www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เกรงใจคือไทยแท้  (อ่าน 5769 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: กันยายน 11, 2011, 07:37:36 am »

มีคนถามว่าคำว่าเกรงใจภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร แหม ตอบยากจัง บางคนบอกว่า be considerate ทำไมต้องมีbe ด้วย ก็เพราะว่าconsiderateเป็น adjectiveน่ะซิคะ จึงต้องมี verb to be นำหน้า

ถ้าตีความตามตัวอักษรคำนี้ หมายถึง คิดถึงสิทธิและความรู้สึกของผู้อื่น (thoughtful of the rights and feeling of others) แต่เกรงใจในความหมายของสังคมไทยเพ็กกี้ว่า มันเป็นอะไรก็ไม่รู้บอกไม่ถูก โปรดดูตัวอย่างต่อไปนี้นะคะ

เพ็กกี้พูดว่า “พี่จะให้หนังสือที่พี่แต่งเล่มหนึ่งเป็นที่ระลึก”
น้องที่รู้จักกันตอบว่า “แหมเกรงใจครับ”
พี่เพ็กกี้ก็ถามว่า “อยากได้หรือเปล่าล่ะ”
น้อง    “เอ้อ ...อย่าเลยครับ เกรงใจ”
บทสรุปของพี่เพ็กกี้ก็คือ อย่าเอาเลยนะ มัวแต่เกรงใจ อ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ แล้วพี่เพ็กกี้ก็รู้ด้วยว่าเขาอยากได้ แต่กลัวจะถูกตำหนิว่างก อืม งกยังไงในเมื่อพี่เป็นคนเสนอให้เอง แล้วก็รู้อีกด้วยว่าเขาอยากจะให้พี่เพ็กกี้คะยั้นคะยอว่า “ไม่เป็นไรน่า พี่ตั้งใจจะให้อยู่แล้ว” เขาอาจจะอิดเอื้อนพอเป็นพิธี แต่พอส่งให้ก็รับเอา แล้วก็บ่นเกรงใจ เกรงใจอีก 2-3ครั้ง (เพ็กกี้นึกในใจ น่ารำคาญ(โว้ย))

อีกสถานการณ์หนึ่ง เพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนประถมปลายที่จากกันไปนานเกินสี่สิบปี ตั้งแต่มีอินเทอร์เน็ท มีเฟสบุ๊ค ทำให้เราเจอเพื่อนที่จากกันไปนาน พอดีเพื่อนสมัยเรียนประถมเขายังติดต่อกันเหนียวแน่นมาก เราไม่ได้อยู่เมืองไทยก็เลยขาดการติดต่อกับเพื่อนไปนาน ต่อมาก็มีการทำทำเนียบรุ่นลงที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล์ของทุกคน อีเมล์คุยกันแล้วก็ยังไม่จุใจ เพ็กกี้ก็เลยโทรศัพท์ทางไกลไปหาเพื่อนคนหนึ่ง เธอเขียนมาว่าคิดถึงเหลือเกิน มาเมืองไทยเมื่อไหร่อย่าลืมบอกนะ

พอโทรไปแล้วเธอบอกว่า “อย่าโทรมาเลยนะ เกรงใจ”
เพ็กกี้บอกว่า “นานๆครั้งถึงจะโทร ค่าโทรทางไกลก็ไม่แพง ไม่ทำให้ฉันล่มจมหรอก””
เพื่อน “เอาไว้คุยกันทางอีเมล์ดีกว่า”
เพ็กกี้ “ส่งอีเมล์ถึงเธอทีไรเธอก็ไม่ตอบ ที่ร้ายกว่านั้นคือ มันเป็นระบบตอบรับอัตโนมัติ แสดงว่าเธอเลือกที่จะรับหรือตอบอีเมล์ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร ก็ทำเหมือนกับว่าเราไม่เคยรู้จักกันก็แล้วกัน”
เพ็กกี้รู้สึกเสียใจ เซ็ง และผิดหวัง อันที่จริงเพ็กกี้พูดแรงกว่านี้ แต่ไม่สมควรจะนำมาเล่า

อีกครั้งหนึ่งเหตุเกิดที่อเมริกา เพื่อนคนไทยโทรมาหาแต่เช้า เพ็กกี้ยังไม่ตื่นเลย
เพื่อน “พี่เพ็กกี้ช่วยพาหนูไปธนาคารเช้านี้หน่อย” (เธอคนนี้ไม่มีรถ)
เพ็กกี้ “เช้านี้เลยหรือ”
เพื่อน “ค่ะ เช้านี้เลย หนูโทรมารบกวนพี่หรือเปล่านี่”
เพ็กกี้ “ไหนๆคุณก็โทรมาแล้ว จะให้ไปรับเลยหรือ”
เพื่อน “รบกวนหรือเปล่าคะนี่ แหม เกรงใจ๊ เกรงใจ”
เพ็กกี้ “ถ้าคิดว่าเป็นการรบกวนแล้วโทรมาทำไม”
เพื่อน “!?!”
เพ็กกี้ก็ร้ายทีเดียว เพราะไม่ชอบคนที่พูดอะไรไม่จริงใจ ถ้าจะไหว้วานคนก็น่าจะมีวิธีพูดให้งามกว่านี้ อย่างน้อยบอกล่วงหน้าให้เราเตรียมตัว เรื่องของเรื่องคืออยากจะให้เพ็กกี้พูดว่า ไม่เป็นไรค่ะ เผอิญมันฝืนความรู้สึกเสียด้วย
 

เพ็กกี้เขียนเรื่อง “ความเกรงใจคือไทยแท้”ไว้ในบทที่เก้าของแฮมเบอร์เก้อร์ไส้กะเพรา ขอหยิบยกมาเล่าเพิ่มเติม แต่ความเห็นนี้เป็นความเห็นของตัวละครที่เป็นฝรั่ง

“ผมเข้าใจดีครับเรื่องความเกรงใจของคนไทย บางครั้งความเกรงใจก็ทำให้ตัวเองเสียผลประโยชน์ ตอนที่ผมอยู่ที่เมืองไทยผมมีเพื่อนเป็นทนายความ เขาเล่าว่าลูกชายของผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้จักกับเขาเป็นอย่างดี ถูกกล่าวหาว่าลักทรัพย์ ถูกจับส่งฟ้องศาล ศาลตั้งทนายให้จำเลย เพื่อนทนายของผมมารู้เรื่องทีหลังก็บอกแม่ของจำเลยว่า เขายินดีจะช่วยว่าความให้ แต่แม่ของจำเลยบอกว่า ศาลแต่งตั้งทนายให้แล้ว จะบอกเลิกทางนั้นก็เกรงใจ เพื่อนทนายของผมบอกว่า เขาไม่คิดเงินค่าว่าความ ส่วนทนายที่ศาลตั้งให้ทางจำเลยก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย จะบอกเลิก และใช้ทนายของตัวเองก็ได้ แม่ของจำเลยก็ยังยืนยันว่าไม่เป็นไร

ผลออกมาว่าทนายที่ศาลตั้งให้บอกจำเลยว่า ให้รับสารภาพโทษจะได้เบาลง พวกทนายขอแรงจากศาล เขาว่าความฟรี เพราะฉะนั้นการที่เขาจะเอาใจใส่ช่วยเหลือก็น้อยกว่าลูกความที่เสียเงินให้เขา ส่วนใหญ่ก็จะแนะนำให้จำเลยสารภาพ เรื่องจะได้เสร็จๆไป รายนี้ก็เช่นเดียวกัน จำเลยรับสารภาพ ศาลตัดสินลงโทษจำคุกถึงเจ็ดปี ผมไม่เข้าใจจริงๆว่า แม่ของจำเลยทำไมไม่คิดถึงผลประโยชน์ของลูกมากกว่าความเกรงใจ ทำให้คนคนหนึ่งเสียอนาคต และมีชนักติดตัวไปตลอดชีวิต

พวกเราชาวตะวันตกก็รู้จักความเกรงใจเหมือนกัน แต่ความเกรงใจของพวกเราเป็นไปในรูปแบบที่ว่า เราเคารพสิทธิของคนอื่น ไม่ก้าวก่ายสิทธิของคนอื่น เวลาที่เราต้องการความช่วยเหลือเราก็ถามกันตรงๆ ถ้าช่วยได้ก็ดีสำหรับเรา ถ้าช่วยไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราไม่เคยรู้สึกเสียหน้าที่ถูกปฏิเสธ บางครั้งตัวผมเองยังไม่ทันออกปากขอความช่วยเหลือจากใคร ก็มีคนอาสาว่าจะช่วย ผมก็ดูว่าผมต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า ถ้าต้องการผมก็ยอมรับความช่วยเหลือ ถ้าไม่ต้องการก็ขอบคุณเขา ผมคิดว่าคนเราบางครั้งก็ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน วันนี้เขาช่วยผม วันหน้าผมก็คงจะมีโอกาสช่วยเขาบ้าง”


เพ็กกี้อยู่ในเหตุการณ์ที่ทนายความพูดกับแม่จำเลย นี่เป็นเรื่องจริงที่นำมาดัดแปลงเป็นนิยาย หวังว่าพวกเราคงจะเข้าใจทัศนะที่ตัวละครที่เป็นฝรั่งว่ามา
   เพ็กกี้ว่าความเกรงใจก็ต้องดูสถานการณ์ กาละและเทศะด้วย อย่างที่ว่ามานั่นแหละค่ะ มัวแต่ติดคำว่าเกรงใจบางครั้งก็เลยพลาดโอกาสดีๆไป
   อยู่ต่างประเทศนานๆเพ็กกี้เลยไม่รู้ว่าจะรับมือกับคำว่าเกรงใจยังไงดี

บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2011, 12:40:46 am »

คุณเพ็กกี้

คุณพูดถึงคำว่า "เกรงใจ" ทำให้นึกถึงนายคนหนึ่งที่เคยพูดว่า ในภาษาอังกฤษจะไม่มีคำว่าเกรงใจตรง ๆ ก็เลยพูดกันเล่น ๆ จนติดปาก ว่า "Don't be เกรงใจ" ฝรั่งได้ยินคำนี้ ก็ "เป็นงง" ค่ะ จำติดหูมาจนทุกวันนี้

ส่วนเรื่องที่คุณเพ็กกี้บอกว่า ไม่ชอบพวกที่ไม่จริงใจ ปากพูดว่าเกรงใจ แต่พฤติกรรมและใจมันตรงข้าม ปิ๋มก็ไม่ชอบค่ะ ถ้าเกรงใจจริง ก็อย่าทำจะดีกว่า เรามันพวกบู๊นะคะ ชอบพูดตรง ๆ

คิดถึงนะคะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF