************************

ยังมีอีก  พวกที่เอาเปรียบคนงานด้วยกัน   ตอนเช้าๆตรงหน้าสำนักงาน พวกคนงานรังวัดจะมานั่งรอเพื่อไปกับลูกพี่  ส่วนมากจะนัดกันล่วงหน้าแล้ว   

“พี่ๆๆวันนี้ผมปวดท้อง พี่หาคนอื่นแทนแล้วกัน”    อ้ายแบะบอกกับช่างรังวัดคนหนึ่ง

“เฮ้ย ! มาบอกอะไรตอนนี้  แล้วข้าจะหาใครแทนได้ล่ะนี่  มึงนะมึง เสือกมาป่วยตอนนี้ ”  เล่นเอาลูกพี่หัวเสีย เพราะต้องลำบากหาคนไปแทน

                                       ******************************************

แต่คนหัวดี  แถไปหาช่างอีกคน

“พี่เบิ้ม  วันนี้ผมขอออกด้วยนะพี่”  อ้ายแบะยิ้มร่า

“ได้เลยๆ ไปกับกู” น้าเบิ้มยิ้มที่มุมปาก

อ้ายแบะคงไม่ได้ดูดวงก่อนออกจากบ้าน  จึงกลายเป็นวันโลกาวินาศของมัน..

น้าเบิ้มกลับจากรังวัดเกือบมืด  สภาพอ้ายแบะ..ที่เดินตามหลังมามอมแมมเหมือนไปฟัดกับน้องควายมา

ช่างเบิ้มหันมายักคิ้วกับผม..

กูรู้ว่าอ้ายนี่มันแสบ   แต่ขอโทษเหนืออ้ายแบะยังมีกู...เบิ้ม บางเบิดเว้ย !...

มันเป็นไง น้า ?

“มันจะมาตอนเช้าๆแล้วแอบไปเปิดดูเรื่องรังวัดของช่างดูว่าช่างคนไหนรังวัดที่ไหนเนื้อที่มากหรือน้อย  ถ้าเจอใครงานแปลงเล็กและวัดง่ายๆ  ก็เข้าประกบอ้อนขอไปด้วย..ถ้าพบว่าใครงานแปลงใหญ่วัดยากและไปไกลๆแบบดอนพุด    มันแทบไม่เฉียดเข้าไปใกล้ช่างคนนั้น  กลัวถูกชวนไปด้วย”..   

“แล้ววันนี้เป็นไง ? เมื่อเช้าเห็นมันมาอ้อนไปกับน้าไม่ใช่หรือ ?”

“ก็ไม่ไง     ตอนเช้าข้าเอางานที่นัดรังวัดอาทิตย์หน้าเนื้อที่ แค่ 50 ตารางวามาใส่แฟ้มเอาไว้  มันมาแอบดูคง นึกว่าวันนี้รังวัดแค่ 50 ตารางวา”

“แล้วจริงๆ เท่าไหร่”

“ไม่มากหรอก น้อง  แค่  99 ไร่ขาดร้อยแค่ 1 ไร่  ทั้งไกล  ทั้งรก   คลองชลประทานตัดกลางแปลงอีกต่างหาก กว่าจะได้กินข้าวเที่ยงเกือบบ่ายสอง  งานยังไม่เสร็จต้องออกมาทำต่ออีก กว่าจะเสร็จเล่นเอามืด  ที่สะใจ อ้ายแบะหน้ามืดไปเลย  คงเข็ดไปนาน  สมน้ำหน้ามัน”....




 
   
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 07, 2010, 08:53:54 am »


  ต้องขอโทษด้วยครับ....เข้าหน้าผิด...สับสนนิดหน่อยครับ..
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF