www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิสาขบูชาที่น่าจดจำ  (อ่าน 1852 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2011, 03:13:10 pm »

สวัสดีค่ะพี่น้อง ไม่ได้คุยกันเสียนาน เพ็กกี้ก็ยุ่งๆ ยุ่งกับเรื่องของชาวบ้านในระยะหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แต่ยุ่งแล้วได้เงินก็โอเคนะคะ ในเวลาที่ผ่านมาก็มีเรื่องอยากจะเล่าสอง-สามเรื่อง เรื่องแรกก็เรื่องวันวิสาขบูชา ถึงแม้ว่าวันสำคัญทางศาสนานี้จะผ่านพ้นไปเกือบครึ่งเดือนแล้ว แต่เพ็กกี้มีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยจะเหมือนใคร ก็อยากจะเล่าสู่กันฟังบ้าง

สำหรับวันวิสาขบูชาของชุมชนไทยที่นี่ก็เหมือนกันทุกๆปี เวลานี้ในเมืองที่เพ็กกี้อยู่มีวัดไทยถึงสี่วัด วัดที่ห้ากำลังจะตามมา มีหลายวัด แต่ประชากรไทยก็ไม่ได้มีมากจนต้องมีหลายวัด เพ็กกี้จะไม่วิจารณ์เรื่องการสร้างวัด เอาเป็นว่าถ้าจำนวนประชากรไทยในเมืองนี้มีหนึ่งหมื่นคน เดิมมีวัดเดียวก็พอที่จะเป็นที่พึ่งทางใจให้คนไทยไกลบ้านได้ ต่อมาก็มีการเปิดวัดเพิ่มขึ้นทั้งๆที่ประชากรไทยก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากมาย และวัดต่างๆก็จัดงานทำบุญตรงกัน ดังนั้นคนก็ต้องเฉลี่ยไปทำบุญที่วัดอื่นๆ

เพ็กกี้จะไม่เล่าถึงวัดไทย เพราะเล่าไปหลายหนแล้ว เอาเป็นว่าเมื่อวันวิสาบูชาที่ผ่านมา เพ็กกี้ไปร่วมงานทำบุญที่วัดเวียดนาม วัดอยู่นอกเมืองออกไป แต่ก็ไปมาสะดวก เนื้อที่ของวัดประมาณเจ็ดเอเคอร์ ที่จอกรถสะดวกสบาย แต่คนโบกรถค่อนข้างจะโง่ เพราะเขาโบกรถโดยไม่มองว่าเพ็กกี้เกือบชนต้นไม้ จะให้เราเดินหน้าท่าเดียว ที่แย่ที่สุดก็คือคนนี้พูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก ขนาดโดนเพ็กกี้ด่าว่าstupidก็ยังไม่เข้าใจ เพ็กกี้บอกว่ายูไม่ต้องมากำกับ ฉันหาที่จอดเองได้

วัดเวียดแห่งนี้ใหญ่และกว้างขวางดี เขามีระบบระเบียบดีกว่าวัดไทยมากมาย คนที่มาอาสาสมัครก็พร้อมเพรียง ไปดูในครัวเขาจัดอาหารเตรียมเลี้ยงคนเป็นร้อย แต่ทำได้คล่องและรวดเร็ว คนจีนกับเวียดนามเป็นพุทธแบบมหาญาณ พระมหาญาณไม่ได้เคร่งวินัยเหมือนฝ่ายเถรวาท แต่เขายึดพระธรรมคำสั่งสอนเป็นหลักใหญ่ พระมาหาญาณบางนิกายถูกตัวผู้หญิงได้ ไม่อาบัติ พระมหาญาณบางรูปเมื่อเราไหว้ท่าน ท่านก็รับไหว้ด้วย ธรรมเนียมปฏิบัติของพุทธมหาญาณคือ เวลาที่เขาไปวัดเขาไม่นำอาหารไปถวายพระ ทางวัดเป็นผู้จัดเตรียมอาหารเลี้ยงพระและคน ผิดกับธรรมเนียมไทยที่ทุกคนจะนำอาหารไปถวายพระ ดังนั้นเวลามีงานบุญที่วัดไทยอาหารจึงเหลือเฟือล้นหลาม ขนาดว่าบางครั้งต้องทิ้งก็มี นึกถึงคนไม่มีจะกินแล้วเสียดายแทน

วันนั้นที่วัดทำก๋วยเตี๋ยวเจเลี้ยง เขาจะจัดเส้นก๋วยเตี๋ยวลงในชามพลาสติกพร้อมทั้งเครี่อง พอเวลาที่พร้อมจะเสริฟก็แค่ตักน้ำซุปใส่ชาม สะดวกและรวดเร็วมาก นอกจากนี้ก็มีสูตว์เจกินกับขนมปังฝรั่งเศส มีขนมหวานอย่างเต้าส่วน วุ้น และข้าวเหนียวหวานๆ ก๋วยเตี๋ยวเจอร่อยมาก เขามีวิธีต้มน้ำซุปให้หวานโดยธรรมชาติจากหัวไช้เท้า และเห็ดหอม อาหารมีแค่นี้ แต่เขาทำปริมาณมาก ภาชนะที่ใส่เป็นพลาสติกหมด แม้กระทั่งภาชนะใส่อาหารให้พระก็เช่นเดียวกัน ทำให้ประหยัดแรงงานในการเก็บล้าง พวกมหาญาณจะมีความเชื่อและยึดถือเป็นประเพณีว่าเวลามาทำบุญที่วัดต้องทานอาหารเจ แม้แต่เพียงมื้อเดียวก็เป็นกุศลแล้ว ทั้งๆที่เวลาที่เขาอยู่บ้านเขาก็ทานเนื้อสัตว์เป็นประจำ อาหารที่เลี้ยงพระก็มีปริมาณมากพอควร ไม่เหมือนงานไทยที่ต่างคนต่างก็อยากให้พระฉันอาหารที่ตัวนำมาเยอะๆ บางครั้งดูเหมือนว่าเราไปยัดเยียดให้พระฉัน

ธรรมเนียมการทำบุญของพุทธมหาญาณเป็นความเหมือนที่แตกต่างกับพวกเถรวาท เขามีการสวดมนตร์ก่อนถวายภัตตาหารเพล รู้สึกจะสวดยาวกว่าของไทยอีก งานนี้เขานิมนต์พระมาจากที่ต่างๆรวมทั้งสิ้นสี่สิบรูป มีทั้งพระไทย พระจีน พระเวียดนาม พระฝรั่ง ฯลฯ เราจึงได้ยินวิธีการสวดมนตร์หลายแบบ หลวงพ่อที่บรรยายธรรมเป็นภาษาอังกฤษ หน้าตาท่านไม่เหมือนฝรั่ง แต่พูดภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันชัดเจนมาก แบบนี้แหละที่เพ็กกี้ชอบ ศาสนาเป็นของสากลเมื่อมีคนหลายเชื้อชาติมาร่วมพิธีเดียวกันก็ควรจะใช้ภาษาสากลด้วย หลังสวดมนตร์พระก็ออกบิณฑบาตร และก็ฉันเพล พอพระฉันเพลก็เสร็จพิธี ผู้คนก็แยกย้ายกัน
บันทึกการเข้า
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2011, 03:33:04 pm »

ผู้คนก็แยกย้ายกันกลับ ถ้าเป็นงานไทยก็จะมีพระธรรมเทศนาหลังอาหารมื้อเที่ยง ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ กว่าจะเสร็จก็ปะมาณบ่ายสามโมง

วันนั้นเพ็กกี้เจอฝรั่งชาวพุทธ เธอเดินทางมาพร้อมกับคณะพระสงฆ์ไทยจากแคลิฟอร์เนีย เธอเล่าว่าตัวเองเคยบวชชีด้วย งานนี้มีฝรั่งน้อยมาก ดังนั้นเธอจึงคุยกับเพ็กกี้ได้ถูกคอโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการฝึกสมาธิ เรายังพูดถึงเรื่องวิญญาณ เพ็กกี้บอกว่าวิญญาณมีจริง เพราะเคยสัมผัสมาด้วยตัวเอง แม้จะพยายามปฏิเสธแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ อย่างไรก็ดีวิญญาณที่เจอก็เป็นบุพพการีที่ท่านมาทักทายด้วยความเป็นห่วง ไม่มีอะไรน่ากลัว วิญญาณของคนที่ตายไปแล้วก็ถือว่าอยู่คนละภพกับเรา การที่จะมาสื่อสารกับเราได้มันจะต้องมีเหตุปัจจัยเชื่อมโยง อยู่ดีๆผีจะมาแหกตาหลอกก็เป็นไปได้ยาก เพราะเพ็กกี้เคยเจอเหตุการณ์ทีน่ากลัวสุดขีดตอนฝึกสมาธิแล้ว ดังนั้นจึงไม่กลัวอะไรอีก คนเสียอีกยังน่ากลัวกว่าวิญญาณ ฝรั่งคนนี้บอกว่าสิ่งที่เพ็กกี้เจอมันข้ามขั้นไปถึงInsight Meditationแล้ว การที่เห็นหน้าคนเปลี่ยนเป็นโครงกระดูก มันทำให้เรานึกถึงหลักไตรลักษณ์คืออนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา ถ้าเราตระหนักในข้อนี้เราก็เข้าใจถึงจุดมุ่งหมายของวิปัสสนา คนส่วนใหญ่เวลาเริ่มฝึกจะเป็นสมถะสมาธิ ใหม่ๆก็จะวอกแวก จิตสงบนิ่งอยู่ได้ไม่นาน แต่วิปัสสนาเป็นการฝึกจิตให้มองเห็นความไม่เที่ยงแท้ของสังขาร

เรื่องสุดท้าย (แต่ไม่ท้ายสุด)ที่อยากจะกล่าวถึงก็คือ วัดไทยแห่งที่สี่ที่เพิ่งเปิดมาได้ประมาณสองปี เป็นวัดเล็กๆที่มีพระอยู่รูปเดียว แต่ท่านเป็นที่เคารพของคนนานาชาติ ไปๆมาๆคนไทยกลับมาวัดนี้น้อยกว่าพวกคนจีน เวียดและเขมรเสียอีก ท่านเจ้าอาวาสกับเพ็กกี้คุ้นเคยกันดี เรียกว่าท่านเป็นกัลยาณมิตร เราอาจจะมีความเห็นไม่ตรงกันในบางเรื่อง แต่เราก็เป็นปุถุชน เพ็กกี้ก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก และเชื่อในพระธรรมคำสั่งสอนมากกว่าจะคล้อยตามประเพณี และเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ ความศรัทธากับงมงายบางครั้งคนแยกไม่ออก เพ็กกี้จะไม่วิจารณ์ ตราบใดที่ความเชื่อของบางคนเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน หรือพยายามโน้มน้าวให้คนอื่นเชื่อตาม บางคนก็เป็นแบบนี้เสียด้วย ถ้าเป็นแบบนี้ก็คบกันไม่ได้

วัดนี้ก็มาแบบเดียวกับวัดมหาญาณ คนมาทำบุญเอาเงินใส่ซองเยอะแยะ แต่ไม่มีใครเอาอาหารมา หรือมีก็น้อยมาก แต่ท่านเจ้าอาวาสก็มีศิษย์ที่นับถือท่านเป็นเจ้าภาพอาหารทุกครั้ง ศิษย์คนนี้ขอเรียกเขาว่า”เสี่ย”ก็แล้ว กัน เสี่ยเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยที่ขายดิบขายดี เฉพาะช่วงกลางวันเสี่ยขายได้ถึงวันละสองพันดอลล่าร์ เพ็กกี้รู้จักเสี่ยมานานแล้ว แต่เพิ่งจะมาสนิทกันเมื่อไม่นานมานี้ ทุกครั้งที่มีงานบุญเสี่ยจะทำอาหารมาเกือบสิบอย่างทั้งคาว-หวานแล้วก็มีเครื่องดื่มอย่างกาแฟเย็นหรือชาเย็นด้วย เสี่ยจะทำอาหารเจ เพราะท่านเจ้าอาวาสไม่ฉันเนื้อสัตว์ อาหารที่เสี่ยเอามาก็เหลือเฟือ กินกันไม่หมดก็ห่อกลับบ้านกันไป เราจะช่วยออกเงินค่าอาหาร แต่เสี่ยไม่รับ เพ็กกี้ก็ไปเรียนท่านเจ้าอาวาสว่าเห็นใจเสี่ย แกทำงานอาทิตย์ละหกวัน ได้หยุดวันอาทิตย์วันเดียว ถ้าอาทิตย์ไหนมีงานทำบุญ เสี่ยก็ต้องทำอาหารมาวัด ท่านก็เลยบอกว่าให้เสี่ยเอาของแห้งในวัดไปทำอาหารมาเลี้ยงคน เพราะของที่อยู่ในตู้หลวงพ่อก็ไม่ได้ใช้ ก็เป็นหน้าที่ที่เพ็กกี้จะต้องหอบของแห้งไปให้เสี่ย บางทีก็ซื้อของสดไปฝากแก

เสี่ยเป็นคนใจกว้างมาก เขาดีกับเพ็กกี้มากๆๆเลย เพ็กกี้ก็หาทางตอบแทนเขาเท่าที่จะทำได้ คนแบบนี้ยิ่งให้ยิ่งรวย ทั้งๆที่ฐานะทางครอบครัวของเขาที่เมืองไทยก็อยู่ในระดับเศรษฐี แต่เขาก็เป็นคนสู้ชีวิต ฝีมือทำอาหารของเขาดีมากๆๆ ขอให้คนดีๆแบบนี้เจริญๆยิ่งๆขึ้นไป

เล่าเรื่องแรกจบแล้ว รอเรื่องต่อไปนะคะ
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2011, 07:30:32 pm »

รู้สึกช่วงว่างเราจะตรงกันนะคะ ช่วงไหนยุ่งก็จะยุ่งแทบไม่มีเวลาได้หายใจหายคอ จนต้องเงียบหายไปนานกว่าจะได้มีโอกาสกลับมาเล่าสู่กันฟังอีก

ตอนนี้กำลังตามเรื่องเล่าเรื่องต่อไปอยู่ค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF