www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ความทรงจำเกี่ยวกับท่านอาจารย์คึกฤทธิ์  (อ่าน 1887 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: เมษายน 21, 2011, 07:56:36 pm »


ได้อ่านบทความวันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์ของคุณประภัสสร ตอน1ใน100ของ100ปีม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ทำให้เพ็กกี้ระลึกถึงท่านอาจารย์ด้วยความอาลัยเป็นอย่างยิ่ง ถ้าพวกคุณมีโอกาสได้สัมผัสท่านอย่างใกล้ชิดเหมือนเพ็กกี้ คุณคงจะเข้าใจความรู้สึกของเพ็กกี้เป็นอย่างดี

หลายคนคงทราบว่าท่านเป็นผู้ก่อตั้งโขนธรรมศาสตร์ ท่านมีลูกศิษย์ลูกหาชาวท่าพระจันทร์มากมาย โดยเฉพาะพวกนักแสดงโขนหน้าตาหล่อๆหลายคนที่เพ็กกี้ได้มีโอกาสรู้จักด้วย ถึงแม้ท่านจะใกล้ชิดกับพวกโขนธรรมศาสตร์ แต่ท่านก็ให้ความเมตตาแก่เด็กจุฬาฯกลุ่มชมรมปาฐกถาและโต้วาทีด้วย พวกเราได้รับเกียรติให้ไปพักที่บ้านของท่านบนดอยขุนตาน ตอนนั้นเพ็กกี้เป็นเลขาของชมรมปาฐกถา จึงมีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปกับคณะด้วย ตอนนั้นคุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรมก็ได้เดินทางไปด้วย ปีถัดมาคุณไพบูลย์ได้เป็นประธานชมรมปาฐกถาและโต้วาทีของจุฬาฯ

เรานั่งรถไฟจากหัวลำโพงตอนเช้า ไปลงที่สถานีขุนตานซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดลำพูนตอนประมาณตีสอง ง่วงก็ง่วงแต่ก็ต้องเดินขึ้นดอยไปที่พัก มีลูกหาบมารอรับที่สถานีขุนตาน พวกเราเดินตัวเปล่าแต่ความที่ไม่เคยเดินระยะทางไกลๆ แถมยังขึ้นเขาอีกด้วย ก็เลยรู้สึกว่าวิบากเหลือเกิน (บางคนก็เติบโตมาแบบคุณหนูไฮโซก็มีบ่นบ้างเป็นธรรมดา) อย่างไรก็ดีพอตื่นเช้าขึ้นมาเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของดอยขุนตานก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

อาจารย์ท่านต้อนรับพวกเราดีมาก ที่พักสะดวกสบายอาหารอร่อยทุกมื้อ เพ็กกี้ยังจำได้ว่าหลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว ท่านอาจารย์ก็นั่งคุยกับพวกเราต่อ เป็นแบบนี้ตลอดเวลาที่เราพักอยู่บ้านท่าน ท่านเป็นคลังความรู้จริงๆ ถามอะไรท่านตอบได้หมด หลังอาหารกลางวันเป็นเวลาที่พวกเรามีความสุขมากที่ได้สนทนากับท่านอาจารย์

มีอยู่วันหนึ่งพวกเรารู้สึกเบื่อๆก็เลยชวนกันเดินลงจากดอย ขากลับเจอมะละกอดิบลูกใหญ่ก็เลยซื้อติดมือกลับไปทำส้มตำ ท่านอาจารย์มาเห็นพวกเราตำส้มตำกัน ท่านล้อว่า”ส้มตำสามย่าน” ท่านตำส้มตำให้ดู ท่านบอกว่านี่เป็นส้มตำไทยแท้ ส้มตำของท่านใส่น้ำมะขามเปียก และหั่นผิวมะนาวใส่ลงไปด้วย รสชาติกลมกล่อมแบบชาววัง ทำให้เพ็กกี้นึกถึงส้มตำที่กินกับข้าวมัน เพ็กกี้จำบทสทนาที่คุยกับท่านไม่ได้ แต่วันนั้นท่านเป็นกันเองกับพวกเรามากค่ะ

หลังจากที่กลับจากขุนตานแล้วเพ็กกี้ก็ไปเยี่ยมท่าน ได้นำขนมจีนแป้งสดที่ลือชื่อจากอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรีไปฝากท่าน ท่านเห็นเพ็กกี้ถือกระทงขนมจีนเดินมาแต่ไกล ท่านล้อว่าจะมาลอยกระทงหรือ ท่านบอกว่าท่านชอบขนมจีนแป้งหมักมากกว่า แล้วท่านก็ชวนให้มาบ้านท่านอีกในวันเสาร์ถัดไป ท่านจะทำอาหารให้รับประทาน

ท่านอาจารย์มีฝีมือทำอาหารเยี่ยมจริงๆ ทั้งอาหารไทยและฝรั่ง วันนั้นมีขนมจีน(แป้งหมัก)ซาวน้ำ ท่านทำเนื้ออบแบบฝรั่งเศสใส่ไวน์แดง ต้องขอบอกว่าอร่อยมากๆๆๆๆ ท่านทำอาหารไว้เยอะ นอกจากจะเชิญพวกจุฬามาแล้ว พวกโขนธรรมศาสตร์ก็มาร่วมด้วยประมาณสิบคน จุฬา ม.ธ.ก็ภราดรกัน เราเข้ากันได้ดี

หลังจากนั้นมาเพ็กกี้กับเพื่อนๆจุฬาฯก็ไปร่วมงานวันเกิดของท่านทุกปี ไปตั้งแต่ตอนทำบุญเลี้ยงพระเพล เห็นอาหารฝีมือชาววังแล้วทึ่งมาก แต่จำไม่ได้ว่ามาจากวังไหน คงจะวังของพี่ๆน้องๆของท่าน มีน้ำพริกผักจิ้ม ฝีมือสลักผักเห็นแล้วอยากเก็บไว้ดูมากกว่ากิน ตอนเย็นก็มีคนมาออกร้านอาหารต่างๆ บรรยากาศเหมือนกับในนิยายที่บรรยายถึงงานเลี้ยงของบ้านผู้ดีสมัยก่อน เวลาประมาณสามทุ่มหลังจากอิ่มหนำสำราญกับอาหารรสโอชา อาจารย์ท่านก็มาไล่พวกเรา “นี่แม่พวกสาวๆกลับไปได้แล้ว” เราก็ไม่เข้าใจว่าท่านไล่พวกเราทำไม อี๊ดซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานท่านบอกว่า “ไม่กลับค่ะ” อาจารย์ท่านเลยให้คนขึ้นไปบอกนักแสดงบนเวทีให้ปล่อยการแสดงชุดเด็ด การแสดงที่ว่าเขาเรียกว่าแม่เพลง ก็คล้ายๆกับลำตัด วันนั้นมีแม่เพลงชื่อดังมาแสดง การแสดงลำตัดหรือแม่เพลงก็รู้ๆกันอยู่ว่าจะต้องมีการร้องแบบสองแง่สองง่ามบ้าง ท่านถึงไล่พวกผู้หญิงกลับบ้าน พอแม่เพลงขึ้นบทแรกเท่านั้นคุณอี๊ดเธอก็ร้องว่า “ว้าย กลับบ้านดีกว่า” งานวันเกิดของท่านปีหลังๆพวกผู้หญิงไม่มีใครกล้าอยู่ดึกอีกเลย

งานวันเกิดของท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ ท่านจะแจกหนังสือของท่านพร้อมกับลายเซ็น มีอยู่ปีหนึ่งท่านมอบหนังสือ”โครงกระดูกในตู้” เพ็กกี้โยกย้ายไปหลายแห่ง หนังสือดีๆที่เคยได้รับจากท่านก็พลอยสูญหายไปหมด เพ็กกี้ทราบว่าหนังสือโครงกระดูกในตู้ไม่มีจำหน่าย ท่านทำขึ้นเพื่อแจกในงานวันเกิดของท่านโดยเฉพาะ บอกตรงๆว่าเสียดายมากค่ะ นอกจากนี้เพ็กกี้ยังได้มีโอกาสพบนักเขียนชื่อดังในยุคนั้นหลายคน อย่างคุณวิลาส มณีวัติ คุณรงค์ วงศ์สวรรค์ คุณสุวรรณี สุคนธาเป็นต้น

หลังจากที่จบการศึกษาเพ็กกี้ก็ห่างเหินการไปเยี่ยมเยียนท่าน มาพบท่านอีกครั้งตอนวันที่16ตุลา วันนั้นมีการชุมนุมกันที่ถนนราชดำเนิน พวกเราก็เดินขึ้นไปบนสำนักงานของสยามรัฐ ท่านเห็นเพ็กกี้ก็ให้คนไปเรียกแล้วถามว่า “ไปลงชื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญกับเขาด้วยหรือ” เพ็กกี้ก็เรียนท่านว่าเพื่อนที่จุฬามาขอให้ลงชื่อ ก็ลงชื่อไปกับเขาด้วย แต่ไม่ได้ไปชุมนุมอะไรกับเขา นี่แสดงว่าท่านได้ข่าวเพ็กกี้ตลอดถึงแม้จะว่างเว้นการไปเยี่ยมท่าน และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พบท่าน

หลังจากนั้นไม่นานเพ็กกี้ก็ไปต่างประเทศ ตอนไปก็ไม่ได้ไปลาท่าน แต่เพ็กกี้เชื่อแน่ว่าต้องมีคนรายงานให้ท่านทราบ เพ็กกี้ก็ระลึกถึงท่านเสมอ แต่ชีวิตในต่างประเทศต้องปรับตัว ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด เราก็วุ่นวายอยู่กับตัวเองจนแทบจะลืมคนที่เมืองไทย

เมื่อปี1996เพ็กกี้กลับมาเมืองไทยครั้งแรก ตอนที่จองตั๋วเครื่องบินก็ตั้งใจว่าเมื่อไปถึงเมืองไทยจะต้องไปกราบท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ แต่ท่านถึงอนิจกรรมก่อนเพ็กกี้มาเมืองไทยเพียงไม่กี่เดือน ถึงท่านจะจากไปแล้ว แต่ผลงานของท่านยังเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับคนรุ่นหลัง เพ็กกี้ในฐานะศิษย์คนหนึ่งก็ขอคารวะต่อท่าน สิ่งที่เพ็กกี้เล่ามาเป็นความทรงจำอันดีเกี่ยวกับท่าน แม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านไปสี่สิบกว่าปี ตอนที่เพ็กกี้พบท่านครั้งแรกเพ็กกี้อายุยี่สิบปีเท่านั้น เพ็กกี้ก็ขอแบ่งปันความประทับใจในตัวท่านอาจารย์ให้พวกเราได้รับทราบ
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 22, 2011, 09:15:17 am »

ขอบคุณมากเลยค่ะที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ให้พวกเราฟังกัน

ท่านเป็นบุคคลที่สุดวิเศษทางด้านความรู้จริง ๆ โชคดีที่เราเติบโตมาในยุคของท่าน ใครจะว่าท่านอย่างไรก็แล้วแต่เขา
แต่สำหรับนิท่านเป็นอาจารย์ที่รอบรู้ไปหมดทุกด้าน ท่านเมตตา ท่านให้ข้อคิด ท่านให้อะไรต่อมิอะไรกับผู้คนในสังคมไทยเราอย่างมากมาย

อ่านข้อเขียนคุณเพ็กกี้แล้วเห็นภาพเลยค่ะ

นิเองตอนเป็นนักเรียนก็เคยเขียนปัญหาไปถามท่าน มันเป็นปัญหาคาใจของใครหลาย ๆ คน ท่านก็กรุณาตอบกรุณาอธิบายให้ฟัง
และปัญหาที่นิถามไปนั้นกับคำตอบของท่านก็ถูกนำมารวมพิมพ์อยู่ในเล่มเพื่อนนอน เป็นหนึ่งในความรู้สึกที่ประทับใจไม่รู้วายเลยค่ะ
 
เมื่อวันจันทร์ที่18เม.ย.54 ไปร่วมงาน 100ปี แห่งชาติกาลของ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่จัดโดย อสมท. มีน้องนักเขียนมานั่งคุยกันถึงท่านอาจารย์ ก็ได้คุยกันถึงตรงนี้แต่ตอนนั้นนิใช้นามปากกาค่ะ ก็เลยบอกน้องไปว่าขอยังไม่เปิดเผยแล้วกันนะคะ

จริง ๆ แล้วก่อนวันงาน ทางอสมท.ขอสัมภาษณ์คุณภัสสร เกี่ยวกับท่านอาจารย์ในด้านสื่อสารมวลชนไปแล้ว และนำไปเปิดตอนทำรายการ
ส่วนในวันจันทร์นั้น ก็มีการสัมภาษณ์สดเพิ่มเติมจาก ทีวีและหนังสืออีกหลายรายการค่ะ

บรรยากาศในงานก็เป็นแบบสบาย ๆ แม้อากาศจะค่อนข้างอบอ้าวแต่คนที่ได้รับเชิญและสื่อมวลชนก็ไปร่วมงานกันอย่างคับคั่งทีเดียวค่ะ...

และมีความรู้สึกว่า ทุกอณูในบ้านเรือนไทยของท่านยังคงมีมนต์เสน่ห์อยู่ไม่คลาย

 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF