www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มือปืน...  (อ่าน 2340 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: กันยายน 12, 2010, 05:29:20 pm »

มือปืน…

ราส์ส กิโลหก


ชายหนุ่มรูปร่างสันทัด วัยไม่เกิน 25 ปีสวมหมวกกันน๊อคและเสื้อคลุมสีดำ ขี่รถแมงกะไซคันเขื่องมาจอดอยู่ที่หน้าสถานบันเทิงเล็กๆแห่งหนึ่ง  เขามีนัดสำคัญกับใครบางคน....

ตาเหลือบมองดูนาฬิกาที่ข้อมือ  ในความมืดพรายน้ำบอกเวลาเกือบสองทุ่ม  ก้าวขาออกจากรถเดินเอื่อยๆไม่รีบร้อนเข้าไปในร้าน  มองเลือกหาโต๊ะมุมสุดของร้าน  ..

สาวพนักงานบริกรประจำร้าน  ในชุดสีชมพูสดใส มือซ้ายถือสมุดเล่มเล็กมือขวาถือปากกา รีบเดินตามมาที่โต๊ะที่เขานั่งอยู่ 

“เบียร์ขวด  ถั่วทอดด้วยนะน้อง” เขาร้องสั่ง  มองดูลูกค้ายังมีไม่มากคงยังเป็นช่วงหัวค่ำ....พวกนกฮูกจะหนาแน่นตอนดึกๆ

กินเบียร์ไม่ทันหมดขวด...

“เฮ้ ! สมชายมานานแล้วหรือ ?”. เสียงเล็กๆแต่สมชายจำได้แม่นยำ.เขารีบเงยหน้าขึ้นมอง ขยับตัวยืนขึ้นยกมือไหว้..

“สวัสดีครับ ! เฮีย. เชิญนั่งก่อนครับ”   หันไปตะโกนสั่ง น้ำส้มเพิ่ม 1 แก้วเพราะผู้มาใหม่ไม่กินเหล้า-เบียร์.

เฮียกวง รูปร่างผอมสูงใส่แว่นตาหนาเตอะ อายุร่วมๆ 60 ปี แต่แข็งแรงเกินอายุ ไปไหนมาไหนขับรถด้วยตัวเอง แกเป็นผู้กว้างขวางคนหนึ่งในยุทธจักรนักเลง ในอดีตสมัยหนุ่มๆคลุกคลีกับวงการนักเลงมาโดยตลอด..แต่ไม่ถึงขั้นเจ้าพ่อ ไม่มีบ่อนเป็นของตัวเอง ไม่เลี้ยงลูกน้อง หรือตั้งซุ้มมือปืน..

อาศัยที่ รู้จักเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลแยะ รู้จักมือปืนต่างๆก็มาก แกจึงอาศัยศักยภาพในด้านนี้ ประกอบอาชีพเป็นเอเย่นต์จัดหามือปืนให้ฆ่าคน..

พูดง่ายๆคือนายหน้าหาคนมาฆ่าคน ดูแล้วเป็นงานสบายทำตัวเป็นพ่อค้าคนกลางค้าชีวิตมนุษย์ งานไม่หนักไม่เหนื่อยได้เงินแยะเพราะบางทีรับงานมา 500,000 บาทหาจ้างมือปืนแค่ 250,00 บาท.กำไรเท่าตัว  แต่ก็อย่างว่าคนที่ทำอย่างนี้ได้ต้องไม่ธรรมดา..

... เพราะงานแบบนี้ ไม่ใช่ใครนึกอยากจะทำก็ทำได้ มันต้องสร้างสมบารมีมาเกือบค่อนชีวิต ที่สำคัญจิตใจต้องโหดผิดมนุษย์ ..คือเห็นความตายเป็นแค่ธุรกิจอย่างหนึ่งเท่านั้น..

“สมชาย ! มีงานใหญ่ชิ้นหนึ่งจะให้ทำเพราะ อั๊ว เชื่อมือลื้อ. และค่าแรงงาม” แกพูดขึ้น
 
สมชายหูผึ่ง งานใหญ่ค่าจ้างคงงาม. …งานฆ่าคนเป็นอาชีพของเขา  เงินมางานก็เดินเรื่องแบบนี้รู้ๆกันอยู่เพียงแต่ว่าลักษณะของงานจะง่ายหรือยาก  ก็ต้องคำนวณค่าแรงให้ยุติธรรมทั้งสองฝ่าย  แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรมันอยู่ที่คนกลางเพราะเป็นคนหางานมาให้ทำ  ถ้าเล่นตัวมากงานก็หายากเพราะไม่มีคนป้อนงาน

และสมชายแทบตกเก้าอี้..

“งานนี้ ฆ่าผู้หญิง ค่าจ้าง 300,000 บาท” เฮียกวงพูด

                                            *************************************

ประวัติของสมชาย นั้น เขาเติบโตจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่เล็กจนโตไม่เคยเห็นหน้า พ่อ-แม่ ว่าหน้าตาป็น
อย่างไร ?  แต่เขาก็ไม่สนใจ เพราะไม่รู้จะสนใจไปทำไม หัวใจมันด้านชาจนหมด เขาไม่ต้องห่วงกังวลกับใครความโดดเดี่ยวคือเพื่อตายของเขา

กลับถึงห้องพักที่เขาเช่าอยู่ เอารายละเอียดต่างๆของเหยื่อ มาตรวจสอบดู  มีรูปภาพ แผนที่บ้าน และอื่นๆเช่นเหยื่อทำงานอะไร-ที่ไหน  เขาศึกษารายละเอียดต่างๆของเหยื่ออย่างตั้งใจ งานแบบนี้พลาดไม่ได้ หากพลาดหมายถึงการจบอาชีพมือปืน ต้องไปนอนคุกแทนบ้านหลายสิบปี เกรดของอาชีพมือปืนจะตกต่ำลง..ความเชื่อถือของนายจ้างก็จะน้อยลง..กลายเป็นมือปืนกระจอกในไม่ช้า....สาระสำคัญที่สุดคือเหยื่ออยู่กับหญิงรับใช้เพียงลำพัง 2 คน 

รูปของเหยื่อที่อยู่ในมือของสมชาย เป็นภาพหญิงสาวสวยที่เดียว ดูหน้าตาแล้วอายุคงไม่เกิน 20 ปี  ชิวิตของเธอช่างสั้นนัก  เธอจะต้องตายด้วยน้ำมือของเขาซึ่งไม่เคยรู้จักหรือโกรธเคืองกันมาก่อน  แต่ก็ช่วยไม่ได้อาชีพอย่างเขาต้องทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน ไม่ว่าเหยื่อจะเป็นใครที่ไหน ผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก หรือคนแก่ เขาไม่มีหน้าที่ไปคิดหรือสงสัยว่า ทำไมต้องฆ่า และฆ่าเพราะเหตุใด.?  มันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องรับรู้ เขามีหน้าที่อย่างเดียวคือ ทำอย่างไรให้เหยื่อตาย.!.

แต่ที่สมชาย ข้องใจมากๆคืองานนี้ทำไม ? เฮีย กวง  ให้ค่าจ้างแพงมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา   เพราะให้ถึง  300,000  บาท ทั้งยังกำชับว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต้องทำงานให้เสร็จห้ามพลาดเด็ดขาด เขายังคิดว่ากะอีแค่ฆ่าผู้หญิงคนเดียวจะยากเย็นอะไร.?

สมชายเริ่มออกสำรวจพื้นที่  เขาเริ้มต้นแถวๆบ้านของเหยื่อก่อน โดยปลอมเป็นคนขายไอศกรีมแบบรถเข็น เขาเตร็ดเตร่รอจนเห็นรถของเหยื่อเลี้ยวมาที่หน้าประตูบ้าน สมชายเข็นรถไอศกรีมโฉบเข้าไปจนเกือบถึงหน้าประตูบ้าน เพื่อจะดูหน้าให้ชัดๆกันความผิดพลาดในภายหน้า  คนใช้ในบ้านวิ่งออกมาเพื่อทำหน้าที่เปิดประตูรั้ว จนกระทั่งหญิงสาวขับรถเข้าไปในบ้าน

สมชายเหลือบตามองตามไปที่หญิงสาวขณะเปิดประตูลงจากรถ พอลงมาเต็มตัว สมชายเห็นแล้วใจเต้นแรง.. จนรถไอศกรีมเกือบชนรั้วบ้าน..

เธออยู่ในชุดคลุมท้อง หน้าท้องยื่นออกมาจนดูอุ้ยอ้าย..อายุเด็กในท้องคงไม่น้อยกว่า  6 เดือน.!

เขาเดินใจลอยเข็นรถไอศกรีม ผ่านออกมา พลางนึกในใจว่า ค่าจ้างแพงเป็นสองเท่า เพราะเหตุนี้นี่เอง..

ถึงแม้สมชายจะได้ชื่อ เป็นเพชฌฆาตหน้าหยก เป็นมือพระกาฬระดับต้นๆ ผู้หญิงหรือคนแก่เขาเคยยิงมาแล้ว แต่กับคนท้อง นี่ ! เขายังไม่เคย..

หลังจากเอารถไอศกรีม ไปคืนที่ศูนย์จำหน่ายแล้ว เขาขับมอเตอร์ไซค์คู่ชีพเพื่อกลับที่พัก ช่วงนี้การจราจรแออัดเพราะเป็นชั่วโมงเร่งด่วน รถยนต์ติดกันเป็นแพ เขาขับแทรกไปตามช่องว่างไปเรื่อยๆ

ข้างหน้าห่างไปไม่ถึง 50 เมตรมองเห็นรถมอเตอร์ไซค์ของตำรวจจอดอยู่ข้างทาง ท้ายรถเปิดไฟแดงแวบๆ.มีรถแท็กซี่คันหนึ่งจอดอยู่ริมถนนติดกับฟุตบาท มีคนมุงอยู่เป็นจำนวนมาก  พอขับเข้าไปใกล้ๆพบว่าตำรวจจราจรนายหนึ่งกำลังก้มๆเงยอยู่ที่เบาะหลังของรถแท็กซี่

เขาจอดรถไปดูด้วยความสงสัย “มีผู้หญิง คลอดลูกในรถแท็กซี่ ตำรวจกำลังทำคลอดอยู่” เสียงพวกไทยมุงคุยกัน.

สมชายไม่นึกตื่นเต้นอะไร ? กับแค่คนคลอดลูก แต่ไปยืนรวมกับกลุ่มไทยมุง ซักพักเสียงเด็กร้อง อุแว้ๆๆ เห็นตำรวจอุ้มเด็กตัวเล็กๆดวงตายังปิดสนิท  ออกมาจากตัวรถ   มือทั้งสองของเด็กโบกไปมาแสดงถึงการเกิดขึ้นของสิ่งมีชีวิตดวงหนึ่งที่จุติบนโลกนี้  ตำรวจที่ทำคลอดแล้วเอาผ้าพันตัวด้วยความคล่องแคล่ว พวกไทยมุง เฮ กันลั่นตบมือดีใจกันใหญ่ เหมือนสิ่งที่ออกมามีความสำคัญมากๆ..

เขาเดินเลี่ยงออกมาเพื่อกลับบ้าน พลางนึกในใจ “ ตอนที่เราคลอด แต่มีคนเอาไปทิ้ง !”..

กลับถึงบ้าน เขากำหนดแผนการทำงานขึ้น นำปืนเถื่อนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ตรวจดูความเรียบร้อย ..

การทำงานของสมชาย เขาจะกำหนดมาตรการให้กับตัวเองอย่างรัดกุม จะเปลี่ยนอาวุธปืนทุกครั้งที่ทำงาน ไม่พกปืนติดตัวนอกจากวันที่ไปปฏิบัติการ ไม่เคยมีปืนประจำตัว เมื่อทำงานเสร็จจะนำไปทำลายหรือฝังดิน

ในด้านร่างกาย ในวันทำงาน ผมที่หัวจะโกนจนโล้นแต่จะใส่วิกผมแทนในขณะปฎิบัติงาน  ตัดเล็บมือให้สั้น เสื้อกางเกง รองเท้าซื้อใหม่ทั้งชุด และที่ขาดไม่ได้ถุงมือยางต้องสวมใส่ขณะลั่นไกปืน เช่นกันหลังทำงานเสร็จหลักฐานทุกอย่างในตัว จะถูกเผาทำลายทิ้งทันที...

เมื่อจัดการกับเหยื่อเสร็จ และรับเงินงวดสุดท้ายกับ เฮียกวงเรียบร้อยแล้ว เขาจะปลีกตัวไปนอนเล่นที่ต่างจังหวัดประมาณ 2 สัปดาห์จนเรื่องเงียบจึงกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ..

“สมชาย ลื้อมีเวลาอีกไม่เกิน 7 วันต้องจัดการกับเหยื่อให้เรียบร้อย” เป็นประกาศิตจาก เฮียกวง  แกโทรมาสำทับ..และยังเล่าให้ฟังอีกว่า เด็กในท้องจะเกิดมาไม่ได้ต้องตายสถานเดียว  มันเป็นเรื่องมรดกกองใหญ่ !

สมชายวางแผนจะยิงเหยื่อ ในอีก 2 วัน ช่วงนี้เขานั่งนอนเล่นอยู่ในห้องพัก ไม่ออกไปเที่ยวกินเหมือนเคยเพื่อพักผ่อนร่างกายไว้สำหรับงานสำคัญ !

โยนกระเป๋าบนที่นอน จัดเสื้อผ้าและเครื่องใช้ที่จำเป็น เตรียมไว้สำหรับการเดินทางไปต่างจังหวัดหลังจากทำงานเสร็จ คนในหอพักรู้แต่เพียงว่าสมชายเป็นพนักงานขายของ ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัดเป็นครั้งคราว..เมื่อเขาหายไป เกือบ 2 สัปดาห์จึงเป็นเรื่องปกติ.

ช่วงดึกเกือบตีสอง..สมชายหลับไปแล้ว  ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงคนทุบประตูดังลั่นในความมืด.

“พี่ๆ !! ช่วยหนูด้วย เปิดประตูที หนูจะไม่ไหวแล้ว..” เป็นเสียงผู้หญิงเสียงดังลั่น มีอะไรกัน ?  กระโดดลงจากเตียงนอนวิ่งไปเปิดประตู…
 
เป็นหญิงสาวที่พักอยู่ชั้นเดียวกัน เธออยู่ห้องถัดไปไม่กี่ห้อง อยู่ในชุดคลุมท้องผมเผ้ายุ่งเหยิงหน้าตาเหยเกแสดงถึงความเจ็บปวด ที่ขาทั้งสองข้างมีน้ำดำเหม็นคาวไหลย้อยตามขาลงมาที่พื้นจนเปียกกลิ่นเหม็นโชยเข้าจมูก

“พี่ ! ช่วยหนูด้วย ผัวหนูไม่อยู่ หนูจะออกลูกช่วยเอาไปส่งที่โรงพยาบาลให้ที” มือปืนหนุ่มหนีไม่ออก ต้องจำใจพาหญิงท้องแก่จวนคลอดไปส่งโรงพยาบาลด้วยความทุลักทุเล ถึงโรงพยาบาลเขายังปลีกตัวกลับไม่ได้ หญิงท้องแก่ขอร้องให้เขาอยู่รอจนคลอดเสร็จ เพราะเธอไม่มีญาติเผื่อหมอเรียกหาญาติ..


ต้องจำใจนั่งเล่นอยู่หน้าห้องคลอด จนพักใหญ่ๆ พยาบาลในชุดสีขาวเดินออกมาจากในห้อง เธอมองหน้าสมชายแล้วยิ้มน้อยๆ บอกว่า

“ ขอแสดงความยินดีกับคุณพ่อ..คุณได้ลูกผู้หญิง ค่ะ อ้วนจ้ำม่ำน่ารักเชียว”

                              ************************************

ตื่นขึ้นมาช่วงสายวันรุ่งขึ้น สมชายอดไม่ได้ที่จะไปเยี่ยมดูแม่และลูกเกิดใหม่ ที่โรงพยาบาล เขายังมีน้ำใจซื้อข้าวของที่จำเป็นติดมือไปให้ด้วย.

ที่ตึกแผนกสูติฯ  สมชายได้เห็นภาพของคนที่มาออกลูก เห็นเด็กเกิดใหม่ตัวน้อยๆ เห็นสามีมาดูลูกและเมียของตัวเอง เสียงเด็กร้อง สภาพมันเป็นเหมือนโรงงานผลิตอะไรซักอย่าง ดูสับสนวุ่นวาย แต่ใบหน้าทุกคนเต็มไปด้วยความสุข .

                             **************************************

สมชายนั่งคนเดียวเงียบๆอยู่ในห้อง เขาคิดถึงการเกิดและตาย  มันหมุนเวียนไม่จบสิ้น มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่เขาจะเป็นผู้ส่งชีวิตหนึ่งให้ตายหายไปจากโลกนี้  การตายเป็นการดับสิ้นไป  จากที่เป็นสิ่งที่มีชีวิต พูดได้ กินได้ มีดีใจ เสียใจ จะนอนสงบนิ่งรอวันเน่าเปื่อยเหมือนสิ่งของที่หมดประโยชน์

เหตุการณ์คืนที่ผ่านมาเป็นประสบการณ์ใหม่ของเขา แต่สมชายก็สลัดความคิดต่างๆออกไป การฆ่าคนเป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวเขามาตลอด มันเป็นงานที่เขาถนัด ถ้ามาพูดเรื่องบาปกรรม เขาคิดว่าคนที่บาปมากกว่าเขายังมีอีกมาก เช่นพวกแม่ค้าขายปลาในตลาด ที่นั่งทุบหัวปลาวันหนึ่งเป็นร้อยตัว หรือร้านขายอาหารตามสั่ง  ถ้ามีคนสั่งหอยแครงลวก แม้ค้าจะเอาหอยแครงมาลวกให้ตายที่เดียวเป็นร้อยตัว..หนักกว่าเขาตั้งหลายเท่า.!!

ถึงกำหนดวันที่จะลงมือ สมชายตรวจดูความเรียบร้อยของรถมอเตอร์ไซค์ อาวุธปืน ฯลฯเขากำหนดเวลาตายไว้ที่ 5 โมงเย็น เมื่อใกล้เวลาเขานำรถไปจอดรอบริเวณไม่ไกลจากหน้าบ้านเหยื่อ กะให้พอมองเห็นรถเป้าหมาย

สมชายดูลาดเลามาก่อนแล้วพบว่า เมื่อเหยื่อรถขับมาถึงประตูหน้าบ้าน จะต้องกดแตรรถเรียกคนในบ้าน ซึ่งเป็นหญิงรับใช้ให้มาเปิดประตู   ระยะเวลาที่จะออกมาเปิดประตูใช้เวลาประมาณ 30 วินาทีแต่ไม่เกิน 1 นาที ช่วงนี้เขาจะเข้าไปที่ประตูรถด้านคนขับและจะยิงที่หัวทันที โดยใช้เวลาไม่ควรเกิน 5 วินาที..

สูบบุหรี่ หมดไปสองมวน..

รถของเหยื่อวิ่งมาแล้วมองเห็นแต่ไกล  เขาเอามือคีบบุหรี่จากมุมปากปาลงพื้นตามด้วยเท้าขยี้ให้ดับ เอามือแตะที่ด้ามปืนซึ่งเหน็บอยู่ที่เอวเบาๆเหมือนเตือนว่าได้เวลาแล้ว..

รถยนต์เปิดไปเลี้ยว แวบๆ มาแต่ไกล คนขับชะลอความเร็วลง  พอถึงหน้าบ้านเลี้ยวหันหัวไปจ่อที่หน้าประตูบ้าน ..ไม่รอช้าเขาเริ่มทำงานตามแผนที่วางไว้  ขี่รถสองล้อคู่ชีพบึ่งเข้าไปทันที  เป้าหมายคือด้านข้างคนขับ ตามองที่เหยื่อเขม็งเหมือนเสีอร้ายที่วิ่งเข้าขม้ำเหยื่อ...

...มีบางอย่างผิดปกติ...

คนขับรถไม่บีบแตรและนั่งรอในรถเหมือนที่เคยเป็น  หญิงท้องโตเปิดประตูรถพาร่างกายอุ้ยอ้ายเดินลงมาในมือถือลูกกุญแจพวงใหญ่ .. เสียงก้องของรถมอเตอร์ไซค์ทำให้เธอหันมามอง มัจจุราชมาถึงตัวอย่างเร็ว เขาควักวัตถุสีดำสื่อความตายออกมาจากเอวด้วยความชำนาญ  ปากกระบอกหันทื่อเข้าใส่ นิ้วเตรียมลั่นไก
 
เหยื่อสาวรู้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น  ลืมสังขารตัวเองขยับตัววิ่งไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณเอาตัวรอด  แต่โชคไม่เข้าข้าง   ด้วยอาการร้อนรนขาข้างหนึ่งไปเกี่ยวกับขอบฟุตบาททำให้สะดุดขาตัวเองเสียการทรงตัว  ร่างกายโถมไปข้างหน้า  ท้องที่บวมเหมือนลูกโป่งกระแทกขอบฟุตบาทที่แข็งเหมือนหิน ไม่มีเสียงเนื้อกระแทกขอบปูนให้ได้ยิน ..นอกจากเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังจนลั่น…

“ โอยๆๆๆ ช่วยด้วย โอยๆๆๆๆ !” พยัคฆ์ร้ายชะงัก !  เธอพลิกตัวหงายขึ้น หว่างขาสองข้างเปรอะไปด้วยเลือดสดๆ ไหลย้อยมาตามขาทั้งสองข้าง

หญิงสาวหน้าซีดเป็นกระดาษ เธอหันมามองสมชายด้วยอาการลนลาน พูดออกมาด้วยความเจ็บปวด

“]ลูก จ๋า ช่วยแม่ด้วย !..” พอขาดคำก็ล้มเป็นลมสลบไป..

                              *******************************

ที่วัดแห่งหนึ่งสมชายกำลังถวายสังฆทานให้กับพระคุณเจ้าที่นั่งพับเพียบอยู่ทางด้านหน้า  จิตใจของเขาเริ่มดีขึ้น นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เมื่อไม่กี่วันมานี้....

ที่โรงพยาบาล หน้าห้องฉุกเฉิน สมชายในสภาพที่เสื้อผ้าเปียกเปื้อนทั้งเลือดทั้งน้ำคาว ..

คนไข้หมดสติและไม่มีญาติ หมอให้สมชายรออยู่ด้วย ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย รอบตัวมีแต่กลิ่นไอของความตาย หน้าตาแต่ละคนที่มารอที่หน้าประตูเต็มไปด้วยความตื่นกระหนก เสียงกรีดร้องคร่ำครวญของญาติพี่น้องคนไข้ฟังไม่ได้ศัพท์  ระคนด้วยเสียงกึกก้องโหยหวนจากไซเร็น  ทุกคนมีแต่ความเครียด มันช่างแตกต่างจากสิ่งที่เขาประสบจากการนำคนไปคลอดลูกราวฟ้ากับดิน 

โลกมนุษย์มันเป็นเช่นนี้เอง..

“คนไข้ปลอดภัยแล้วนะคะ  แต่เด็กยังไม่คลอด หมอกำลังช่วยอยู่ค่ะ ! ทำใจดีๆนะคะ ”

“คนไข้ ฟื้นแล้ว ใช่ เธอฟื้นแล้ว !” เขาเดินจากออกมา 

“โยม สบายใจหรือยัง ?” เสียงหลวงพ่อดังขึ้น .....สมชายตื่นจากภวังค์....ครับๆๆหลวงพ่อ

                                  *******************************************

ณ. ร้านอาหารชายทะเลแห่งหนึ่ง สมชายนั่งอยู่คนเดียว บนโต๊ะมีจานถั่วทอด และแก้วเบียร์ถืออยู่ในมือ เขายกแก้วเทน้ำเบียร์ใส่ปากจนฟองเบียร์สีขาวเกาะอยู่รอบปากเป็นวง ลมทะเลพัดผ่านมาตลอดเวลา เสียงคลื่นดังมาเป็นระยะๆอย่างเป็นระเบียบ..

ไม่มีใครโทรมารบกวนเพราะเขาปิดโทรศัพท์ไปแล้ว ..

สมชายคิดว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมา คงเป็นลิขิตของฟ้าที่ต้องการให้เขาเลิกอาชีพ ที่เรียกว่า “ มือปืน” เขายังนึกอีกว่า พวกสื่อหนังสือพิมพ์ชอบตั้งอะไรให้ดูน่ากลัวและตื่นเต้น จริงแล้วพวกมือปืนรับจ้างก็เป็นเพียงสุนัขลอบกัดเท่านั้นไม่ได้มีศักดิ์ศรีอะไรเลย เพราะทำคนทีเผลอและไม่กล้าสู้ซึ่งหน้า จะมีเพียงความเหี้ยมโหดที่สามารถฆ่าคนที่ไม่เคยรู้จักกันได้เท่านั้น !..


วันที่.......
ถึงเฮีย กวง ที่นับถือ

พร้อมจดหมายฉบับนี้ ผมส่งเงินมัดจำ 150,000 บาทคืนมาให้เฮียด้วย ผมทำงานไม่สำเร็จผมใจอ่อนเกินไป คงต้องเลิกอาชีพนี้เสียที และจะไปทำมาหากินอย่างอื่น ผมตัวคนเดียวคงไปอยู่ที่ไหนก็ได้ เฮียอย่าโกรธผมนะครับ

                                ขอโทษเฮียอย่างมากครับ……สมชาย..

                                **********************************
เฮียกวงขยำจดหมายทิ้ง   แกยิ้มจนแก้มแทบฉีก..

“อ้ายชาย เอ๊ย ! เอ็งเอาเงินมาคืนทำไม ? หวานคอแร้งข้าเลย รับเต็มๆ  500,000 บาท คนจ้างมันต้องการให้เด็กตายเท่านั้น ตัวแม่เป็นแค่ของแถม มันแท้งลูกตั้งแต่วันเข้าโรงพยาบาลแล้ว”…..ฮะๆๆๆๆๆๆๆๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 14, 2010, 08:10:27 am โดย Rass » บันทึกการเข้า
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 13, 2010, 06:28:53 pm »

สวัสดีค่ะคุณราสส์    เรื่องของคุณยังสนุกเหมือนเดิม หักมุมได้อย่างสวยงามมาก ขอบคุณนะคะ
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 14, 2010, 05:57:17 am »


...ขอบพระคุณพี่เพกกี้ครับ..

..
บันทึกการเข้า
ประภัสสร
Global Moderator
Newbie
*****
กระทู้: 8



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 18, 2010, 01:46:12 pm »



นั่นซิคะ.... หักมุมได้อย่างหักมุมจริง ๆ

ไม่ได้เข้ามานานเลยค่ะ มัวแต่เดินทางกัน เพิ่งกลับกันเข้ามาเมื่อวานนี้เองค่ะ 

สบายดีกันทุกคนนะคะ รีบเข้ามาอ่าน และตอบเท่าที่เวลาจะอำนวย ตอนนี้ที่บางแคฝนตกค่ะ ตกแบบท่าจะหยุดยากด้วยซิคะ

เข้าไปอ่านของคุณเพ็กกี้แล้วเช่นกัน แต่ไม่ได้ตอบ พอมาเจอหักมุมของคุณราสส์ อ๊ะ อดใจไม่ไหว...ต้องรีบตอบมาก่อนเลย
คุณเพ็กกี้อย่าเพิ่งน้อยใจนะคะ เดี๋ยวนิจะเข้าไปตอบของคุณเพ็กกี้อีกที ตอนนี้เพิ่งเสร็จจากเข้าไปขอบคุณท่านผู้หลักผู้ใหญ่และ
เพื่อนฝูงทางเฟซบุ๊คที่อวยพรวันเกิดเข้ามามากหลายท่าน แต่ตอนที่อยู่ปีนังและกัวลาลัมเปอร์ เข้าเฟซบุ๊คไม่ได้เลย ทั้ง ๆที่เรา
เป็นตัวจริง ก็เลยไม่อยากให้เข้าก็ไม่เข้าก็ได้ ก็เลยเก็บมาตอบเอาเมื่อสักครู่ใหญ่ ๆ นี่เองค่ะ แล้วถึงมาเปิดเวบบอร์ดของเราดู
อีกที...

ว่าจะลงรูปให้ดูกันแต่คงยังไม่ใช่วันหรือหรือพรุ่งนี้หรอกค่ะ เพราะอังคารนี้ก็จะต้องเดินทางกันอีก กว่าจะกลับก็ปลายเดือน
ก็เลยคงต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะจัดการเรื่องรูปได้เรียบร้อยนะคะ แต่สิ่งที่บอกได้อย่างหนึ่งคือ ไม่ว่าจะเป็นที่เวียดนามหรือ
ปีนัง หรือ กัวลาลัมเปอร์ ต้นไม้ของเขาสวยมากเลยค่ะ ทุ่งหญ้าก็เขียวขจี มองไม่เห็นความแห้งแล้งเลย...

ค่ะ...ขอส่งความคิดถึงมายังเพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่านด้วยนะคะ และขอบคุณคุณราสส์ที่ยังคงเขียนเรื่องหักมุมหักความรู้สึกมาให้เรา
ได้อ่านกันอยู่เรื่อย ๆ ค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 18, 2010, 01:49:07 pm โดย ประภัสสร » บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 19, 2010, 03:19:41 pm »

สวัสดีค่ะคุณราส

สนุกเหมือนเคยค่ะ หักมุมได้เฉียบคมเหมือนเดิม
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 26, 2010, 06:48:52 pm »


...ขอบพระคุณ...คุณนิและคุณอภิญญาครับ...

..จะเขียนมาอีกครับ...
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF