www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มันเป็นแค่...แม่หมาตัวหนึ่ง.!  (อ่าน 2975 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: ตุลาคม 16, 2010, 01:51:49 pm »

มันเป็นแค่ แม่หมาตัวหนึ่ง... !!! 

ราสส์    กิโลหก
         
        บ้านพักผมอยู่ชานเมือง ส่วนที่ทำงานอยู่ในตัวเมือง  ระยะทางจากบ้านพักถึงที่ทำงานประมาณ 3 กิโลเมตร  ผมมีรถยนต์ส่วนตัวขับไปทำงาน วันหนึ่งช่วงเช้าขับรถไปทำงานตามปกติ สองข้างทางไม่ค่อยมีบ้านคน จะมีหนาแน่นบ้างแต่ก็เป็นหย่อมๆไม่กี่แห่ง รถราบนถนนไม่หนาแน่นขับสบายๆเพราะไม่ใช่ถนนสายหลัก  แต่ก็มีวิ่งสวนไปมาอยู่บ้างไม่ถึงกับเปลี่ยว..
           
ขับมาได้สักครึ่งทาง  สายตามองไปไกลๆเห็นหมาตัวหนึ่งยืนอยู่ริมถนนทางด้านซ้ายมือ  มันยืนเหม่อๆอยู่ข้างถนนบนไหล่ทาง   ผมลดความเร็วจาก 80 กิโลเมตรลงมาพลางคิดว่ามันจะวิ่งข้ามถนนหรือเปล่า ?  จนรถวิ่งใกล้จะถึงตัวหมาห่างประมาณ 50 เมตรเจ้าหมาตัวนี้ก็ยังยืนอยู่เฉยๆ  สังเกตดูตัวผอมโซนมยานเป็นแถว  เป็นลักษณะของหมาแม่ลูกอ่อน ความที่กลัวว่ามันจะวิ่งออกมาที่ถนน  ผมจึงกดแตรบีบไล่เพื่อให้มันรู้และหลบไปข้างทาง แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด  พอเสียงแตรดังขึ้นแทนที่มันจะวิ่งหลบลงไปข้างทางแต่กลับขยับตัววิ่งทื่อออกมากลางถนน ผมตกใจเอาเท้าแตะเบรกเบาๆเพื่อชะลอความเร็วของรถไม่ให้ชนหมา  จนมันวิ่งผ่านหน้ารถไปได้อย่างหวุดหวิดไปอยู่อีกเลนทางด้านขวามือ  ช่วงกำลังฉุกละหุกปรากฎมีรถอีกคันวิ่งมาจากทางด้านหลัง พอผมชะลอความเร็วลงรถคันนี้ก็แซงออกไปทางด้านขวา 
             
มันเกิดขึ้นรวดเร็วมาก   เจ้าหมาแม่ลูกอ่อนซึ่งวิ่งจะพ้นผิวจราจรของถนนอยู่แล้วแต่ไม่อาจทันความเร็วของรถที่วิ่งมาถึงพอดี  ด้านหน้าของรถทางด้านขวา ซัดเปรี้ยงเข้าไปที่บั้นท้ายช่วงขาหลังอย่างแรง เสียงเหล็กกระทบเนื้อของเจ้าสัตว์ตัวเล็ก ดังตึ๊บ !  ตัวมันกระเด็นลอยสูงไปตามแรงชน หมุนคว้างกลางอากาศแล้วก็ตกลงไปในพงหญ้าข้างถนน
           
ไม่มีเสียงร้อง ซัก แอะ ! ผมตกใจมือไม้สั่นเพราะมันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา พอหายตกตะลึงรีบจอดรถแอบข้างทาง เกิดความเป็นห่วงเจ้าหมาแม่ลูกอ่อนตัวนี้ขึ้นมาในทันที คงเป็นเพราะผมเป็นต้นเหตุให้มันถูกชน ผมไม่น่าบีบแตรไล่มันเลย ถ้าไม่บีบไล่  มันคงไม่วิ่งออกมากลางถนน และที่สำคัญมันเป็นหมาแม่ลูกอ่อน ถ้ามันตาย  ลูกมันจะเป็นอยู่อย่างไร ?
           
ผมเปิดประตูรถออกมายืนข้างถนน มองไปทางตำแหน่งที่หมากระเด็นตกลงไป  ฝุ่นดินบริเวณนั้นยังลอยฟุ้งให้เห็น ด้วยความเป็นห่วงผมรีบวิ่งข้ามถนนไปยังบริเวณที่มันตกลงไป  เดินไปจนใกล้จึงได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด จากเสียงค่อยๆ แล้วก็ดังแรงขึ้นเสียงสั่นและโหยหวน  เดินจนไปถึงตัวหมา ภาพที่เห็นทำเอาผมใจคอห่อเหี่ยวและหดหู่อย่างบอกไม่ถูก ขาหลังทั้งสองข้างหักพับงอ  ขี้เยี่ยวเปรอะเรี่ยราด  ขาหน้าทั้งสองข้างสั่น ดิกๆ..คงเกิดจากความเจ็บปวดที่รุนแรง  แต่ที่ทำให้ผมปวดร้าวใจมากแทบกลั้นความสงสารไว้ไม่อยู่  คือสายตาของเจ้าหมาที่มองมายังผม มันเป็นสายตาที่วิงวอนและโหยหา..ผมไม่เคยเห็นแววตาของหมาแบบนี้มาก่อนเลย..
         
แถวๆนี้ไม่มีบ้านคน เลยไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของหมา สมัยนั้น (พ.ศ. 2520) โรงพยาบาลสัตว์ก็ไม่มี หมอหมาผมก็ไม่รู้จัก  ไม่รู้จะทำอย่างไงดี ?  จึงเดินกลับไปที่รถหยิบกระติกน้ำและขนมปังที่มีอยู่ในรถ เอามาให้เจ้าหมากิน .. เอาผ้าเช็ดรถมาปูให้มันนอน หาเศษไม้แถวๆนั้นทำเป็นเสาสี่ต้นเตี้ยๆ เอาเสื้อยืดเก่าๆที่อยู่ท้ายรถเอามาทำหลังคา เพื่อกันแดด..
         
“นังแม่ลูกอ่อน นอนอยู่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวจะไปตามหาเจ้าของมาให้” ผมพูดกับหมา
           
ขับรถออกมาประมาณ 300 เมตร  ถึงบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่ข้างถนน จอดรถเสร็จ เดินลงไปที่หน้าบ้านมีคนอยู่ในบ้าน 3-4 คน สอบถามว่า ได้เลี้ยงหมาแม่ลูกอ่อนบ้างหรือเปล่า ? มันถูกรถชนบาดเจ็บอยู่ไม่ห่างจากที่นี่  ปรากฏไม่มีใครสนใจหรือยอมรับอะไร ทุกคนส่ายหน้าแสดงอาการปฎิเสธ ท่าทางดูแล้วไม่ตื่นเต้น  คงคิดว่าแค่หมาถูกรถชน..
               
ไปแวะถามอีก 3-4 หลัง   ก็ไม่มีใครรับเป็นเจ้าของ อีกทั้งไม่มีใครใส่ใจอะไร ผมจึงรีบขับรถไปทำงานเพราะสายมากแล้วเดี๋ยวนายจะด่าเอา. วันทั้งวันนั่งทำงานไม่รู้เรื่อง  เพราะใจพะวงห่วงหมาแม่ลูกอ่อน..
 พองานเลิก 4 โมงครึ่ง ผมรีบกลับออกไปดูทันทีด้วยความเป็นห่วง ถึงที่หมายจอดรถเสร็จรีบเดินลงไปดู ในใจคิดว่าจะเอาตัวแม่กลับบ้านไปด้วยเพราะความสงสาร  แต่ต้องค้นหาลูกให้เจอก่อนต้องเอาไปให้หมดทั้งแม่ทั้งลูก  ไปถึงจุดที่เจ้าหมานอนเจ็บเมื่อเช้าเสื้อยืดที่ผมเอามาทำหลังคายังเห็นอยู่ ..
           
พอก้มตัวมองลอดเข้าไปต้องตกใจ เพราะพื้นที่ว่างเปล่า  !  ไม่มีตัวหมานอนอยู่ นึกแปลกใจว่ามันหายไปไหน  บาดแผลสาหัสขนาดนั้นไม่น่าที่จะเคลื่อนตัวไปไหนได้   
         
เดินกลับขึ้นมาที่ริมถนน  สายตาสังเกตเห็นที่พื้นถนนมีรอยเลือดและเศษขี้ของหมา ปรากฏร่องรอยเป็นทางเหมือนลากของ  จากฝั่งที่ผมยืนอยู่ไปยังฝั่งตรงกันข้าม ก็คือจุดที่แม่หมายืนอยู่ครั้งแรก ก่อนที่จะข้ามถนนมาถูกรถชน
             
ด้วยความสงสัย จึงเดินตามรอยไปจนถึงโพรงไม้ซึ่งอยู่ห่างจากริมถนนประมาณ 100 เมตร  พอก้มตัวมองเข้าไปในโพรง  หูได้ยินเสียงลูกหมาแว่วๆมาเข้าหู แต่เสียงอ่อนและแหบเต็มที รู้สึกดีใจที่พบลูกหมาแล้ว  และคิดว่าแม่มันคงอยู่ไม่ไกลจัดการรื้อโพรงไม้นั้นออก ไม่นานก็เจอตัวแม่หมานอนเหยียดยาวให้ลูกกินนม ลูกหมายังไม่ลืมตามีอยู่หกตัว ทุกตัวนอนกลิ้งเกลือกอยู่ตรงเต้านมแม่   แต่แข่งกันร้องเสียงระงมเหมือนร้องเพราะความหิว  แลมองไปที่ขาหลังของแม่หมา พลางคิดว่ามันไม่น่าเดินทางมาถึงโพรงไม้นี้ได้  เพราะสภาพหักยับเยินไปหมด  ผมตั้งใจว่าจะอุ้มแม่หมาไปที่รถก่อน ลูกหมามาเอาอีกเที่ยว.. 
แต่ ! พลันที่สายตาผมมองไปที่ใบหน้าของมัน ผมใจหายวูบ และความรู้สึกที่ตามมาคือ มันเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอหอย หายใจติดขัดขึ้นมาทันใด..
         
ภาพที่เห็นคือแม่หมานอนลืมตาโพลงมีมดตัวเล็กๆมาตอมอยู่รอบๆดวงตา..

อนิจจา !   แม่หมาได้ตายไปแล้ว ไม่รู้ว่าตายไปตั้งแต่เมื่อใด ผมเดินถอยออกมานั่งลงกับพื้นหญ้าใกล้ๆ ยอมรับว่าทำอะไรไม่ถูก มันช็อกความรู้สึกไปชั่วขณะ ผมคิดถึงแม่ขึ้นมาทันทีเกิดความรักแม่ขึ้นมากะทันหัน

“ความรักลูกของแม่หมาตัวนี้  ยิ่งใหญ่สุดที่จะบรรยาย  ขนาดตัวเจ็บเจียนตาย แต่ด้วยสำนึกของความเป็นแม่ ยังแข็งใจยอมทนความเจ็บปวด กลับมาให้นมลูก เพราะห่วงลูก  โดยไม่ห่วงตัวเองเลยซักนิด”

แม้ว่าเจ้าเป็นเพียงแค่หมาตัวหนึ่งที่วิ่งไปมาอยู่ข้างถนน !
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2010, 03:57:44 pm »

โถ ๆ ๆ ๆ....อ่านแล้วน้ำตาพาลจะไหลเอาดื้อ ๆ น่าสงสารจริง นี่แหละความรักของแม่....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 16, 2010, 03:59:50 pm โดย อภิญญา » บันทึกการเข้า
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2010, 02:35:38 pm »

อ่านแล้วเศร้าจริงๆ อย่างไรก็ดีต้องขอบคุณคุณราสส์ที่นำเรื่องสั้นสนุกๆมาลงให้เราอ่านเป็นประจำ เป็นการเพิ่มสีสันให้เว็บบอร์ดของเรา
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 06, 2012, 09:49:26 am »


..ขอบพระคุณ พี่อภิญญา..และพี่เพ็กกี้...มากครับ..

..ที่กรูณาให้กำลังใจเสมอมา..
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF