www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวนกระแส  (อ่าน 2047 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: ธันวาคม 23, 2010, 06:45:05 pm »

อ่านบทความนี้แล้วอย่าเพิ่งหมั่นไส้เพ็กกี้ล่ะ เพ็กกี้อาจจะคิดอะไรต่างกับคนทั่วไป แต่ความคิดเห็นของเพ็กกี้ไม่ได้ก้าวร้าวใครเป็นการส่วนตัว เป็นการแสดงมุมมองที่ต่างจากคนทั่วไป

ความเห็นแรกเกี่ยวกับวันคริตมาส ใกล้วันคริตมาสเต็มที เพ็กกี้เป็นชาวพุทธ แต่อยู่ในสังคมของพวกคริต ดังนั้นเมื่อเราอยู่ในเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม คนใกล้ตัวเป็นแคทอลิค เรื่องศาสนาไม่มีปัญหาสำหรับเราสองคน เธอไปวัดกับฉัน ฉันไปโบสถ์กับเธอ เราปรับตัวเข้ากันได้ไม่มีปัญหา

วันคริตมาสของชาวตะวันตกถือเป็นวันของครอบครัว สมาชิกของครอบครัวจะมาพบปะกัน บางคนอาจะไปทำมาหากินอยู่ต่างเมืองหรือต่างรัฐ เมื่อถึงเทศกาลสำคัญก็จะมาพบกัน รับประทานอาหารร่วมกัน และแลกเปลี่ยนของขวัญกัน มันเป็นธรรมเนียมที่เพ็กกี้จะต้องให้ของขวัญญาติของคนใกล้ตัว ถึงแม้เราจะไม่ไปร่วมพบปะสังสรรกับครอบครัวเขา แต่โดยมารยาทเราก็ต้องให้ของขวัญญาติๆของเขา เพราะพวกเขาให้ของขวัญเราทุกปี

แต่ที่เพ็กกี้ไม่เข้าใจก็คือคนไทยที่เมืองไทยก็ฉลองวันคริตมาสกับเขาด้วย ทั้งๆที่เป็นชาวพุทธนี่แหละ ถ้าเป็นพวกคริตก็ยังพอจะเข้าใจ สรุปว่าพวกเราชอบสนุกสนาน ไม่ว่าตรุษไทย ตรุษฝรั่ง ตรุษจีน หรือตรุษแขกเราก็ร่วมสนุกไปกับเขาด้วยได้ แต่รู้สึกว่าการฉลองตรุษฝรั่งของคนไทยบางพวกถือเป็นความโก้ ตามโรงแรมต่างๆที่มีต่างชาติมาพัก เขาก็จะจัดเทศกาลคริตมาส อันนี้ก็ยังพอจะเข้าใจ เป็นบริการที่ทางโรงแรมให้ลูกค้าให้รู้สึกเหมือนเฉลิมฉลองคริตมาสที่บ้าน จะได้ไม่คิดถึงบ้านมากเกินไป อาหารที่เลี้ยงวันคริตมาสก็จะมีไก่งวงกับแฮมเป็นหลัก

ทราบมาว่าโรงแรมใหญ่ๆบางแห่ง อบไก่งวงบริการลูกค้าในวันขอบคุณพระเจ้า(Thanksgiving)  ซึ่งตรงกับวันพฤหัสที่สามของเดือนพฤศจิกายน เทศกาลขอบคุณพระเจ้าเป็นธรรมเนียมของชาวอเมริกันและแคเนเดี้ยน เขาจะรับประทานไก่งวงกันเป็นธรมเนียม เพ็กกี้ไม่แน่ใจว่าธรรมเนียมขอบคุณพระเจ้าเขาทำกันในประเทศอื่นๆหรือเปล่า ที่ทราบแน่ก็คือที่อังกฤษและออสเตรเลียไม่มี

ไก่งวงที่เอามาทำอาหารตัวใหญ่มาก ขนาดเล็กที่สุดก็สิบสองพาวด์ ผิดกับไก่งวงเชื้อชาติไทยอย่างเทียบกันไม่ได้ เนื้อไก่งวงหยาบกว่าเนื้อไก่มาก มันจะมีเนื้อขาว(White meat) และเนื้อสีคล้ำ(Dark meat) เนื้อสีคล้ำนี่แหละมีกลิ่นสาบๆ แต่บางคนก็ชอบเนื้อสีคล้ำ คนไทยในอเมริกาน้อยคนที่จะชอบเนื้อไก่งวง แต่ใวันขอบคุณพระเจ้าคนส่วนใหญ่จะได้หยุดงาน พวกคนไทยก็เลยถือโอกาสฉลองวันหยุดกับเขาด้วย ไก่งวงอบก็อาจจะพลิกแพลงเป็นไก่งวงพะโล้ เพ็กกี้เคยทานแล้ว อร่อยพอๆกับห่านพะโล้เลยละ เห็นภูมิปัญญาของไทยไหมล่ะคะ เรื่องการประยุกต์อาหารนี่พวกเราเก่งจริงๆ

อีกเรื่องหนึ่งที่มีความเห็นสวนกระแสก็คือเรื่องชื่อเล่น ตัวเองก็เคยมีชื่อเล่น แต่พอมาอยู่ต่างประเทศนานๆความคิดเรื่องชื่อเล่นก็เปลี่ยนไป เพ็กกี้ว่าคนเรามีชื่อเพียงชื่อเดียวก็เกินพอแล้ว แต่ชื่อคนไทยยุคหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองมักจะยาวๆกันทั้งนั้น บางทีเอาภาษาบาลีสันสฤติมาสมาสสนธิกันให้วุ่นวาย เกิดเป็นชื่อใหม่ที่ยาวเหยียดและไม่ซ้ำแบบใคร เก๋ดีออก(ในความคิดของคนบางคน)

คนรุ่นปู่ย่าตายายจะมีชื่อพยางค์เดียว เป็นคำไทยแท้ คนสมัยก่อนไม่นิยมตั้งชื่อลูกให้วิลิศมาหรา เพราะไม่ยากจะตีเสมอเจ้านาย จะมีแต่เชื้อพระวงศ์สมัยก่อนที่มีชื่อยาวๆ ต่อมายุคสมัยเปลี่ยนไป เมื่อคนส่วนใหญ่มีชื่อยาวขึ้นก็ต้องตัดทอนให้สั้นลง หรือไม่ก็หาชื่อเรียกสั้นๆง่ายๆ จึงกลายเป็นธรรมเนียมชื่อเล่นขึ้นมา

ย้อนมาพูดถึงชื่อเล่นของฝรั่ง ในที่นี้เพ็กกี้ขอพูดถึงเฉพาะฝรั่งชาติที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่หนึ่ง nicknameในที่นี้หมายถึงฉายา อย่างเช่นskinhead หรือไอ้หัวโล้น แต่ชื่อฝรั่งถ้ายาวเขาจะย่อลงสั้นๆให้เหลือเค้าชื่อเดิม อย่างเช่น Elizabeth ก็เรียกสั้นๆว่าLizหรือ Beth ชื่อChristopherเรียกสั้นๆว่าChris Jonathanก็เป็นJon Robert ก็เรียกBob หรือRob Williamก็เรียกสั้นๆว่า Billหรือ Will Richard ก็เรียกสั้นๆว่าDick หรือRich ชื่อ Bob Liz หรือWill เป็นชื่อย่อที่ทุกคนรู้กัน ถ้ารอเบิร์ตก็ต้องเป็นบ็อบ ไม่ใช่รอเบิร์ต-อ้วน รอเบิร์ต-นก คริสโตเฟอร์-ต้อย อะไรทำนองนี้ ไม่เชื่อที่พูดมาก็ลองไปค้นดูในWikipediaได้

หลังจากมาอยู่อเมริกาได้สิบปีก็เลิกมีชื่อเล่น เวลาแนะนำตัวกับคนไทยก็ใช้ชื่อจริง ส่วนคนที่รู้จักกันมานานแสนนานเขาจะเรียกเราด้วยชื่อเล่นก็ไม่เป็นไร แต่ก็จะบอกเขาว่าตอนนี้ไม่มีใครรู้ชื่อเล่นของพี่ ถ้าคุณจะเอ่ยถึงพี่ขอให้ใช้ชื่อจริง

คนไทยที่นี่รู้จักกันเฉพาะชื่อเล่น จนบางทีไม่ได้สนใจจะรู้ชื่อจริง ซึ่งบางครั้งทำให้เกิดปัญหา เคยมีเพื่อนรุ่นน้องคนไทยไปสมัครงาน แล้วเขาใส่ชื่อเราเป็นreference อยู่มาวันหนึ่งก็มีคนโทรมาขอcheck referenceของคนที่ชื่อ Kim Hogan เราก็บอกว่าไม่เคยรู้จักคนชื่อนี้ แล้วก็ลืมไปเลย จนกระทั่งสองอาทิตย์ต่อมา รุ่นน้องที่ชื่อเล่นว่าคำโทรมาถามว่า มีคนโทรมาถามพี่เกี่ยวกับหนูหรือเปล่า หนูไปสมัครงานไว้ที่บริษัท.... เพ็กกี้ถามว่า น้องชื่อจริงชื่ออะไรพี่ยังไม่เคยรู้เลย เขาบอกว่าชื่อ Kim Hogan “โอ้ เวรกรรม ทำไมคุณไม่บอกพี่ก่อนล่ะคะ พี่ไม่เคยรู้ชื่อจริงและนามสกุลของคำ มีคนโทรมาถาม แต่พี่บอกไม่รู้จัก” คือว่าคุณคิม โฮแกนนี่แกแต่งงานกับฝรั่ง ชื่อและนามสกุลของแกจึงกระเดียดไปทางฝรั่งๆ

คนไทยที่ไปอยู่ต่างประเทศมักจะมีชื่อที่คนเรียกยาก ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ให้ละม้ายคล้ายภาษาฝรั่งให้คนเรียกง่ายๆหน่อย ส่วนใหญ่ก็จะให้ใกล้เคียงกับตัวอักษรในชื่อไทย อย่างชื่อศิริศักดิ์ก็จะเป็นSam โสภิตสุดาก็กลายเป็นSue หญิงไทยที่ชื่อขึ้นต้นด้วย สุ ซึ่งสะกดเป็นภาษาอังกฤษด้วยตัวS ก็จะมีชื่อย่อว่าSue อย่าง สุดาพร สุชาดา สุภาวรรณ สุวรรณวไล ดังนั้นชื่อSueจึงเป็นชื่อโหลในหมู่สาวไทย (รวมทั้งตัวดิฉันด้วย) ผู้ชายที่ชื่ออดิศักดิ์เขาก็เปลี่ยนเป็นEddie คุณพรชัยก็ให้คนเรียกเขาสั้นๆว่าPaul

การที่เรามีชื่อเรียกยากๆในสังคมตะวันตก มันกลายเป็นเรื่องแปลกแยกไป คุณจะรู้สึกอย่างไรถ้าเจอต่างชาติในเมืองไทยมาร่วมงานกับคุณ แล้วคุณเรียกชื่อเขาไม่ถูก แน่นอนค่ะ มันเกิดช่องว่างในการสื่อสาร แต่คนไทยเราเป็นคนช่างประดิษฐ์อยู่แล้ว บางครั้งก็ตั้งชื่อไทยให้ต่างชาติคนนั้นเสร็จสรรพไปเลย เพ็กกี้มีเพื่อนชื่อJohn เธอไปเมืองไทยบ่อยมา เธอแนะนำตัวเองกับคนไทยว่าชื่อขจรศักดิ์ บรรดาคนไทยก็ชอบอกชอบใจชื่อนี้ ตัวคุณขจรฯเองก็ภูมิใจในชื่อไทยของแก

เพ็กกี้เองมีชื่อจริง ชื่อเล่น นามปากกา ชื่อที่ใช้ในอินเทอร์เน็ท ไม่ว่าจะเป็นusername หรือชื่อที่ใช้ในห้องสนทนา มากมายเหลือเกินจนต้องตัดๆทิ้งไปบ้าง

ชื่อเล่นไทยก็มักจะเอาที่เรียกง่ายๆ ชื่อผลไม้ ชื่อสัตว์ เป็นต้น มีคนชื่อแมว ชื่อช้าง ชื่อนก แต่ไม่ยักมีใครชื่อหมา บางบ้านก็ตั้งชื่อเล่นลูกพิลึกพิลั่น “น้องแก้มป่อง” ฮ่า ฮ่า ตอนแกเด็กๆฟังแล้วก็น่ารักดี แต่พอแก้มป่องโตเป็นผู้ใหญ่เข้าวัยชรา ถ้ามีคนเรียกคุณยายแก้มป่องก็คงจะไม่น่ารักแล้วนะคะ บางครอบครัวก็ตังชื่อเล่นลูกว่า สิบล้อ รถเมล์ ฟังแล้วตลกดี อันที่จริงน้องรถเมล์ตัวจริงคนที่เป็นพิธีกรเธอน่ารักดีนะคะ

คนสมันี้ชอบตั้งชื่อเล่นลูกเป็นฝรั่ง น้องจอย น้องเมย์ น้องแคท น้องฯลฯ ชื่อเล่นฝรั่งกลายเป็นค่านิยมในสังคมยุคนี้ ถึงเพ็กกี้จะไม่ชอบมีชื่อเล่น แต่เพ็กกี้ว่าชื่อเล่นไทยๆที่ฟังแล้วเป็นพื้นบ้านน่ารักกว่ากันเยอะ พูดเรื่องฉลองคริตมาส และชื่อเล่นแบบฝรั่งแล้วทำให้นึกถึงพระราชนิพนธ์ลัทธิเอาอย่างของล้นเกล้ารัชกาลที่หก เพ็กกี้อยากจะหามาอ่านบ้าง ใครเคยอ่านแล้วเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ 

บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 07, 2011, 01:05:40 pm »

อ่านบทความตอนนี้ของคุณเพ็กกี้แล้วก็เห็นจริงด้วยค่ะ เป็นยุคของกระแสนิยมจริง ๆ และคนไทยเราก็สามารถสนุกได้ในแทบทุกเทศกาล ไม่ว่าจะของประเทศใด ถ้ามีแนวโน้มว่าจะให้ความรื่นเริงได้ ให้ความสนุกสนานได้ ก็มักจะนำมาจัดตามกันจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกไปโดยปริยาย

แต่ที่นิยังอยากให้เร่งกันพัฒนาตอนนี้ก็คือเรื่องการทำความเข้าใจกับการใช้ภาษาอังกฤษค่ะ เพราะอีกไม่กี่ปี เราจะต้องเปิดประตูบ้านไปเจอกับเพื่อน ๆ ในอาเซียนอีก 9 ประเทศ ถ้าเรายังเตรียมตัวไม่พร้อม โอกาสของเราก็ลดลง เพราะประเทศต่าง ๆ ในโลกเริ่มเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น

การศึกษาภาษาสากลถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งในพ.ศ.นี้ทีเดียว แต่ก็ไม่ควรที่จะละเลยภาษาไทยของเราด้วยเช่นกัน

เอ ไป ๆ มา ๆ ชักจะเป็นคนละเรื่องเดียวกันกับของคุณเพ็กกี้ไปแล้วหรือเปล่าคะเนี่ย...

งั้นขอตัวแค่นี้ก่อนดีกว่านะคะ เผื่อท่านอื่น ๆ มีความเห็นอะไรอีกจะได้มาร่วมพูดออกความเห็นกันใหม่นะคะ
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 21, 2011, 11:09:47 pm »

แหะ ๆ ลูกชายปิ๋มก็มีชื่อเล่นว่า "บ๊อบ" ค่ะ เขาเลือกชื่อนี้เองตอนอายุ 10 ขวบ เพราะไม่ชอบชื่อเดิมที่แม่ตั้งให้ คือ "โบว์" เขาบอกว่าเหมือนผู้หญิงค่ะ (ก็เราอยากมีลูกสาวนี่) คือจะส่งเขาไปเข้าค่าย YMCA เขาบอกว่าถ้าไม่เปลี่ยนชื่อให้ก็จะไม่ยอมไปเข้าค่าย เราก็เลยบอกว่า ถ้าภายใน 7 วัน แม่เรียกชื่อใหม่แล้วยังเฉย ก็ไม่ให้เปลี่ยน ปรากฏว่าวันแรกเท่านั้นแหละค่ะ พอเรียกชื่อใหม่ก็หันขวับเลย ตั้งแต่นั้นมาก็มีชื่อเล่นว่า "บ๊อบ" มาจนบัดนี้ค่ะ.....
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF