www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ฝนหยาดสุดท้าย...  (อ่าน 2509 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: สิงหาคม 12, 2010, 07:07:43 pm »

ฝนหยาดสุดท้าย..
ราสส์ กิโลหก

ฝนหยาดสุดท้ายหัวใจหวั่นไหวให้ตรม
ซ่อนรอยน้ำตาขื่นขม ร้าวระบมสุดที่จะฝืน
ถึงคราวจำพราก โศกซ้ำกล้ำกลืน
ฉันนอนซบหมอนสะอื้น ค่ำคืนผวาโศกศัลย์
ฝนหลั่งสั่งฟ้า นิจจาจำร้างห่างกัน
อย่าลืมรักเคยผูกพัน ทุกคืนวันอย่าลืมเสน่หา
ถึงกายจะห่าง แต่รักอย่ารา
เธอเคยสัญญาไว้ว่า จะมาเมื่อฝนเยี่ยมเยือน
จงหมั่นจำความหลังอย่าลืม
สองเราเคยรักเคยปลื้ม ด่ำดื่มจำไว้อย่าเลือน
คอย ฉันคอยจนฝนใหม่เยือน
หวั่นเกรงรักลวงลอยเลื่อน เพื่อนใจอยู่ไหนไม่มา
ฝนหยาดสุดท้าย เขาใยปล่อยฉันให้คอย
ส่งกระแสใจเลื่อนลอย หลงรอคอย คอยร่ำเรียกหา
ฝนเอยอย่าด่วน สิ้นร้าง สร่างซา
เพราะชื่นหัวใจของข้าไม่มา ฝนจ๋า ข้าตรม

หญิงสูงอายุ   นั่งอยู่บนเก้าอี้โยกตรงริมขอบหน้าต่างชั้นสองของตัวบ้าน สายตาเหม่อมองออกไปด้านนอก  บรรยากาศช่วงฝนตกช่างเหงาหงอยเหมือนนั่งอยู่คนเดียวในโลก  สายฝนเริ่มซาเม็ดลงหลังจากตกมาเกือบทั้งวัน  อากาศเย็นสบาย   ไม่นานฝนก็หยุดตกสายฝนขาดเม็ดลง   ทิ้งไว้เพียงความเปียกชื้นรอบๆบริเวณ  น้ำฝนที่ตกค้างตามชายคาบ้านหยดลงพื้นดินดังแหมะๆเป็นจังหวะสม่ำเสมอ   บรรยากาศยามนี้ดูหม่นหมองสำหรับ  เธอ  ผู้ซึ่งมีความหลังเกี่ยวกับฝน 

“ฝนหยาดสุดท้าย” เธอรำพึงเบาๆ

ฝนหยาดสุดท้ายหัวใจหวั่นไหวให้ตรม
ซ่อนรอยน้ำตาขื่นขม ร้าวระบมสุดที่จะฝืน

บางช่วงของบทเพลงที่ไพเราะและมีความหมายฉุดกระชากความรู้สึกให้ย้อนกลับไปในอดีต  มันเป็นความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลือนได้   มันกระตุ้นเตือนและสะกิดใจทุกครั้งที่สัมผัสกับบรรยากาศในตอนที่ฝนตก  และเห็นภาพสายฝนที่ล่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าโปรยลงมาเป็นสายตามรรมชาติ   

ทำให้เรื่องราวในอดีตจะผุดขึ้นมาอีกแม้เวลาจะผ่านพ้นมาหลายสิบปี..

                                        ***************************************   

หนุ่มสาววัยแรกรุ่นมักจะต้องประสบพบเจอแต่เรื่องของความรัก    ทุกคนต้องเดินผ่านเส้นทางนี้ มันเป็นเหมือนช่องทางตรวจสอบความเข้มแข็งของจิตใจ  แต่น่าเสียดาย สาววัยแรกรุ่นจำนวนไม่น้อยกว่าครึ่งที่ไม่สามารถเดินผ่านเส้นทางนี้ไปได้  ความสดใสและความบริสุทธิ์จะถูกดักและทำลายเสียก่อนในระหว่างทาง   ความรักเป็นสิ่งดีและสวยงาม แต่บางครั้งความรักเป็นสิ่งเสพติดทำให้คลุ้มคลั่ง มันอยู่ที่ว่าเรารู้จักความรักแค่ไหน ความรักและความสุขเป็นของคู่กันที่ใดมีรักที่นั่นเต็มไปด้วยความสุข แต่อนิจจา !   บางครั้งมันไม่เป็นเช่นนั้น  เหมือนที่ใครบางคนกล่าวไว้ว่า “ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์”

พ.ศ. 2514..  ช่วงเวลาสายๆ

ณ  สถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศ ชายทะเลด้านอ่าวไทยแห่งหนึ่ง นามว่า สวางคนิวาส เป็นสถานที่ตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง  การเดินทางมาที่นี่แสนสะดวกเพราะระยะทางห่างจากกรุงเทพฯไม่มาก  เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาสัมผัสธรรมชาติทางทะเล โดยเฉพาะคนที่เริ่มจะไขว่คว้าหาความรัก  ลมจากทะเล คลื่นจากทะเล เป็นฉากแห่งความสุข  เป็นบ่อเกิดจินตนาการของความรัก   จนต้นรักเจริญงอกงามสมหวังตามที่ใจปรารถนา

สองหนุ่มสาวในชุดนักเรียน เดินเกี่ยวก้อยกันมาด้วยความสุข ในมือของชายหนุ่มหิ้วถุงของกินหลายถุง  เสียงคลื่นเสียงลมดังครืนๆดังมาเข้าหูพร้อมภาพท้องน้ำสีเขียวมรกตที่กว้างยาวจนสุดหูสุดตา   หัวใจของชายหนุ่มเต้นจนคับอก  หัวใจของเขากำลังเพรียกร้องโหยหาความรักซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้

“นั่งกันตรงนี้ดีมั้ย หมวย” 

หนุ่มหน้าตาดี ชี้มือไปที่สนามหญ้าเขียวขจี  ตรงจุดนี้สามารถ มองเห็นวิวทะเลได้ชัดเจน  แหงนมองขึ้นฟ้ากลุ่มนกนางนวลจำนวนมากบินถลาเล่นลมจนเต็มท้องฟ้าสีคราม

หญิงสาวในชุดนักเรียนพยักหน้าตอบรับ  พลางเดินลัดสนามหญ้าและหย่อนตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นหญ้า หนังสือเรียน 3 เล่มเอาวางไว้ข้างตัว  ชายหนุ่มวัยกำดัดเดินตามและหย่อนตัวนั่งลงใกล้ๆ เขาพยามยามนั่งให้ชิดที่สุด..แต่หญิงสาวขยับหนีตามมารยาท

ชายหนุ่ม   มีความรู้สึกตื่นเต้นและภาคภูมิใจเพราะวันนี้เขาสามารถชักชวนให้หญิงสาวหนีโรงเรียนเพื่อมาเที่ยวสถานที่แห่งนี้ได้สำเร็จ  ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะได้ไปเดินเที่ยวหรือไปดูหนังกันสองต่อสอง  แต่หญิงสาวก็ยังไม่เคยแสดงถึงการเป็นคู่รักและเธอก็ไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้  วันนี้ เขามีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะบอกถึงความในใจและความต้องการของเขากับ หญิงสาว ให้ได้

ลมทะเลพัดเอื่อยๆตามธรรมชาติ   มองไปในทะเลช่างสดสวยเหมือนรูปวาด  นกนางนวลฝูงใหญ่บินถลาเล่นลมไปมาอยู่บนท้องฟ้า โอ ช่างเป็นฉากที่แสนจะโรมานติค  สำหรับการปลูกต้นรักของชายและหญิง

ทั้งสองนั่งคุยกันอย่างออกรส เรื่องคุยมีมากมายไม่รู้จบ ไม่มีความเบื่อหน่าย มีแต่ความเพลิดเพลิน หัวใจเปี่ยมไปด้วยความสุข  เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจากเที่ยงไปจนเวลาเย็น   

ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม  เหนือหัวขึ้นไปฟ้าร้องครืนๆดังมาเป็นระยะๆ  บ่งบอกอาการว่าฝนกำลังจะตกในไม่ช้านี้    ลมเริ่มพัดและแรงขึ้นตามลำดับ  ท้องฟ้าเริ่มแปรปรวน  เศษใบไม้แห้งปลิวไปตามลม   

“หมวย”  เสียงอ้อนๆจากปากชายหนุ่มแข่งกับเสียงลมพัด  เขาไม่ได้มองไปที่หญิงสาว  หากแต่ทอดสายตาออกไปยังท้องทะเล ที่ไกลจนสุดหูสุดตา ใจของเขาเต้นจนรัว 

“ทำไม หรือ? บอย มีอะไร”  หมวยหันหน้ามาตามเสียงเรียก ผมดำขลับปลิวตามแรงลม

“เรารัก หมวย” เสียงเหมือนอยู่ในลำคอ

“ว่าไง นะ” เอียงคอถาม

“เรารักหมวย รักมานานแล้วด้วย”

หญิงสาวถอนใจเธอไม่ได้แสดงอาการผิดปกติอะไร  คำพูดของบอย ทำให้เธอรู้สึกกังวลใจเล็กน้อย  เพราะเธอยังไม่คิดไกลไปถึงความรัก มันยังเร็วเกินไปและที่สำคัญ บอยอายุน้อยกว่าอีกทั้งฐานะทางบ้านก็ด้อยกว่ากัน  ถึงแม้ว่าเธอจะออกไปเที่ยวที่ไหนๆกับเขาบ่อยๆแต่ความนึกคิดยังไม่ถึงขั้นนั้น    เธอยังไม่ได้รักเขา  ..

“บอย ดูๆกันไปก่อนดีมั๊ย มันเร็วไปนะ เรายังต้องคบกันอีกนาน”

“ โอ้โห !  หมวย เป็นปีแล้วนะที่เราคบกัน  ไปเที่ยวไหนต่อไหนกันก็หลายแห่ง  หมวยไม่ได้มีใจกับบอยเลยหรือ ?” ชายหนุ่มทำท่าน้อยใจ

สำหรับหญิงสาวถึงแม้ความสัมพันธ์ยังไม่ถึงขั้นความรัก แต่เธอก็ตอบแทนตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึงมาคบกับเขา หรือเธอชอบเขา  เพราะหลายครั้งเมื่อ บอย เดินผ่านหน้าร้านที่ครอบครัวเธอเปิดเป็นร้านขายของซึ่งตั้งอยู่กลางซอย   หากเธอมองเห็นบอยเดินผ่านหน้าบ้าน   มันเหมือนต้องมนต์  เพราะจะต้องเดินตามออกมาไปยังจุดนัดพบที่ปากซอยทุกครั้ง..

“บอย  เราขอเป็นชอบก่อนแล้วกัน  อย่าโกธรนะ วันเวลายังเหลืออีกแยะ” เธอยังเป็นห่วงความรู้สึกของบอย

ลมเริ่มพัดแรงขึ้น เศษหญ้าแห้ง ใบไม้แห้งปลิวกันว่อน..

“ ก็ได้หมวย  เราจะรอจนถึงวันนั้น”เสียงแสดงถึงความผิดหวังเล็กๆ

ไม่ทันที่หญิงสาวจะระวังตัว   ชายหนุ่มเอียงหน้าเอาจมูกมาหอมที่แก้มของสาวที่เขาหมายปองด้วยความรวดเร็ว  ทำเอาฝ่ายหญิงตกใจ คิดไม่ถึงว่าเขาจะทำแบบนี้  แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

อากาศที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน เริ่มสำแดงผล  สายฝนหล่นลงมาเป็นฝอย  และทำท่าจะแรงขึ้น สองหนุ่มสาวขยับตัวลุกขึ้น 

“กลับบ้านกันเถอะ บอย ฝนตกแล้ว”  ทั้งสองคนขยับตัวลุกขึ้นวิ่งหนีสายฝน

                                              ************************************

เกือบค่ำทั้งสองเดินทางมาถึงบริเวณหน้าปากซอยเข้าบ้าน.   ก่อนที่จะแยกกันที่ปากซอย และต่างคนต่างเดินกลับเข้าบ้านตามลำพังเนื่องจากคนในบ้านของหมวยไม่ชอบให้ลูกสาวคบผู้ชายในวัยเรียน   

“หมวย วันเสาร์นี้ ตอน เก้าโมงเช้าเจอกันที่เดิมนะ  บอย จะพาไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่ พระโขนง” 

“ก็ได้ๆๆ  แล้วเจอกัน โชคดีนะบอย” หญิงสาวรับปาก                                           

                                                ******************************

ที่โรงเรียนอาชีวะแห่งหนึ่ง….วันนี้เป็นวันศุกร์

นักศึกษาชั้นปีที่ 2    เดินออกจากห้องเรียน หลังจากการเรียนในวันนี้สิ้นสุดลง ทุกคนกำลังแยกย้ายกันเพื่อกลับบ้าน

นักศึกษา  2 คนในมือถืออุปกรณ์การเรียนเดินออกมาพร้อมกัน

“เฮ้ย ! พรุ่งนี้วันเสาร์ มึงไปไหนหรือเปล่าวะ จ๊อด” หนึ่งในสองคนเอ่ยพูด

“มีอะไรเหรอ บอย” จ๊อดเป็นเด็กต่างจังหวัดพ่อแม่ส่งมาเรียนที่กรุงเทพฯเขาเช่าบ้านพักอยู่ตามลำพังที่พระโขนง

“กู จะเอาเด็กมาฟัน เป็นเด็กพาณิชย์ บ้านอยู่ซอยเดียวกับกู แม่ง !   ทั้งขาวทั้งอวบ  ขอยืมบ้านมึงหน่อย วะ  แล้วกูจะออกเงินค่าดูหนังให้มึง  เอาไป 2 รอบเลย  ถ้ายังไม่มืดอย่ารีบกลับมานะโว้ย ! ”

มันไม่รอคำตอบควักเงินให้เพื่อน  พร้อมแบมือ “เอากุญแจบ้านสำรองมาให้กู”  อ้ายบอยบังคับเพื่อน

ปากยังไม่วายสังการเป็นครั้งสุดท้าย

“กูนัดเด็กไว้ เก้าโมงเช้า มึงรีบออกจากบ้านไปก่อนเลยนะจ๊อด !”

                                             ************************************

วันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุดเรียน  และหมวยมีนัด

“หมวย ลื้อจะออกไปไหน แต่เช้า” หญิงจีนวัยกลางคนเอ่ยปากถามด้วยความกังวล  เธออยากให้ลูกสาวอยู่กับบ้าน

“จะไปซื้อหนังสือกับเพื่อน ที่สนามหลวง”  ตอบแบบรำคาญ  พร้อมกับเตรียมตัวเดินออกไป

ในขณะที่เล็กเพื่อนบ้านรุ่นราวคราวเดียวกัน   กำลังเดินสวนเข้ามาที่ร้านขายของ    เธอมองดูหมวยด้วยความสนใจ

“หมวย จะไปไหน จ๊ะ  แต่งตัวซะสวยเชียว”

หมวยหยุดชะงักตามเสียงเรียก ยิ้มให้ตามมารยาท  แต่หันหน้ามองดูนาฬิกาที่ฝาบ้าน เกือบเก้าโมงเช้าแล้ว รู้สึกขัดใจที่มีคนมาขัดจังหวะ  ไม่ได้ใส่ใจคำถามมากนักเพราะอยากจะรีบออกไป  เกรงใจคนยืนรอที่ปากซอย..

สถานการณ์มองดูแปลกๆ

เล็กมองหน้าหญิงจีนแล้วหันไปมองที่หมวย  แม่ลูกคู่นี้มีอะไรกัน   มองหน้าผู้เป็นแม่ เห็นตาแดงๆมีน้ำตาซึมเต็มขอบตาและกำลังล้นจนมองเห็นน้ำท่วมเต็มดวงตา

“เจ้ ร้องไห้” 

ผู้ถูกร้องทักรีบเอาชายเสื้อเช็ดที่ตา  ทำท่ายิ้มแหยๆ 

“ไม่มีอะไรหรอก เล็ก แมงมันบินเข้าตา”  ก่อนหันหลังเดินเข้าไปด้านในบ้าน 

                      **************************************

ผู้เป็นแม่รู้จักนิสัยลูกสาวคนนี้ดีว่า   เป็นคนที่ไม่ยอมฟังใครแม้กับเตี่ยและแม่  เคยทะเลาะกันมาหลายครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งจับได้ว่าแอบไปดูหนังกับ อ้ายบอย แต่ปากแข็งไม่ยอมรับถามมากๆเข้า ถึงกับเอ่ยปาก ให้ตัดพ่อตัดลูก คิดถึงเรื่องลูกสาวก็ได้แต่สะอื้นอยู่ในอก มันเหมือนมีส้วมตั้งอยู่หน้าบ้าน หัวอกของคนเป็นแม่มันยากที่จะอธิบายมันอัดอั้นจนแน่นอกอกหากลูกไม่เชื่อฟัง    ลูกๆนั้นคงไม่รู้ว่า แม่นั้นทั้งรักและห่วงลูกแค่ไหน..

หมวยมองตามหลังแม่   ซึ่งเดินกลับเข้าไปหลังบ้าน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร 

“หมวย !  แม่หมวยร้องไห้นะ ไม่ใช่แมงเข้าตาหรอก”  เล็กร้องทักมองหน้าหมวยเขม็ง

แต่อีกฝ่ายไม่ได้แสดงสีหน้าห่วงใยอะไร 

“จะร้องทำไม ไม่ได้ไปตายซักหน่อย”

“อ้าวทำไมพูดแบบนั้น ล่ะ แม่ทั้งคนนะ  แล้วเธอจะออกไปไหน  ทำไมแม่ถึงไม่อยากให้ไป”

“เรานัดเพื่อนจะไปซื้อหนังสือ”

สายตาของเล็กบังเอิญมองไปที่คอของเพื่อน

“เฮ้ย ! หมวยแขวนพระอะไรน่ะ ทำไมมีน้ำมันเยิ้มออกมาแบบนั้น”

เล็กชี้ไปที่พระองค์เล็กๆซึ่งแขวนอยู่ที่คอ   เป็นพระขนาดนิ้วก้อยสีดำมีน้ำมันซึมออกมาจนเป็นมันเยิ้ม.  ด้วยความตกใจ ผู้ถูกถามรีบคว้าเอามาดู  แต่คว้าแรงไปหน่อยพระหลุดจากตะขอของสายสร้อย ตกลงไปบนพื้น  กลิ้งไปมา  เศษฝุ่นเศษดินที่อยู่ตามพื้นคลุกเข้ากับตัวพระเพราะมีน้ำมันเหนียวๆเคลือบอยู่ 

“เธอเอามาจากไหน  ทำไมน่าเกลียดจัง ดูซิ  มีน้ำมันออกมาด้วยน่ากลัวจัง”

“เพื่อนให้มา” หมวยบอก

พร้อมเอื้อมมือหยิบพระขึ้นมา

“พระเลอะหมดเลย เดี๋ยวเราเอาไปล้างก่อน”   

                                     ***************************************
บอย  มองดูนาฬิกา 9.20 น.แล้ว เขาเริ่มหงุดหงิดเพราะที่ผ่านมาหมวยไม่เคยผิดนัด ..

“เป็นบ้าอะไรวะยังไม่ออกมาอีก”

เขาตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในซอยอีกครั้ง  เมื่อเดินผ่านหน้าบ้านสาวคนรักแลมองเข้าไปในบ้านแต่ไม่เห็น  แกล้งเดินเลยไปไกลพอสมควร แล้วหันหลังกลับเดินย้อนกลับมาอีกรอบพยายามเดินผ่านช้าๆ เพราะมีความมั่นใจว่าถ้าหมวยเห็นเขาแล้วจะต้องรีบเดินตามออกมา เหมือนทุกครั้ง  เดินเลยไปประมาณ 100 เมตรแล้วหยุด   ก่อนหันหน้ามามองว่าจะมีใครเดินตามมาหรือเปล่า  แต่ก็ไม่มี  ยืนรอ จากนาทีเป็นหลายนาที ไม่มีเงาของคนที่เขารอ จนเวลาล่วงเลยเป็นชั่วโมงและ หลายๆชั่วโมง..

                                   *****************************************

“หมวย !  อ้ายบอย มันเดินผ่านหน้าบ้านตั้งหลายรอบ” เล็กพูดขึ้น  หญิงสาวได้แต่พยักหน้ารับไม่ได้พูดอะไรเพราะเธอก็มองเห็นเหมือนกัน

 หมวย ในชุดกางเกงขาสั้นสวมเสื้อยืด  หลังจากเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวใหม่  เพราะเธอเปลี่ยนใจไม่ออกไปไหนแล้ว  น้ำตาของแม่ และพระองค์นั้น มันทำให้เกิดความรู้สึกแปลกๆ รู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นนอน  และเริ่มทบทวนเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมา   ทำไมเธอต้องไปไหนมาไหนกับ บอย   คงต้องจบกันในวันนี้ พอกันเสียที่..ไม่น่าเชื่อว่าทำไมเธอถึงตัดใจได้ง่ายๆ..เหมือนกับว่าไม่เคยคบหากันมาก่อ
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2010, 08:31:29 pm »

สวัสดีค่ะคุณราสส์ 

วันนี้เลยได้อ่านเรื่องนี้เป็นคนแรกมั้งคะ...

สมเป็นเรื่องที่นำเสนอในวันแม่ค่ะ ให้ข้อฉุกใจสาว ๆ ได้เหมือนกัน

จะตามอ่านเรื่องต่อ ๆ ไปนะคะ
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2010, 09:18:38 am »

ขอบพระคุณ...คุณชุติมา-ประภัสสร ...ครับ

..เนื่อหาหายไป 1 ท่อน...เอามาเติมให้ครับ...

                                **************************************

..“เล็ก พระองค์นี้เรายกให้เธอ” หมวยยื่นห่อกระดาษซึ่งมีพระอยู่ภายใน

แต่อีกฝ่ายรีบยกมือขึ้นปฎิเสธเสียงแข็ง..

“โอ๊ย ไม่เอาหรอกเธอ พระอะไรไม่รู้ พิลึกกึกกือ”

“เอาไงดีเล็ก เราไม่อยากได้แล้ว เอาไปโยนทิ้งจะบาปหรือเปล่า ?”

“ใครให้เธอมาก็เอาไปคืนคนนั้นแหละ”

“งั้น เหรอ”  หมวยเอายางรัดของมัดกระดาษที่ห่อพระให้แน่นหนา และคิดว่าจะฝากคนรู้จักเอาไปคืน ให้กับบอยเพราะต่อจากนี้ไป  เราคงเลิกคบกัน

 “เลิกคบกันนะบอย” หมวยพูดกับตัวเองด้วยความมั่นใจ

เมื่อนึกถึงเรื่องราวต่างๆในอดีตที่ผ่านมาเธอยอมรับว่าในช่วงนั้นมันเป็นเหมือนเส้นทางที่ให้ต้องเดินผ่านเข้าไป เหมือนเดินหลงเข้าไปในที่แห่งหนึ่ง แต่เป็นช่วงที่มีความสุขสำหรับชีวิตของเด็กวัยสาวคนหนึ่ง .. ยังนึกไม่ออกว่าเธอชอบเขาหรือเปล่า  ? คิดว่ามันเป็นห้วงเวลาหนึ่งที่เด็กสาวอย่างเธอได้ออกไปผจญกับโลกภายนอกภายใต้กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ  ..แต่อย่างไรก็ตาม คงเป็นวาสนาจากปางก่อนทำให้เหตุการณ์ต่างๆจบลงอย่างสวยงาม   ..  เธอหัวเราะกับตัวเองด้วยความสบายใจ..

“เราจากกัน ครั้งสุดท้ายวันฝนตกที่ สวางคนิวาส  มันเป็นฝนหยาดสุดท้าย สำหรับเรา”

                                            *************************************

หญิงวัย 57 ปีนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกริมหน้าต่าง   ในมือมีภาพถ่ายขาวดำในอิริยาบถต่างๆของเด็กสาววัย 18 ปี ถ่าย ณ สวางคนิวาส  สถานที่ตากอากาศที่เธอได้สัมผัสมาครั้งอดีต  เพลงฝนหยาดสุดท้ายจบลงแล้ว  หญิงชราเอนตัวไปด้านหลังพร้อมหลับตาลงอย่างมีความสุข....



 
บันทึกการเข้า
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2010, 06:39:11 pm »

เรื่องนี้น่าคิดมากนะคะคุณราสส์ อย่างที่คุณชุติมาว่าไว้ถูกต้องเลยค่ะ เป็นอุทาหรณ์อย่างดีกับสาวๆสมัยนี้ ตามความเป็นจริงผู้หญิงก็มักจะหลงคารมชายไปตามนัด หลังจากนั้นก็เกิดสิ่งที่ไม่ดีกับตัวเอง อาจจะเป็นเพราะนางเอกไม่ได้ชอบพระเอกจริงๆจังๆ เมื่อมีเหตุมาสะกิดใจก็เลยไม่ไปตามนัด
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2010, 01:01:42 pm »


...น่าสงสารเด็กผู้หญิง....ในวัยอยากรู้อยากเห็น...

...สมัยนี้เป็นยายเป็นย่าอายุ ไม่มาก ...เพราะเด็กท้องกันเร็ว..อายุน้อยๆก็มีลูก...

...ขอบพระคุณพี่เพ๊กกี้..ครับ
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 19, 2010, 03:57:24 pm »

คุณราส...
ดีที่ทุกอย่างเป็นไปในทางที่ดี ไม่งั้นหมวยคงเสียใจไปอีกนานนะคะ สนุกดีค่ะ
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 26, 2010, 06:50:32 pm »


...ขอบพระคุณคุณ อภิญญา....ที่กรุณาให้กำลังใจ..ครับ..
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF