www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Asian Spa  (อ่าน 1850 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: ตุลาคม 11, 2010, 04:43:54 pm »

เอเชี่ยนสปา

คำนำจากผู้เขียน -- พวกเราคงจะจำเรื่องสั้นชุดข้ามเส้นแบ่งเขตวันได้ มัวแต่คุยสัพเพเหระกระโดดไปเรื่องโน้นเรื่องนี้จนผู้อ่านชักจะเลือนๆ เอาเป็นว่านิยายชุดชายฝรั่งกับหญิงไทยยังคงนำเสนอไปเรื่อยๆ สุดแต่อารมณ์คนเขียนก็แล้วกัน

จำครูแดงจากนิยายตอนก่อนได้ไหมคะ คราวนี้ครูแดงมีประสบการณ์เกี่ยวกับหญิงไทยและฝรั่งมาเล่าสู่กันฟัง อีก

ทุกวันเสาร์ครูแดงจะไปที่ศูนย์การค้าของคนไทย มีร้านขายของชำที่มีสินค้านานาชนิดส่งมาจากเมืองไทย นอกจากนี้ที่ศูนย์การค้าก็ยังมีธุรกิจอื่นๆที่ดำเนินงานโดยคนไทย รวมทั้งร้านนวดของสีดา ครูแดงถูกอัธยาศัยกับสีดามาก เธอไม่ชอบนวด แต่ก็มักจะแวะมาคุยกับสีดาเป็นประจำ

 “พี่แดง มีผู้หญิงอิสานบ้านเดียวกับข้อย อยากได้ครูสอนภาษาอังกฤษ”
“ทำไมยูไม่บอกให้เขาไปเรียนที่วิทยาลัยชุมชน (Community College)ล่ะ เรียนฟรีด้วย”
“เขาไม่มีรถน่ะพี่ อีกอย่างหนึ่งเขาอยากจะได้ครูคนไทยที่จะอธิบายเป็นภาษาไทยให้เขาฟังได้ เขายังไม่สะดวกใจที่จะเรียนกับครูฝรั่ง เขาอยากให้พี่ไปสอนที่บ้าน”

   “พี่บอกก่อนนะว่า ค่าชั่วโมงที่พี่เรียกแพงนะ เพราะเป็นการสอนตัวต่อตัว แล้วก็ยังต้องไปสอนถึงบ้านเขาด้วย”
   “ไม่เป็นไรพี่ เขาบอกว่าเขาจ่ายไม่อั้น”
   “ให้เขาโทรฯมาหาพี่ก็แล้วกัน จะได้นัดแนะวันที่จะให้ไปสอน แล้วจะได้ถามทางไปบ้านเขาด้วย”

             หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ครูแดงก็ไปที่บ้านของนักเรียน บ้านของต้อยอยู่ในละแวกของคนฐานะปานกลาง อยู่ในถิ่นที่เงียบสงบ คุณแดงพบกับสามีฝรั่งของต้อย เมื่อมองแวบเดียวคุณแดงก็พอจะบอกได้ว่าต้อยเคยมีอาชีพอะไรมาก่อน ดูจากการแต่งตัวและกิริยาท่าทาง คุณแดงเคยพบเห็นผู้หญิงที่เป็นเมียของฝรั่ง ที่เคยมีอาชีพแบบนั้นมาก่อน ส่วนใหญ่พอได้สามีฝรั่งก็เลิกอาชีพแบบนั้น สำหรับรายนี้คุณแดงก็คิดว่าคงจะเป็นแบบเดียวกับที่เธอเคยเห็นมา

ในวิญญาณของความเป็น ครูคุณแดงไม่เคยนึกรังเกียจผู้หญิงไทยที่เคยมีอาชีพขายบริการมาก่อน เธอยินดีสอนภาษาอังกฤษให้ เธอคิดว่า เมื่อพวกเขาได้เรียนรู้ สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี เขาก็สามารถไปหางานทำดีๆ และช่วยตัวเองได้

ต้อยบอกคุณแดงว่า  “พี่เริ่มสอนหนูตั้งแต่เขียนตัวอักษรเอ บี ซี ดีเลยนะ หนูไม่เคยเรียนเขียนภาษาอังกฤษเลย ที่พูดภาษาอังกฤษได้ทุกวันนี้ก็เพราะจำคำศัพท์เป็นคำๆ สมัยเด็กๆหนูอยู่ที่ขอนแก่น ที่บ้านทำนา โรงเรียนอยู่ห่างไกลจากบ้านมาก ต้องเดินไปโรงเรียน เวลาฝนตกก็เดินลำบาก หนูมีปัญหาเรื่องสายตา เวลาอ่านหนังสือก็ปวดหัวทุกครั้ง พอมีอาการปวดหัวก็พาลไม่อยากเรียน ตอนนั้นฐานะทางบ้านยากจน พ่อแม่ไม่มีปัญญาพาหนูไปหาหมอตา พอโตขึ้นหาเงินได้ หนูก็ไปหาหมอ หมอให้ใส่คอนแท็คเลนซ์ ทำให้มองอะไรดีขึ้น”

มาถึงตอนนี้ต้อยมีความรู้สึกอยากเรียนหนังสือ และเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เรียนตอนเด็กๆ คุณแดงก็รู้สึกเห็นใจ เท่าที่สอนกันมา ต้อยเป็นคนที่หัวไว เรียนรู้ได้เร็ว คุณแดงยังนึกเสียดายโอกาสในวัยเด็กของต้อย ถ้าต้อยได้เรียนหนังสือมากๆ ต้อยคงจะไม่ต้องไปประกอบอาชีพขายบริการ

“มีความรู้แค่ชั้นประถม แล้วต้อยทำงานอะไรล่ะ” คุณแดงถามด้วความอยากรู้
“พออายุสิบหกหนูก็เข้ากรุงเทพ ไปเป็นสาวโรงงานอยู่พักหนึ่ง แล้วก็มีคนชวนไปทำงานที่ญี่ปุ่น”
“ไปทำอะไรที่ญี่ปุ่นหรือ” ครูแดงถามต่อ อันที่จริงเธอพอจะรู้คำตอบ แต่อยากจะรู้ว่าต้อยจะตอบว่ายังไง
“ก็...ไปทำงานร้านอาหาร” ต้อยตอบไม่ค่อยเต็มเสียง ครูแดงก็เลยหยุดซัก
ในขณะเดียวกันเธอก็แปลกใจว่า เธอเรียกค่าสอนในราคาที่สูงพอสมควร แต่ต้อยไม่ต่อราคาเลย ตกลงตามที่คุณแดงเรียกร้อง แสดงว่าสามีของต้อยคงจะมีรายได้ดี ถ้ามีรายได้ดีแบบนี้ แล้วทำไมต้อยไม่ซื้อรถไว้ขับเอง แล้วคุณแดงก็ได้คำตอบในไม่ช้า
“หนูเข้าหุ้นทำธุรกิจกับเพื่อน” ต้อยบอก แต่ไม่ได้บอกว่าธุรกิจอะไร
“แล้วไปทำงานได้ยังไงล่ะ” คุณแดงถามด้วยความสงสัย
“รถน่ะมีค่ะ แต่แฟนหนูเขาใช้อยู่  ถ้าเขาไม่ใช้รถเขาก็ขับไปส่ง บางทีหนูก็นั่งแท็กซี่ไปทำงาน ค่าแท็กซี่แพงมาก แต่หนูไม่มีใบขับขี่ แล้วก็ขับรถไม่เป็น ถ้าเรียนรู้ภาษาอังกฤษมากขึ้นก็จะไปสอบใบขับขี่”

ต้อยมักจะคุยว่ารายได้ดี หาเงินได้อาทิตย์ละหลายๆพัน ต้อยเล่าว่าพกเงินสดทีหนึ่งเป็นพันๆ ต้อยเล่าเหมือนกับจะคุยอวดเพื่อลบปมด้อยความยากจนในวัยเด็ก คุณแดงเข้าใจในปมด้อยนี้ดี แต่เธอก็รำคาญที่จะฟังคนพูดคุยอวด มีอยู่ครั้งหนึ่งคุณแดงถามด้วยความหมั่นไส้ว่า “แล้วต้อยมีเครดิตคาร์ดกี่ใบ”

ต้อยตอบว่า”ไม่มีเครดิตคาร์ดเลย”

 คุณแดงจึงบอกว่า “คนที่อยู่อเมริกาทุกคนควรจะมีเครดิตคาร์ด นั่นเป็นสิ่งที่แสดงว่าเขามีเครดิตดี คนที่นี่เขาไม่พกเงินเป็นฟ่อน เขาใช้เครดิตคาร์ดซื้อของกัน คนที่พกเงินมากๆ เป็นพวกที่ไม่มีเครดิต ต้องซื้อของด้วยเงินสด พวกที่งานใช้แรงงานมักจะพกพกเงินสดทีละมากๆ อย่างพวกเม็กซิกันที่หลบหนีเข้ามาขายแรงงานในอเมริกา คนพวกนี้ไม่มีบัตรประจำตัว ไม่มีหลักฐานที่จะไปเปิดบัญชีกับธนาคาร สรุปว่าพวกคนเถื่อนเท่านั้นที่พกเงินมากๆ”

แต่ก็ดูเหมือนว่า ต้อยจะไม่เข้าใจที่คุณแดงพูด เขายังคงคิดว่าการพกเงินมากๆนั้น แสดงว่าเป็นคนรวย

“ถ้าหนูเก่งภาษาอังกฤษหนูคงไปโลด”
“ต้อยพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”
“หนูก็จะทำอะไรได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ”
“นั่นก็เป็นความคิดที่ดี”
“ผัวหนูมันไม่ทำอะไรหรอก ค่าใช้จ่ายในบ้านนี่หนูออกทั้งนั้น” ต้อยเริ่มเปิดเผยเรื่องส่วนตัว มิน่าล่ะไปสอนทีไรเห็นนายคนนี้อยู่บ้านทุกที

คุณแดงไปสอนหนังสือต้อยอาทิตย์ละสองวัน หลังจากที่สอนกันมาได้เกือบสามเดือน ต้อยก็เล่าว่า เธอกับเพื่อนเปิดสปา คุณแดงฟังแล้วก็รู้สึกสะดุดใจทันที คุณแดงไม่ไร้เดียงสาจนกระทั่งไม่รู้ว่าธุรกิจสปาในเมืองนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เขาเรียกว่า Asian Spa หรือ Oriental Spa บางทีก็เรียกว่า Modeling Studio เป็นธุรกิจที่เอาสปามาบังหน้า แต่เบื้องหลังก็คือธุรกิจค้าประเวณีนั่นเอง คุณแดงเริ่มรู้สึกไม่สะดวกใจ รู้สึกขัดๆเขินๆกับอาชีพที่ต้อยทำ

สำหรับผู้หญิงที่เคยมีอาชีพขายบริการมาก่อนแต่เลิกแล้ว คุณแดงยินดีที่จะสนับสนุนให้เขาเรียนรู้ แต่สำหรับคนที่ยังประกอบอาชีพขายบริการอยู่คุณแดงรับไม่ได้ เธอมีความเห็นว่า ประเทศอเมริกามีโอกาสสำหรับคนทั่วไป ผู้หญิงพวกนี้สามารถประกอบอาชีพสุจริตได้ อาชีพค้าประเวณีเป็นอาชีพที่ผิดกฎหมาย  เธอทนไม่ได้ที่จะเกี่ยวข้องกับคนที่ทำผิดกฎหมาย และตั้งใจว่าจะถอนตัวจากการสอนภาษาอังกฤษให้ต้อย

วันสุดท้ายที่คุณแดงไปสอนต้อย วันนั้นมีเพื่อนคนไทยของต้อยมาที่บ้าน เพื่อนคนนี้เป็นคนบ้านเดียวกับต้อย เขามาทำอาหารประเภทปลาย่าง ตำซั่วกินที่บ้านของต้อย นอกจากจะมีเพื่อนของต้อยซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียวมาที่บ้านต้อยแล้ว ที่สนามหญ้าหลังบ้านก็มีเพื่อนฝรั่งของสามีของต้อยมานั่งกินเบียร์อยู่สี่-ห้าคน ปรกติคุณแดงจะสอนภาษาอังกฤษในห้องกินข้าว เพื่อนของต้อยทำอาหารเสร็จก็มานั่งกินที่โต๊ะเดียวกับที่คุณแดงสอนหนังสือ เขาไม่เกรงใจเลยว่าคุณแดงกำลังสอนหนังสือต้อยอยู่

“กินด้วยกันไหมพี่” เพื่อนของต้อยชวน แต่คุณแดงเห็นว่ามันผิดกาละเทศะไปหน่อย
“ขอบคุณ แต่ไม่หรอกเพราะต้อยกำลังเรียนหนังสือ” พูดแบบนี้เพื่อนของต้อยน่าจะเข้าใจ แต่เขากลับไม่เข้าใจ นั่งลงกินอย่างน่าตาเฉย อันที่จริงบ้านนี้ก็กว้างขวาง น่าจะไปนั่งกินที่อื่น อาหารก็มีกลิ่นปลาร้าแรงจนครูแดงแทบจะทนไม่ไหว
เท่านั้นยังไม่พอ มีเพื่อนฝรั่งของสามีต้อยเดินผ่านห้องที่พวกผู้หญิงนั่งกันอยู่ เพื่อจะไปห้องน้ำ เพื่อนของต้อยก็เรียกฝรั่งคนนั้นให้นั่งลงกินอาหารด้วยกัน เจ้าฝรั่งคนนั้นก็รับคำเชิญ ลงนั่งกินตำซั่วอย่างหน้าตาเฉย ไม่สนใจเลยว่ามีคนเขานั่งเรียนหนังสือกันอยู่
ครูแดงอึดอัดใจมาก เขาช่างไม่มีความเกรงใจเลย นึกจะทำอะไรก็ทำ ทั้งๆที่รู้ว่าต้อยกำลังเรียนหนังสือ เขาก็น่าจะเลี่ยงไปนั่งที่อื่น

“เพื่อนๆของแฟนหนูอยากรู้จักผู้หญิงไทย หนูเลยชวนเพื่อนมาที่บ้าน เพื่อนคนนี้ก็กำลังหาแฟนฝรั่งอยู่” ต้อยบอก สองหนุ่มสาวกินเสร็จแล้วก็ยังไม่ยอมลุก ยังคงนั่งจีบกันต่อหน้าเธอและต้อย

 ครูแดงบอกตัวเองว่าพอกันทีสำหรับการสอนภาษาอังกฤษให้ต้อย เธอเห็นพฤติกรรมวันนั้นแล้วรู้สึกรังเกียจมากๆ

หลังจากเลิกสอนภาษาอังกฤษให้ต้อยแล้ว คุณแดงก็แทบจะลืมต้อยไปเลย จนกระทั่งเธอมีโอกาสไปที่ร้านของสีดาอีก
“พี่รู้ไหม ต้อยถูกจับเมื่อเดือนก่อนในข้อหาค้าประเวณี” สีดาบอก
“แล้วตอนนี้เป็นยังไงล่ะ” ครูแดงถาม
“ไม่มีใครประกันตัว  เมื่อถูกจับในคดีอาญา ก็ต้องถูกเนรเทศ ต้อยก็ไม่มีกรีนคาร์ด”
“อ้าว นึกว่าเขาแต่งงานกับเจ้าฝรั่งนั่น มีใบเขียวแล้ว”
“ไม่หรอกพี่ ไอ้นั่นมันก็เป็นแมงดา พอต้อยเดือดร้อนมันก็หายหัวไปเลย มันไม่อยากติดร่างแหไปด้วย”

โอ้ เวรกรรมของต้อยแท้ๆ มีผัวฝรั่งนึกว่าจะได้พึ่งพา แต่ก็เปล่า

“เธอก็รู้ว่าเขามีอาชีพขายตัว ทำไมเธอไม่บอกพี่แต่แรก”
“สำหรับหนูนะพี่ หนูเลือกลูกค้าไม่ได้ เขามาใช้บริการที่ร้านหนูแล้วบางทีเขาก็ไว้ใจเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง หนูก็เก็บความลับของลูกค้า”
“พี่เห็นต้อยครั้งแรกก็พอจะรู้ว่าเขาประกอบอาชีพอะไร แต่คิดว่าเขาเลิกแล้วเพราะอยู่กับผัวฝรั่ง”
“เขาไม่มีความรู้ จะให้ไปหากินอย่างอื่นก็ลำบาก เขาอยู่กับไอ้แมงดานั่นก็หวังว่าจะได้มันคุ้มครองและช่วยทำใบเขียวให้”
“แล้วที่เขาบอกพี่ว่าเป็นเจ้าของกิจการสปา....”

“โอ๊ย” สีดาร้องขัดขึ้นด้วยเสียงสูง “ต้อยมันทำงานร้านสปา แต่ชอบบอกใครว่าเป็นหุ้นส่วน นางนี่มันขี้โม้ หลายครั้งที่มันต้องออกไปบริการลูกค้าต่างเมือง บางทีก็ต่างรัฐด้วย มันถึงมีรายได้ดีไง แขกติดใจก็ทิปทีหลายๆ”
“เฮ้ออออ” คุณแดงถอนใจยาวไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรอีก
“อย่าไปคิดมากเลยนะพี่ ชีวิตก็อย่างนี้แหละ บางคนก็ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด เอาเป็นว่าต่อไปนี้หนูจะไม่แนะนำนักเรียนประเภทนี้มาให้พี่อีกก็แล้วกัน”
“พี่อยากจะช่วยคนที่กลับตัว อยากเรียนรู้จริงๆ ไม่ได้นึกรังเกียจ ต้อยเองก็บอกว่าถ้าเขาเก่งภาษาอังกฤษเขาจะไปโลด”
“ที่มันบอกว่าไปโลดหมายถึงมันอยากจะเป็นแม่เล้าเสียเอง ที่มันทำงานอยู่ทุกวันนี้ก็ต้องผ่านเอเย่นต์ ถ้ามันพูดอังกฤษคล่องมันจะได้หาลูกค้าเอง”
“โอ้ คุณพระช่วย” คุณแดงอึ้งไปเลยทีเดียว จุกจนพูดไม่ออก ต้องรีบลากลับทันที

หมายเหตุจากเพ็กกี้ -- เพ็กกี้เห็นและรับรู้ในสิ่งที่คนทั่วไปไม่มีโอกาสได้พบเห็น อย่าหาว่าอคติกับคนพวกนี้เลย แต่พบเห็นเรื่องแบบนี้อยู่บ่อยๆ บอกตรงๆว่าทนไม่ได้จริงๆ เรื่องที่เล่ามาก็เป็นเรื่องจริงแต่เอามาอิงนิยาย เพ็กกี้ไม่กลัวที่จะพูดความจริง
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2012, 12:18:36 pm »

อ่านแล้วได้เห็นความหลากหลายของคนที่ไปอยู่ต่างแดน ถ้ารักดีก็ได้ดี แต่ถ้าไม่รักดีก็จะลงเอยแบบนี้แหละค่ะ ขอบคุณที่เล่าให้ฟังค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF