www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มะพร้าวกะทิชาวเกาะ(2)  (อ่าน 2311 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ปลิวลม
Newbie
*
กระทู้: 0



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 10:43:05 pm »

[ 12 ก.พ. 2550 00:14:59 ] 61.19.182.117

ดาวจ๋าอย่าร้องไห้


"แม่จ๋า เปิดเน็ตลูกอยากดูดาวของลูก"กะทิอ้อนแม่

"นี่ไง พลูโต" แม่บอกกะทิ

"แม่จ๋าคลิ้กที่รูปหน่อยซิ" กะทิบอก

"มีคำอธิบายด้วย อ้าว...พลูโตไม่ได้เป็นดาวเคราะห์อยู่ในระบบสุริยะแล้วเหรอ" แม่อุทาน

"อ่านให้ฟังหน่อยๆ เร็วซิอยากรู้จัง"กะทิบอกแม่


ภายหลังเกิดข้อถกเถียงกันว่า "ดาวพลูโต" นับเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งหรือไม่ ในที่สุดนักดาราศาสตร์ก็ลงมติออกมาเป็นที่เรียบร้อย เรื่องการถอดดาว “พลูโต” ออกจากสถานภาพ “ดาวเคราะห์” หลังอยู่ในระบบมานานถึง 76 ปี การถอดดาวพลูโตออกส่งผลให้ระบบสุริยะวันนี้มีดาวเคราะห์เหลือเพ ียง 8 ดวง เท่านั้น

โดยดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า การตัดดาวพลูโตออกจากระบบสุริยะและเปลี่ยนสภาพจาก “ดาวเคราะห์” โดยจัดชั้นใหม่ให้เป็น “ดาวเคราะห์แคระ” นั้นไม่มีอะไรเสียหาย เพราะดาวพลูโต ถูกค้นพบเมื่อปี 1930 และตลอด 76 ปีเรียกเป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์พบว่าดาวพลูโตมีความแตกต่าง จากดาวเคราะห์ทั้ง 8 ดวงมากขึ้นเรื่อย ๆ และด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี กล้องดูดาวในปัจจุบัน ทำให้นักดาราศาสตร์ค้นพบ ดาวอื่น ๆ ที่มีลักษณะเหมือนดาวพลูโตอีกหลายดวง

ซึ่งเมื่อวันที่ 14-24 สิงหาคมที่ผ่านมา ในที่ประชุมของสมาพันธ์ดาราศาสตร์สากล หรือ ไอเอยู (International Astronomical Union's : IAU) มีนักดาราศาสตร์ราว 3,000 คน จาก 75 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมประชุมที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ค ได้ลงมติถอด “ดาวพลูโต” ออกจาก หมู่ “ดาวเคราะห์ชั้นเอก” แห่งระบบสุริยะ ด้วยเหตุผลที่ว่า “พลูโต” มีลักษณะต่างจากดาวเคราะห์อีก 8 ดวงที่อยู่ในระบบมาก ไม่ว่าจะเป็นระยะทางที่อยู่ไกลจากดวงอาทิตย์และมีขนาดเล็กกว่าด าวเคราะห์อีก 8 ดวง

และในการประชุมไอเอยูครั้งนี้ได้ร่วมกันนิยามความหมายของ “ดาวเคราะห์” ซึ่งในอดีตไม่มีการกำหนดนิยามไว้ ซึ่งได้ข้อสรุปว่า “ดาวเคราะห์” (planet) ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

1.เป็นวัตถุบนท้องฟ้าที่โคจรรอบดาวฤกษ์ แต่ตัวเองต้องไม่ใช่ดาวฤกษ์

2.มีมวลมากพอที่จะมีแรงโน้มถ่วงดึงดูดตัวเองให้อยู่ในสภาวะสมดุ ลอุทกสถิต (hydrostatic equilibrium) และ

3.มีวงโคจรที่ชัดเจนและสอดคล้องกับดาวข้างเคียง

ทั้งนี้ หลังไอเอยู นิยามลักษณะดาวเคราะห์แล้วส่งผลให้ “พลูโต” หลุดจากความเป็นดาวเคราะห์ทันที เพราะมีวงโคจรเป็นวงรีที่ทับซ้อนกับดาวเนปจูน และทำให้ระบบสุริยะมีดาวเคราะห์เหลืออยู่เพียง 8 ดวง

"ทนไม่ไหว แล้ว หยุด หยุด" กะทิเริ่มร้องไห้

"อ้าวทำไมล่ะ กะทิ" แม่ถาม

"เขาตัดสินใจ แต่....ไม่ได้ถามลูก ลูกเป็นเจ้าของดาว ลูกไม่ยอมลูกจะร้องขอความเป็นธรรมได้มั้ย"กะทิสะอึกสะอื้น

"สงสัยคงยาก" แม่บอก "ไม่เป็นไร เดี๋ยวแม่หาดาวให้ใหม่"

"ลูกไม่เอาดาวใหม่ เพราะดาวของลูกชื่อพลูโต"กะทิเริ่มร้องไห้ดังขึ้น แต่แล้วก็หยุดร้องนิ่งเงียบ แม่งงหันมามองอาการของลูกสาวสุดโปรด เอาไงหว่า เด็กนี้

"ถ้าลูกพิสูจน์ได้ว่าดาวของลูกอยู่ในระบบ เขาจะยอมรับมั้ย"กะทิถามแม่

แม่ถอนหายใจ อาการนี้ยิ่งหนักกว่าเดิม

"แม่ว่าน่าจะง่ายกว่านะ ถ้าจะหาระบบสุริยจักรวาลใหม่ให้พลูโตอยู่"

"ไม่เอา ลูกจะให้พลูโตอยู่ ระบบสุริยะเดียวกับลูก"กะทิเริ่มต้นเป่าปี่อีกครั้ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2008, 01:02:20 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
มนตราแห่งทะเล
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 463



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2008, 10:48:28 pm »

ปลิวลม
12 ก.พ. 2550 00:24:48


ทำยังไงให้เท่าชาย


"แม่จ๋า ทำไมผู้หญิงทำอะไรไม่ได้เท่าผู้ชาย" กะทิถามแม่


"ทำไมล่ะ เราก็ทำได้เท่าเขาทุกเรื่องแหละบางเรื่องก็ทำได้ดีกว่า" แม่ตอบลูกสาวจริงจัง


"มีที่ทำไม่ได้"กะทิไม่ลดละ


"อะไรว่ามา"แม่ว่า


"ก็ ฉี่ให้พุ่งไปไกลไง ลูกแพ้ทุกทีเลย" กะทิทำเสียงเสียงเศร้า


อ้าวไงงั้นล่ะ กะทิ แม่รำพึง

ธรรมชาติมีปรัชญา อยู่ในตัวของมันเองแล้ว อยู่ที่ เราจะรู้เท่าทันมันหรือไม่เท่านั้น



อภิญญา
12 ก.พ. 2550 08:10:47

โถ ๆ ๆ ๆ...แม่กะทิคนสวยของป้า ไอ้เรื่องฉี่พุ่งนี่ ปล่อยพวกผู้ชายเขาไปเถอะจ้า ป้าว่ามีอย่างอื่นที่เรามีดีกว่าเขาอีกตั้งเยอะ อ้าว..แม่ปลิวลมบอกเธอหน่อยสิจ๊ะ ว่ามีอะไรบ้าง... เหอ ๆ ๆ ๆ



ปลิวลม
15 ก.พ. 2550 04:53:35

มีเรื่องเล่าเก่าๆของมะพร้าวกะทิ และเพื่อนๆมาเล่าให้ฟัง ลองอ่านกันดูนะคะ

เมื่อวานกะทิหกล้มหัวเข่าถลอก วันนี้เลยขอใส่รองเท้าแตะไปโรงเรียน คุณพ่อพาไปส่งคุณครูนก คนสวย ใจดี

"เท้าไปโดนอะไรมา คะ กะทิ ครูนกถาม

"หกล้มค่ะ" กะทิตอบ

"เอ้าแล้วทำไมไปเจ็บที่เท้าละ......ต้องใส่รองเท้าแตะทำไมไม่เจ็บที่เข่า"

กะทิงงนิดหน่อยแล้วตอบว่า" มันติดโรคกันค่ะ"




ปลิวลม
15 ก.พ. 2550 05:01:55

แม่จะกลับมาอยู่บ้านสิบวันมะพร้าวและกะทิดีใจมากๆเพราะ แม่กลับบ้านที่ไรต้องมีอะไรแปลกใหม่เสมอ กะทิจัดแจงสั่งของจากกรุงเทพมากมายเลยตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า อาทิ กิ๊บติดผมเสื้อกางเกงและรองเท้า ส่วนมะพร้าวนั้นขอแต่ของเล่นอย่างเดียว แม่นะซื้อได้แต่ขี้เกียจหอบ กว่าจะเข้าเกาะนะคะข้ามน้ำข้ามทะเล(ฮิฮิไม่ได้นั่งเครื่องนะขอบอก)ก็เลยใช้กลยุทธ์เดิมๆ

"กะทิขา ชุดที่อาซื้อ ให้เก่าหมดแล้วหรือคะ"แม่ถาม

"ยังแต่เบื่อแล้ว"

"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวคุณแม่จะซื้อตัวการ์ตูนสวยมาติดให้รีดติดเลยนะคะ รองเท้ามีไฟ ก็ไม่สวยเท่าไหรหรอกค่ะ แพงออก เอารองเท้าผ้าใบลายการ์ตูนแทนดีมั้ยคะ" แม่หว่านล้อมกะทิ

"ลูกว่าถ้าแบบนั้นเอารองเท้าการ์ตูนในถุงของลูกที่แม่เก็บไว้ แล้วก็เสื้อลูกที่คับแล้วให้น้องก็ได้ ครับ" มะพร้าวออกความเห็น

อิอิ ประชดหรือเปล่าไม่รู้แต่เข้าทางแม่เลย



ปลิวลม
21 ก.พ. 2550 00:18:07





ปลิวลม
21 ก.พ. 2550 00:32:35

กะทินักวิเคราะห์

แม่กับลูกสาวนั่งกอดกันนับนกกระจิบที่บินมากินข้าวที่โปรยไว้ เสียกะทินับเลขโชว์เสียงดัง

"โอ้โฮ้แม่จ๋า สิบแล้ว สิบมี หนึ่งกับศูนย์"กะทิบอก

"จ้า" ขี้อ้อนแม่นึกในใจ

"สิบแล้ว สิบหนึ่ง"กะทิพูด

"ไม่ใช่คะ สิบเอ็ด"แม่แก้ลูกสาว

"สิบเอ็ดมีอะไรกับอะไรจ๊ะแม่"กะทิทำตาโต

"มีสิบกับหนึ่ง"แม่ตอบ

"แล้วทำไมเรียกสิบเอ็ด ไม่เรียกสิบหนึ่ง"กะทิถาม

นั้นซิ ทำไม แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ใครรู้บอกที อย่าบอกว่าเป็นข้อยกเว้นนะคะ เพราะรู้แล้ว มีเหตุผลอื่นมั้ย



ปลิวลม
21 ก.พ. 2550 00:47:17

มีสิบกับหนึ่งแก้เป็นมีหนึ่งกับหนึ่ง



ปลิวลม
8 มี.ค. 2550 18:07:44

10 ตุลาคม 2006 เวลา 21:01


ผมมะพร้าวครับ วันนี้ผมกับ ลูกพี่ลูกน้อง ไปเที่ยวทะเล กันครับ พอดี ไปเจออาศักดิ์ริมทะเล
อาก็เลยบอกว่าจะพาลงเรือ กล้วยหอมครับ เป็นเรือยาง ผมว่ายน้ำเป็น แต่ลูกพี่ลูกน้อง ผมว่ายไม่เป็น อาศักดิ์ไม่อยากพา ลูกพี่ลูกน้องผมไปหรอกครับ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง อาศักดิ์พายคนเดียว พวกผมนั่งไปเฉย อยู่ๆลูกพี่ลูกน้องผม ก็ลุกขึ้นยืน ไม่รู้ เพราะ อะไร เรือ คว่ำ เลยครับ ผมก็เลยตกลงไปในน้ำ ผมพุ่งขึ้นมา จากใต้ท้องเรือ แล้วก็ว่ายๆน้ำไปเกาะเรือไว้ หันไปดูอีกที เห็นอากำลังคว้าลูกพี่ลูกน้องมาที่เรือ ครับ เฮ้อ ดีนะครับที่ผมว่ายน้ำเป็น ไม่งั้น มีหวังเป็นผี เฝ้าทะเล แน่ๆ เลยครับ ที่สำคัญ กะทิ ไม่ได้ไป ไม่งั้น อาศักดิ์ คงรับไม่ไว้ คนของอาศักดิ์รีบพาเรือ มารับพวกเราเข้าฝั่ง ผม เห็นพ่อยืนหน้ามุ่ย อยู่แต่ไกล นึกว่าน่าจะโดนตีแน่ที่ไหนได้ พอถึงฝั่งนะ พ่อรีบวิ่งมาอุ้มผม แล้วบอก ว่า พรุ่งนี้ เช้าต้อง มาฝึกว่ายน้ำให้หนักกว่าเดิมนะครับ แม่ก็ไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกัน อย่าบอกนะครับ แม่ตกใจตายแน่ๆเลย




ปลิวลม
9 มี.ค. 2550 12:14:13

ฉับ.......... โพล้ง

งงละซิคะ แม่ปลิว เอง ก็งงอยู่พักหนึ่งคะ ให้มะพร้าวเล่าเอง ก็ไม่ยอม เรื่องเป็นอย่างนี้คะ

มะพร้าวมีงานศิลปะ ที่คุณครูศิลปะ สอนให้ทำ คุณครูท่านก็ไอเดียบรรเจิดคะ สอนให้ทำ ของเด็กเล่น แบบประดิษฐ์เอง ตั้งแต่ หนังสะติ๊ก เหลา กันเมื่อย อยู่พักหนึ่ง ตอนนี้ คุณครูเกิด อยากให้ทำ เจ้าของ เล่นที่ชื่อ ว่า ฉับ.....โพล้ง ขึ้นมา บางแหล่งก็เรียก ลูกโพล้งนะคะ ก็ทำไม่ยาก หรอกคะ เพียงแต่หาไม้ไผ่ เลาเล็กๆ 1 เลา นะคะ เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1 -2 ซม.คะ แล้วหาไม้รวก ก็ไม้ไผ่อีกละคะ มาเหลา ให้ กลม เนียน แบบตะเกียบ ที่สำคัญต้องทำที่จับให้ถนัดมือกันและต้องไม่เล็กไม่ใหญ่กว่าลำ ที่ตัดไว้ เสร็จแล้วต้องไปหาลูกไม้ป่า ลูกเล็ก เช่น ลูกแว้ง หรือ เม็ดกระถิ่นก็ได้ หรือ ถ้า อัตคัต ไม่ชอบเดินป่า ก็กระดาษ เลยคะปั้นเป็นก้อนกลมๆ อมเข้าปากให้เปียก แล้วอัด เข้าไป 3-4 ลูก แล้วก็ได้ เวลา คะ เอาเจ้าก้านที่เหลาไว้กดเข้าไป แล้ว ก็ ฉับ......โพล้ง คะ สนุกดี คะ ไม่รู้ว่ามันตอนเคี้ยวกระดาษหรือตอนที่ยิงใส่หน้าเพื่อนคะ อ้อ ตอนปลายต้องเจาะรู เล็กๆ นะคะ (เฮ้อ นี้ถ้าไม่มีพ่อ ชื่อ ....... ก็หาได้ ฉับโพล้ง มั้ย ลูกเฮ้อ)



ปลิวลม
9 มี.ค. 2550 12:37:09
 
06 พฤศจิกายน 2006 เวลา 14:02

รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง บุญจะส่งให้เราสุขใจ บุญจะส่งให้เราสุขใจ

มะพร้าวกับกะทิ ไปลอยกระทงโดยไม่มีแม่ไปด้วยเพราะว่าแม่ติดภาระการเรียนอีกแล้ว นึกขึ้นมาที่ไร กะทิน้ำตาคลอเบ้าทุกที ทำไมนะแม่ถึงไม่คิดถึงลูกเหมือนลูกคิดถึงแม่ ฮือ ฮือ ตกเย็นไปลอยกระทงกัน 3 คนพ่อลูก กระทงของมะพร้าวสวยจัง ประดิษฐ์ประดอย ซะสวยงาม ของกะทิทำมาจากพด(กาบมะพร้าว) ใส่ดอกไม้ธูปเทียนพร้อม รูปธงชาติไทย พ่อเห็นกระทงลูกสาวเกิดสงสาร

"เอ้าลูกเอาเงินไปใส่หน่อย จะได้เป็กระทงเงินกระทงทอง เพิ่มดอกไม้อีกนิดนะลูก" 555555 พอกระทงลงน้ำ เพียบเลยแล้วก็คว่ำ ไม่เป็นท่า ด้วยนิสัยเอาตัวรอด กะทิกระโดดกอด มะพร้าวทันที

"ขอน้องลอยด้ วยนะ พี่ เกิดชาติหน้าได้เป็นพี่น้องกันราว"

"หึ น้อยน้อยหน่อย กะทิ เฮ้อ" มะพร้าวมองน้องแบบข้องใจ



อภิญญา
9 มี.ค. 2550 13:43:29

ฮิ ๆ ๆ...คิก ๆ ๆ ขำหนูกะทิจังเลย คิดได้ไงเนี่ย



ปลิวลม
9 มี.ค. 2550 20:44:02

แม่จ๋า.....ทำไมโรงเรียนเก่าจัง

"แม่จ๋า ทำไมโรงเรียนแม่เก่าจัง" กะทิบอกแม่เมื่อก้าวลงจากรถแท๊กซี่และเห็นตึกของมหาวิทยาลัย

"เก่าซิลูก เป็นมหาลัยเก่าแก่ ของประเทศเรานะ"แม่บอกลูกสาวด้วยความภาคภูมิใจ

"เหรอจ๊ะ....."กะทิอ้าปากหวอ

"ลูกอยากมาเรียนมั้ยหละ" แม่ถาม

"ไม่รู้ซิ ลูกว่าโรงเรียนที่ลูกเรียนก็ดีแล้วนะ ตึกก็ใหม่กว่านี้อีก"กะทิมองสิ่งก่อสร้างแบบกลัวๆ

แม่มองลูกสาวแล้วนึกขำ นี้แหละหนาที่ว่า สองคนยลตามช่องคนหนึ่งมองเห็นโคลนตม......... ฮือ รุ่นกะทิเรียนมหาวิทยาลัย ค่านิยมจะเป็นเช่นไรหนอ..........................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2008, 01:06:24 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF