www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทเรียนเรื่องงานเขียน กับ ประภัสสร เสวิกุล  (อ่าน 1508 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2011, 11:07:59 pm »



สำหรับท่านที่สนใจเรื่องงานเขียนทั้งหลาย ต่อนี้ไปจะทะยอยนำคำแนะนำ หรือ บทเขียนที่น่าสนใจต่าง ๆ ที่คุณประภัสสรได้เขียนขึ้นไว้ มาลงให้อ่านกันนะคะ และหากท่านใดมีคำถาม ก็สามารถส่งคำถามเข้ามาได้เลยนะคะ

ขอเชิญพบกับข้อเขียนชิ้นแรกได้เลยค่ะ

ความหมายของวรรณศิลป์
ประภัสสร เสวิกุล

   พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ.2525 ให้คำอธิบายความหมายของวรรณศิลป์ไว้ว่า คือศิลปะในการแต่งหนังสือ ศิลปะทางวรรณกรรม เช่น นักวรรณศิลป์ วรรณกรรมที่ถึงขั้นเป็นวรรณคดี หนังสือที่ได้รับการยกย่องว่าแต่งดี

   วรรณศิลป์ หรือศิลปะในการแต่งหนังสือมีหลักใหญ่ ๆ 3 ประการ ได้แก่ สุนทรียรส ความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อนำเสนอเรื่องราวและความคิดของผู้เขียน และเนื้อหาของเรื่องทีมีคุณภาพ  องค์ประกอบของวรรณศิลป์มี 6 ประการด้วยกัน ได้แก่

   1.อารมณ์สะเทือนใจ (Emotion)

   2. ความคิดและจินตนาการ (Though and Imagination)

   3.การสื่อสารกับผู้อ่าน (Communication)

   4. อัตลักษณ์ของผู้เขียน (Identity)

   5.กลวิวิธีในการเขียน(Technique)

   6.การจัดวางองค์ประกอบของเรื่อง ทิศทางของเรื่อง และสำนวนภาษาที่ใช้ในเรื่องอย่างเหมาะสม(Composition, Direction and Wording)

   ซึ่งขออธิบายโดยสังเขป ดังนี้

   1.อารมณ์สะเทือนใจ (Emotion)เป็นเสมือนหัวใจของเรื่อง เพราะคนเราจะรับรู้และจดจำอารมณ์สะเทือนใจอย่างฝังใจ แม้ว่าบางครั้งอาจจะจำเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้ก็ตาม อารมณ์สะเทือนใจมีได้ทั้งอารมณ์รัก อารมณ์แค้น อารมณ์สุข อารมณ์เศร้า หรือแม้แต่อารมณ์ขัน ตัวอย่างเช่นบทละครของเช็คสเปียร์จะมีอารมณ์สะเทือนใจสูงเสมอทั้งอารมณ์รัก อารมณ์เศร้า รวมทั้งจิตอารมณ์ด้านมืดของมนุษย์

               เรื่องแต่งที่ขาดอารมณ์สะเทือนใจก็ไม่ต่างอะไรจากกร่างที่ขาดวิญญาณหรือกระดาษเปล่า

               2. ความคิดและจินตนาการ (Though and Imagination)เป็นเสมือนสมองของเรื่อง เราเรียนรู้เรื่องสมองซีกซ้ายและสมองซีกขวากันมาแล้ว เรื่องที่ดีเปรียบเหมือนสมองสองซีกของมนุษย์ ซึ่งควรจะมีความสมดุลทั้งความคิดและจินตนาการ  ความคิดเกิดจากกระบวนการเรียนรู้ การทดลอง และประสบการณ์ ส่วนจินตนการมาจากความรู้สึกนึกคิด ความฝัน และการสร้างภาพในมโนสำนึก แม้ว่าไอน์สไตน์จะเคยกล่าวว่าจินตนการมีความสำคัญกว่าความรู้ แต่สำหรับนักเขียน ทั้งความรู้ความคิด และจินตนาการ มีความสำคัญใกล้เคียงกันและเกื้อกูลกัน

                เรื่องที่มีแต่ความคิดโดยปราศจากจินตนาการจะแห้งแล้งไร้สีสัน ขณะเดียวกันเรื่องที่มีแต่จินตนาการโดยปราศจากความคิดก็จะฟุ้งฝันฟูฟ่องเหมือนฟองสบู่

                 3.การสื่อสารกับผู้อ่าน (Communication)เปรียบเสมือนปากของเรื่อง เพราะการเขียน คือการนำสารจากผู้เขียนไปสู่ผู้อ่านความสามารถในการส่งสารจึงเป็นสิ่งสำคัญ ว่าผู้เขียนจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจตรงกันในเนื้อหาของสารหรือไม่ และจะทำให้ผู้อ่านคล้อยตาม เชื่อตาม และติดตามสารนั้นหรือไม่ การส่งสารที่ดีนั้นจะต้องเป็นเนื้อเดียวกัน ทั้งผู้ส่งสาร และผู้รับ ไม่ทำให้เกิดช่องว่างหรือการตีความที่ผิดแผกไประหว่างการเดินทางของสารจากผู้เขียนถึงผู้อ่าน

   ดังนั้น ผู้เขียนจึงต้องเปล่งสารอย่างชัดเจน และหาทางให้ผู้อ่านส่งเสียงสะท้อนกลับมา เรื่องที่ไประสบความสำเร็จมักจะเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้อ่านตกอยู่ในวงสาร

   4. อัตลักษณ์ของผู้เขียน (Identity) เป็นเสมือนบุคลิกหรือลายนิ้วมือของผู้เขียน ซึ่งทำให้เรื่องของผู้เขียนคนนั้นมีความเป็นตัวของตัวเอง โดดเด่น และแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ อัตลักษณ์ในการเขียนเป็นส่วนประกอบระหว่างตัวตนของผู้เขียน วิสัยทัศน์หรือทัศนคติของผู้เขียน สีลา รวมทั้งสำนวนโวหารและทักษะในการเขียน

   โดยทั่วไปแล้ว ผู้เขียนอาจจะต้องใช้เวลาในการสร้างอัตลักษณ์ หรือแสดงอัตลักษณ์ให้เป็นที่ปรากฏแก่ผู้อ่าน อย่างไรก็ตามอัตลักษณ์ต้องเป็นสิ่งที่แท้จริงมิใช่การแสร้งสร้าง เพราะไม่มีใครสามารถลวงหลอกทุกคนในทุกเวลา และที่สำคัญก็คือไม่มีใครสามารถหลอกตัวเองได้ตลอดกาล

   5.กลวิธีการเขียน (Technique) เป็นทั้งแขนขาและกลไกในการขับเคลื่อนความคิดและจินตนาการของผู้เขียนมาสู่ผู้อ่าน ผู้เขียนจะต้องสามารถนำรูปแบบ และเครื่องมือต่าง ๆ ในการเขียน มาใช้ได้อย่างเหมาะสมกับเนื้อเรื่องรวมทั้งเป็นการเรียบเรียงเรื่องอย่างเป็นระบบ และลำเลียงเรื่องที่เรียบเรียงแล้วนั้นออกมาสู่ผู้อ่านด้วยรูปแบบที่น่าสนใจและชวนติดตาม

   เรื่องบางเรื่องที่ไม่น่าสนใจแต่ผู้เขียนบางคนก็มีกลวิธีการเขียนให้สนุกสนานน่าสนใจได้ แต่เรื่องบางเรื่องที่น่าสนใจแต่ผู้เขียนบางคนก็ขาดกลวีการเขียนจนทำให้กลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อได้เหมือนกัน เข้าทำนอง “อันถ้อยความเดียวกันสำคัญกล่าว”

   6.การจัดวางองค์ประกอบ ทิศทางของเรื่องและสำนวนภาษาที่ใช้ในเรื่องอย่างเหมาะสม (Composition, Direction and Wording) เป็นเสมือนหน้าตาของเรื่องทีต้องมีการตบแต่งให้สะสวย องค์ประกอบของเรื่องจะต้องมีการจัดวางอย่างเหมาะสม ไม่รกหรือโ,ล่งจนเกินไป มีน้ำหนักและโทนของเรื่องที่กลมกลืน มีการสร้างตัวละคร เหตุการณ์ สถานที่ ซึ่งมีความลงตัว

   เรื่องที่ดีทุกเรื่องจะต้องมีทิศทางหรือแผนทาง (road map) เพื่อกำหนดเป้าหมายและควบคุมการเดินเรื่อง มิเช่นนั้นแล้วอาจทำให้หลงทางหรือออกนอกเรื่องไป ขณะเดียวกับทิศทางหรือแผนทางก็จะช่วยให้เรื่องมีความกระชับไม่เยิ่นเย้อ

   สำนวนภาษาเหมือนเครื่องปรุงที่จะปรุงรสอาหารแต่ละจานให้มีรสชาติกลมกล่อม และเหมาะกับอาหารชนิดนั้น ๆ เช่นเรื่องรักก็ควรใช้สำนวนภาษาที่อ่อนหวานซาบซึ้ง เรื่องบู๊ก็ควรต้องใช้สำนวนภาษาที่รุนแรงดุดัน เรื่องสำหรับเด็กควรใช้สำนวนภาษาที่สื่อความหมายชัดเจนและเข้าใจง่าย หรือเรื่องตลกก็ควรต้องใช้สำนวนภาษาที่เฮฮาสนุกสนาน เป็นต้น

   ซึ่งในข้อ 6.นี้ บางสำนักแบ่งออกเป็น 6 ข้อย่อย ได้แก่

ก.   พล๊อตเรื่อง (Plot)

ข.   ตัวละคร (Character)

ค.   ฉากหรือสถานที่ (Setting)

ง.   บทสนทนา (Dialoque)

จ.   มุมมอง (Point of View)

ฉ.   แก่นของเรื่อง (Theme)

                กล่าวโดยสรุป วรรณศิลป์เป็นทั้งเครื่องมือและศิลปะของการแต่งหนังสือ ซึ่งผู้ที่เป็นนักเขียนจะต้องศึกษา ค้นคว้าและฝึกปรือจนมีความช่ำชอง

   เรื่องที่ขาดวรรณศิลป์ ไม่อาจเรียกว่าเป็นวรรณคดี วรรณกรรม หรือเรื่องแต่งที่ดีได้

                                                              ................................

                                                                                    25 กุมภาพันธ์ 2554
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 05, 2011, 02:24:39 pm โดย ชุติมา-ประภัสสร » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF