www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชูช่อ ต่อกิ่งก้าน งานเขียน รุ่นที่ 1  (อ่าน 5816 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Poh
Newbie
*
กระทู้: 3


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 11:26:45 am »

ชอบอ้ายยี่ค่ะ  Grin
บันทึกการเข้า
Puii
Newbie
*
กระทู้: 1


ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2011, 07:44:09 pm »

สวัสดีค่ะ ทุกคน  Cheesy

สนุกจังเลย อ่านเรื่องของเพื่อนๆ ชอบหลายเรื่องเลยค่ะ เขียนเก่งๆ กันทั้งนั้นเลย
แต่โหวตได้เรื่องเดียว เอาเป็นว่าโหวตให้เรื่อง 'อ้ายยี่' ละกันค่ะ เพิ่งรู้ว่ากระบวนการทำแบ็งค์มันเป็นอย่างนี้เอง  Wink

ขอบคุณงี้ด้วยนะคะที่คอยแจ้งข่าวเพื่อนๆ เสมอ ยกรางวัลประชาสัมพันธ์ดีเด่นให้เลยค่ะ  luvfl
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #22 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2011, 10:31:35 pm »



 
Happy Valentine Day มายังทุก ๆ คนเลยนะคะ

ขอให้มีความสุข สดชื่น หวานแหววกันทุกคนเลยค่ะ

 luvfl luvfl luvfl

บันทึกการเข้า
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #23 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2011, 01:02:38 pm »

ขอลงคะแนนให้เรื่องสุดท้าย ภาพที่อยู่ในใจ สั้นๆกะทัดรัด และสื่อความหมายได้ดี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2011, 01:06:25 pm โดย PeggySueGuerra » บันทึกการเข้า
watchara
Newbie
*
กระทู้: 4


ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2011, 06:33:51 pm »


ชอบ ทางสายเปลี่ยว ครับ

ปล. ยกมือโหวตให้น้องงี้เป็นสุดยอดประชาสัมพันธ์ประจำรุ่นอีกคนครับ   
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #25 เมื่อ: มีนาคม 13, 2011, 11:39:31 pm »

ขอนำเรื่องเพิ่มเติมอีก 2 เรื่องของ วงแข กับ จันทรา มาลงไว้ที่นี่ด้วยกัน

โชคดียี่สิบ...วงแข

เด็ดก้าวออกจากที่ทำงานเมื่อถึงเวลาพักเที่ยง    เขาคิดเรื่องเงินจนไม่มีแก่ใจจะทำงานอะไรมาตั้งแต่เช้า….เหลือเวลาอีกอาทิตย์เต็มๆกว่าจะถึงสิ้นเดือน  แต่ทั้งเนื้อทั้งตัว เขาเหลือเงินในกระเป๋าแค่สามร้อย....ทั้งที่ประหยัดสุดขีด  จนไม่รู้จะใช้เงินให้น้อยกว่านี้ได้อย่างไร  เดือนนี้เขาก็ยังเหลือเงินแค่นี้..จะใช้เงินสามร้อย ให้ได้เจ็ดวันได้อย่างไร          เมื่อตอนสายๆวันนี้     เขาเปิดดูหนังสือรายสัปดาห์เล่มใหม่ที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขก  ที่ใช้รับรองผู้มาติดต่อกับบริษัท.......เปิดไปดูคอลัมน์พยากรณ์โชคชะตาเหมือนเคย    ด้วยความหวังริบหรี่ว่า ดวงของเขาอาจจะมีโชคดี......ซึ่งไม่เคยเลยที่จะเป็นเช่นนั้น     แต่วันนี้ คำพยากรณ์ กลับทำให้ใจของเขาพองฟูขึ้นเล็กน้อย  เหมือนดินที่แห้งผากได้น้ำพร่างพรม............       .......’  ราศีนี้จะมีโชค   ในบางรายมีโอกาสถูกรางวัล  และบางรายจะได้ลาภลอย ‘ ……เด็ดแทบไม่เชื่อสายตา    ถ้าคำพยากรณ์ ว่าเขาไม่เคยมีโชคเป็นจริงตลอดมา   ในทางกลับกัน ก็น่าจะเป็นจริงด้วย......จะถูกรางวัลได้อย่างไร......ซื้อลอตเตอรี่...เขาไม่เคยซื้อลอตเตอรี่มาก่อน   ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่า  รางวัลมันเป็นอย่างไร    รู้แต่ว่า วันหวยออกเป็นวันต้นเดือน กับกลางเดือน......มันก็จะวนมาสู่ปัญหาเดิมของเขา มีเงินแค่สามร้อย  ต้องใช้อีกเจ็ดวัน   ถ้าเอาเงินไปซื้อลอตเตอรี่แล้ว จะเอาอะไรกินเข้าไป.....เขาเดินไปที่ร้านข้าวแกงในซอยข้างบริษัทอย่างห่อเหี่ยว    ได้ยินเสียงแม่ค้าพูดแว่วๆ....ไม่ได้พูดกับเขาหรอก  แต่พูดกับลูกค้าที่คุ้นเคยกันที่นั่งกินข้าวอยู่ในร้าน   เสียงปกติของเจ้าหล่อน ที่ไม่เคยออมมาก่อน  ‘ นี่มันเลขเด็ดนะ   บอกให้แล้วยังไม่ฟัง  เขาถูกติดๆกันมาห้างวดแล้ว  ซื้อไปเลย ตรงกับโต้ด  เก็บเงินสิ้นเดือน ‘ ประโยคสุดท้ายทำเอาเด็ดหูผึ่ง....ราวกับมีแสงสว่างวาบขึ้นในความคิด     แต่..มีสิ่งสะดุดตาเขาอยู่ตรงหน้าด้วย.....ใบละยี่สิบถูกพับหลายทบหล่นอยู่หน้าแผงข้าวแกง   เขากวาดตามองรอบตัวอย่างเร็ว  แล้วก้มลงเก็บโดยอัตโนมัติ    ไม่มีใครเห็น    ทุกคนกำลังสนใจเรื่องที่แม่ค้าพูด....เขาเองก็สนใจ   เดินเข้าไปมองดูถาดกับข้าว......แล้วก็เลือกผัดเผ็ด  หน้าตาเผ็ดมาก   ก็ดี..จะได้กินกับข้าวได้ทั้งจาน.....เขาสั่งข้าวแล้วก็เลียบๆเคียงๆถามเรื่องหวยโดยทำท่าไม่สนใจนัก    แม่ค้าคงเป็นคนเดินโพย  เจ้าหล่อนอธิบายให้ลูกค้าฟังอย่างไม่เหน็ดไม่เหนื่อย  แล้วยังสั่งสอนวิทยายุทธการซื้อหวยให้ลูกค้าหน้าใหม่ฟังอย่างละเอียด

                          บ่ายวันนั้น เด็ดกลับเข้าบริษัทมาด้วยอารมณ์ที่แช่มชื่นขึ้น      เขาซื้อหวยตามที่แม่ค้าแนะนำ และ เจ้าหล่อนยังยอมให้เขาจ่ายเงินสิ้นเดือนเหมือนลูกค้าเก่าด้วย.....และแม้จะลำบากยากแค้นแสนสาหัสเพียงใด      เด็ดก็ยังมีกำลังใจอยู่มาได้ถึงสิ้นเดือน...ถึงอดมื้อกินมื้อ   บางทีอดข้าวเย็น บางวันอดข้าวเช้า    แต่พอถึงวันหวยออก  เขากระปรี้กระเปร่าไปที่ร้านข้าวแกง  นั่งรอฟังจนหวยออกเสร็จถึงเลขท้ายสองตัว......เขาถูกโต้ดหนึ่งตัว   แต่เพราะเลขที่เล่นไปหลายตัวมากทำให้แทบไม่น่าเชื่อว่า เมื่อหักกลบลบกันแล้วเงินที่ได้กับเงินที่ต้องจ่ายกลับเท่ากันพอดี.....ก็ไหนคำพยากรณ์บอกว่าเขาอาจจะถูกรางวัล..หรือได้ลาภลอย      ใจของเด็ดวาบไปถึงวันที่เขาซื้อหวย....คุณพระช่วย  วันนั้นเขาเก็บเงินได้ยี่สิบบาท
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 13, 2011, 11:52:12 pm โดย ชุติมา-ประภัสสร » บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #26 เมื่อ: มีนาคม 13, 2011, 11:43:23 pm »

คราวนี้มาถึงเรื่องของ จันทรา

หลักฐาน...จันทนา

   กระดาษสีเขียวยับยู่ยี่มีตัวเลขกำกับค่าไว้ว่า ยี่สิบบาท เป็นธนบัตรใบเดียวที่ผมมีอยู่ในมือเวลานี้ มันเลยทำให้ต้องลังเลที่จะเลือกระหว่างข้าวราดแกงไก่หรือข้าวไข่พะโล้

   นานแล้วที่ผมไม่ได้เหยียบย่างเข้ามาในร้านข้าวแกงเจ๊อ้วน ซึ่งอยู่ใกล้ๆ วินมอเตอร์ไซค์ หลังจากเมื่อห้าปีก่อน เงินยี่สิบบาทให้โชคด้วยการถูกหวยบนดินสามตัว พร้อมกับรางวัลแจ็คพ็อต เป็นเงินสิบเจ็ดล้านบาท ผมดีใจเป็นที่สุด ด้วยไม่เคยได้ครอบครองเงินจำนวนมหาศาลเช่นนี้

ผมพาเมียกับลูกชายสองคน ย้ายจากห้องเช่าโทรมๆ ไปอยู่บ้านจัดสรรหลังใหม่ โดยมีญาติมิตรเพื่อนฝูงแวะเวียนมาเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง มีการกินเลี้ยงยินดีกันทุกคืน ขณะที่ผมเองก็ละทิ้งอาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หันไปเปิดร้านอาหารที่มีห้องคาราโอเกะด้วยใบหน้านวลผ่องของสาวบริการในร้าน เย้ายวนผมให้หลงระเริงไปกับรสสัมผัส เพียงปีเดียวเมียผมก็ทนไม่ได้ หอบลูกๆ กลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัด ผมเลยต้องทำงานในร้านเพียงคนเดียว เป็นโอกาสให้เด็กสาวๆ รุมแทะทึ้งทรัพย์สินที่มีอยู่อย่างสะดวกสบาย
 
จากนั้นไม่นาน ผมต้องขายบ้าน ขายร้าน นำเงินไปใช้หนี้ที่ค้างชำระ ส่วนที่เหลืออีกสี่หมื่นกว่าบาท ผมซื้อรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อมาขับรับส่งผู้โดยสารเหมือนเดิม พร้อมกับเช่าห้องเล็กๆ อยู่ตามลำพัง คิดไว้ว่าถ้าตั้งตัวได้เมื่อไหร่ จะกลับไปรับลูกเมียที่ผมแสนจะคิดถึงมาอยู่ด้วยกัน

แต่ผมคงจ่ายค่าตอบแทนให้กับความโชคดียังไม่ครบถ้วน เพราะรถมอเตอร์ไซค์คู่ชีพถูกขโมยไปในคืนวันหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้มากที่สุด แค่มาดูสถานที่และลงบันทึกประจำวัน ผมจึงต้องซื้อรถใหม่ด้วยเงินผ่อน แล้วก็ยอมละทิ้งความอาย ย้ายกลับมาอยู่ในชุมชนเดิม ด้วยคุ้นเคยกับผู้คนที่นี่มาก่อน จากนั้นเงินทองที่หาได้ก็หมดไปกับค่าผ่อนรถ ค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายต่างๆ 
“ขอข้าวราดแกงไก่ครับ” ผมบอกเจ๊อ้วน เจ้าของร้านที่เคยขายหวยบนดินให้ผม พลางรีดธนบัตรยู่ยี่ให้คลายความยับย่น เลยได้แลเห็นเส้นปากกาสีน้ำเงินประทับรอยลงบนลายน้ำ จึงอดนึกตำหนิไม่ได้ เพราะผู้เขียนไม่ใช่ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วเขามีสิทธิ์อะไรมาฝากลายมือยุ่งๆ ไว้บนธนบัตร จนดูเลอะเทอะไปหมด
ผมทำได้แค่นึก ก่อนรีบส่งเงินให้เจ๊อ้วน แต่ก่อนจะรับจานข้าวแกง เสียงของดาบตำรวจสมชาติ ร้องขัดจังหวะ ขณะชะโงกข้ามไหล่ผมมาที่แบ๊งค์ยี่สิบ “ผมขอจับคุณ ข้อหาเล่นหวยใต้ดิน”

แม้จะเคยชอบเล่นหวยเป็นชีวิตจิตใจ แต่เดี๋ยวนี้ผมตระหนักแล้วว่า อะไรที่ได้มาง่าย ก็เสียไปง่ายเช่นกัน หนำซ้ำมันยังกวาดโกยสิ่งที่มีอยู่ก่อน อย่างครอบครัวให้พังพินาศไปด้วย ผมจึงปฏิญาณที่จะเลิกเล่นหวยอย่างเด็ดขาด แต่เสียงปฏิเสธอันแสนซื่อของผมคงไร้ผล เพราะหลักฐานสำคัญที่ปรากฏอยู่บนกระดาษสีเขียวแผ่นนั้นคือ …123 บ 20...
เจ้าหน้าที่ตำรวจเลยตีความว่า ผมสั่งซื้อเลข 123 ข้างบน เป็นเงิน 20บาท แล้วผมจะแก้ตัวอย่างไร ในเมื่อมีหลักฐานอยู่ในมือพร้อม ขณะที่เจ๊อ้วนเองก็เป็นเจ้ามือหวยใต้ดินรายใหญ่จริงๆ    
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 13, 2011, 11:53:43 pm โดย ชุติมา-ประภัสสร » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF