www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คำเตือนในเรื่องที่อยากให้ทุกท่านได้อ่านค่ะ  (อ่าน 3348 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: กันยายน 24, 2011, 01:59:48 am »

ในยุคที่อันตรายมีอยู่รอบด้าน เมื่อผู้ที่อยู่ในวงการนี้ส่งคำเตือนมา ก็เลยขอนำมาลงไว้ให้อ่านกันนะคะ อย่างน้อยก็เพื่อจะได้ระมัดระวังกันไม่ให้เกิดอันตรายขึ้น หรือ หากเจอกับอันตรายทำนองนี้จะได้รู้วิธีที่จะแก้ไขหรือพอจะเอาตัวรอดกันได้น่ะค่ะ 

ลองอ่านกันดูนะคะ

ข่าวนี้ส่งมาจาก คุณ ณภัทร หลานสาวของเราเองที่คลุกคลีกับกิจการปั้มน้ำมันโดยตรง จึงคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากทีเดียว
ขอขอบคุณ คุณ ณภัทร ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ

..................................................... 


กรุณาส่งนี้ข่าวสารให้ทุกคนในครอบครัวและเพื่อนของคุณโดยเฉพาะผู้ที่มีเด็กในรถกับพวกเขาในขณะเติมน้ำมัน.   

หากมีเกิดขึ้น,พวกเขาอาจจะไม่สามารถที่จะช่วยเด็กออกมาทันเวลา

ต้องอ่าน,  แม้ว่าคุณจะไม่มีรถ

คำเตือนจากบริษัทน้ำมันเชลล์ -- ต้องอ่าน!แจ้งเตือนความปลอดภัย!



นี่ คือสาเหตุที่เราไม่อนุญาตให้พกโทรศัพท์มือถือใน
·       พื้นที่ปฏิบัติการ,
·       พื้นที่จัดการและจัดเก็บโพรพิลีนออกไซด์
·       พื้นที่ถ่่ายโพรเพน,น้ำมันและดีเซล

บริษัท น้ำมันเชลล์เพิ่งออกคำเตือนเมื่อเร็วๆนี้หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น 3 ครั้ง ที่โทรศัพท์มือถือ เกิดประกายไฟ ทำให้ไอน้ำมันลุกเป็นไฟระหว่างการดำเนินการเติมน้ำมัน

ในกรณีแรก โทรศัพท์ถูกวางไว้บนฝากระโปรงหลังของรถในระหว่างการเติมน้ำมัน พอดีมีคนโทรเข้ามาทำให้เครื่องโทรศัพท์ดัง และเกิดไฟลุกไหม้ตามมา ทำให้รถและปั๊มเติมน้ำมันเบนซินติดไฟไหม้ยับเยิน

ในกรณีที่สอง ในขณะที่เติมน้ำมันรถ เจ้าของรถรับสายโทรศัพท์ที่เข้ามา ทำให้ไอน้ำมันติดไฟลุกพรึ๊บขึ้นมา เผาไหม้ใบหน้าของเขาอย่างสาหัส!

และในกรณีที่สาม  มีคนถูกไฟไหม้ที่ต้นขาและขาหนีบ เนื่องจากขณะที่เขาเติมน้ำมันรถของเขา โทรศัพท์ซึ่งอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขาดังขึ้น และทำให้ไอน้ำมันติดไฟลุกพรึ๊บขึ้นมา 

คุณควรจะรู้ว่าโทรศัพท์มือถือสามารถจุดติดเชื้อเพลิงหรือไอน้ำมันลุกไหม้ได้

โทรศัพท์มือถือที่สว่างขึ้นเมื่อเปิดหรือที่ดังขึ้นเมื่อมีสายเข้ามา จะปล่อยพลังงานเพียงพอที่จะให้เกิดประกายไฟสำหรับจุดไฟติด

โทรศัพท์มือถือไม่ควรใช้ในสถานีเติมน้ำมัน หรือในขณะเติมน้ำมันลงในเครื่องตัดหญ้า, เรือ ฯลฯ

ไม่ควรใช้หรือควรปิดโทรศัพท์มือถือ เมื่ออยุ่ใกล้วัสดุใดๆ ที่ปล่อยไอหรือฝุ่นที่สามารถลุกติดไฟหรือระเบิดขึ้นได้ (เช่นตัวทำละลาย, สารเคมี, แก๊ส, ฝุ่นจากธัญญะพืช, ฯลฯ .. )

สรุป  มีสี่กฎเพื่อความปลอดภัยในระหว่างการเติมน้ำมัน :

1) ดับเครื่องยนต์
2) ไม่สูบบุหรี่
3) อย่าใช้โทรศัพท์มือถือของคุณ – ทิ้งมันไว้ภายในรถหรือปิดเครื่องเส?ย
4) ถ้าออกมายืนนอกรถในระหว่างการเติมน้ำมัน อย่าเข้าไปในรถของคุณจนกว่าจะเติมน้ำมันเสร็จ

บ๊อบ Renkes แห่งสถ​​าบันอุปกรณ์ปิโตรเลียมกำลังเตรียมทำแคมเปญให้คนตระหนัก ถึงการเกิดเพลิงไหม้ที่เป็นผลมาจาก'ไฟฟ้าสถิตย์'ที่ปั๊มน้ำมัน   

บริษัท ของเขาได้วิจัย 150 กรณีของการเกิดเพลิงไหม้เหล่านี้

ผลลัพธ์ที่เขาได้ เป็นที่น่าแปลกใจมาก :

1) จาก 150 กรณี เกือบทั้งหมดเกิดกับพวกผู้หญิง

2) เกือบทุกกรณีเกิดขึ้นเมื่อเจ้าของรถกลับเข้าไปในรถของพวกเขาในขณะที่หัวจ่ายน้ำมันยังคงจ่ายน้ำมันอยู่ . 
 เมื่อหัวจ่ายน้ำมันหยุดจ่ายน้ำมัน พวกเขาก็ออกมาจากรถเพื่อไปดึงหัวจ่ายน้ำมันออก และไฟลุกติดขึ้น อันเป็นผลจากไฟฟ้าสถิตย์

3) ส่วนใหญ่ใส่รองเท้าที่ส้นรองเท้าทำด้วยยาง

4) ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่กลับเข้าไปในรถของพวกเขาจนกว่าจะเติมน้ำมันเสร็จสมบูรณ์ นี่คือเหตุผลที่พวกเขาไม่ค่อยประสพไฟไหม้จากสาเหตประเภทนี้

5) อย่าใช้โทรศัพท์มือถือขณะเติมน้ำมัน

6) ไอที่ระเหยออกมา่จากน้ำมัน และหากมันไปสัมผัสไฟฟ้สถิตย์ที่อยู่ใกล้ คือสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้

7) มี 29 ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของรถกลับเข้าไปในรถและหัวจ่ายน้ำมันถูกแตะต้อง(แล้วอะไรคือ”ถูกแตะต้อง”? ถูกขยับ?)ในระหว่างการเติมน้ำมัน.รถที่ไฟไหม้มีหลากหลายยี่ห้อและรุ่น บางกรณีส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวางกับรถ กับสถานีและกับตัวลูกค้า

Cool เกิด17 เพลิงไหม้
·       ก่อน
·       ระหว่างหรือ
·       ทันทีหลังจาก
ฝาถังน้ำมันถูกถอดออกแต่ก่อนที่จะเติมน้ำมันเริ่ม ..

นาย Renkes เน้นว่าอย่ากลับเข้ามาในรถของคุณในขณะที่น้ำมันกำลังไหล

ถ้า คุณจำเป็นต้องเข้าไปในรถของคุณในขณะที่น้ำมันกำลังไหลอยู่, ก่อนที่คุณจะดึงหัวฉีดออก ต้องแน่ใจว่าในตอนคุณออกจากรถ คุณได้สัมผัสโลหะในขณะที่คุณปิดประตู วิธีนี้จะถ่ายประจุของไฟฟ้าสถิตย์ออกจากร่างกายของคุณก่อนที่คุณจะยกหัวจ่ายน้ำมันขึ้นมา

ดังที่ผมกล่าวถึงก่อนหน้านี้แล้วสถาบันปิโตรเลียมอุปกรณ์พร้อมกับหลาย ๆ บริษัทตอนนี้ กำลังพยายามอย่างมากที่จะทำให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายนี้

ฉันขอให้คุณกรุณาส่งนี้ข้อมูลแก่ทุกคนในครอบครัวและเพื่อนของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่้งผู้ที่มีเด็กในรถกับพวกเขา ในขณะที่เติมน้ำมันที่ปั๊ม หากมีเกิดขึ้นกับพวกเขา พวกเขาอาจจะไม่สามารถที่จะเอาเด็กออกมาได้ทันเวลา

ขอบคุณสำหรับการส่งข้อมูลนี้ไปให้ทุกคนที่คุณรู้จัก       [/color]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 24, 2011, 02:13:17 am โดย ชุติมา-ประภัสสร » บันทึกการเข้า
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 27, 2011, 03:45:17 pm »

เรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือในปั๊มน้ำมันที่อเมริกา ก็มีการเตือนเช่นเดียวกันค่ะ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสมัยใหม่มีคุณ แต่ก็มีโทษควบคู่มาด้วยถ้าไม่ระมัดระวัง สรุปว่าควรเก็บมือถืออย่างมิดชิดเวลาเติมน้ำมัน หรือเข้าใกล้วัตถุไวไฟ

ไม่ควรใช้มือถือเวลาอยู่ในโรงพยาบาล เพราะสัญญาณของมือถือจะไปรบกวนการทำงานของเครื่องมือทางการแพทย์หลายชนิด เราจะไม่พูดถึงข่าวต่างๆที่พูดถึงผลข้างเคียงของการใช้โทรศัพท์มือถือว่า ถ้าใช้มากๆจะเป็นมะเร็งบ้างอะไรทำนองนี้

เพ็กกี้ว่าควรใช้มือถือให้ถูกกาละเทศะ ใช้เท่าที่จำเป็นจริงๆ เพ็กกี้มีมือถือประเภทเติมเงิน เอาไว้ใช้เฉพาะเวลาฉุกเฉิน บอกกับเพื่อนทุกคนว่ามีมือถือเอาไว้โทรออก ไม่ใช่ให้คนโทรเข้า ส่วนใหญ่เราจะนั่งทำงานที่บ้าน โทรเข้าเบอร์บ้านก็มักจะเจอ และไม่ชอบรับสายเวลาที่ขับรถเพราะอันตราย

เมื่อพูดเรื่องโทรศัพท์มือถือ ก็เลยทำให้นึกถึงมารยาทในการพูดโทรศัพท์ เพ็กกี้หมายถึงคนไทยด้วยกันในอเมริกานี่นะคะ เวลาเขาโทรมาหาเพ็กกี้เขาจะไม่บอกชื่อ ถ้าเป็นคนรู้จักก็มักจะคิดว่าเราต้องจำเสียงเขาได้ ถ้าเป็นลูกค้าก็จะไม่บอกชื่อ ต้องถามเสมอว่าใครพูด มันเป็นเรื่องสามัญสำนึกที่ว่าเวลาคุณโทรไปหาใครควรจะบอกว่าคุณเป็นใคร คุณผู้ชายของเพ็กกี้บ่นเสมอว่า คนไทยที่โทรมาหาคุณมักจะไม่บอกชื่อ ถ้าไม่บอกชื่อแล้วเขาจะบอกเพ็กกี้ได้อย่างไรว่าใครโทรมา แทนที่เราจะได้โทรกลับไปหาเขา ก็เลยกลายเป็นเสียเวลาไม่ได้พูดธุระกัน
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2011, 11:41:36 pm »

ขอบคุณ คุณนิ ที่นำสิ่งที่มีประโยชน์มาก ๆ มาฝากแฟนคลับ อ่านแล้วน่ากลัวนะคะ อันตรายที่เราคาดไม่ถึง ปิ๋มเอง เป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบดับเครื่องเวลาเติมน้ำมันค่ะ ทั้งที่ลูกชายจะดับเครื่องทุกครั้ง และก็เคยบอกให้แม่ดับเครื่องทุกครั้ง ต่อไปนี้จะเป็นเด็กดีของลูกแล้วค่ะ คือ "ดับเครื่อง" ทุกครั้ง

แต่เรื่องโทรศัพท์นี่เป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งทราบว่ามันมีอันตรายมาก และปิ่มก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ค่อยออกจากรถคือชอบนั่งรอในรถ พอเขาเติมน้ำมันเสร็จเรียบร้อย เราก็จะเปิดกระจกจ่ายเงินค่ะ แบบนี้ไม่ถูกใช่ไหมคะ เพราะถ้าดับเครื่องมันก็คงร้อนมาก ก็ต้องออกมารอข้างนอกแน่นอน
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2011, 12:33:36 am »

คุณปิ๋มคะ... เรื่องการดับเครื่องยนต์ระหว่างเติมน้ำมันเป็นสิ่งที่ควรจะต้องทำอย่างที่คุณลูกชายคุณปิ๋มบอกค่ะ ส่วนการนั่งรอในรถจริง ๆ แล้วนิว่าโอเคนะคะ การลงจากรถเสียอีกที่สำหรับในเมืองไทยบางขณะอาจจะไม่ค่อยปลอดภัย ถ้าจะลงต้องดึงกุญแจรถออกมาด้วยนะคะ อย่าเผลอเสียบทิ้งไว้ เกิดมีใครคิดไม่ดี เห็นจังหวะเหมาะเข้าพอเติมเสร็จอาจขึ้นรถขับแทนเราไปเลยก็น่าจะมีตัวอย่างมาแล้ นิจำได้ว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งมีข่าวน่าจะสามีแวะเติมน้ำมันหรืออาจจะเข้าห้องน้ำ แล้วลงจากรถไปโดยไม่ได้เอากุญแจออก (คิดว่าอาจจะเปิดแอร์ทิ้งไว้ให้) แต่ภรรยากับลูกนอนหลับอยู่ที่เบาะหลัง ปรากฎมีคนอื่นขึ้นมาขับรถออกไปเฉยเลย พอภรรยาตื่นขึ้นมารู้สึกตัวจึงโวยวายขึ้น...

นิเอง ตอนเวลาไปไหน ๆ ช่วงหลังมักจะเช่ารถตู้ไป บ่อยครั้งที่เวลาเขามาส่งเราที่บ้านก็จะช่วยขนข้าวขนของลงให้ รถก็จอดเปิดประตูทิ้งไว้ เครื่องก็ไม่ได้ดับ นิอดเป็นห่วงไม่ได้กลัวว่าจะมีใครแอบมาขับไปแทน นิก็เลยจะคอยยืนเฝ้ารถให้จนกว่าเขาจะกลับมาขึ้นรถ ก็นี่แหล่ะค่ะ มันเป็นอะไรที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้น บางอย่างก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะแต่ละสถานที่ค่ะ

หลายอย่างที่เขาเตือน ๆ มานิว่า น่าอ่านไว้เพื่อเป็นข้อเตือนใจ และถ้าเกิดอะไรขึ้นทำนองนั้น อย่างน้อยเราก็ยังพอมีอะไรให้นึกออกว่าจะหาทางแก้ไข หรือแก้สถานการณ์อย่างไรดี 

ตอนนี้เรื่องที่กำลังอินเทรนสุด ๆ ก็คือเรื่องความปลอดภัยในภาวะที่ต้องอยู่กับน้องน้ำ และการทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำลด ซึ่งเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสสากรรจพอสมควรทีเดียว ขอเอาใจช่วยทุกท่านให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะคะ ของนิเองยังไม่มีโอกาสได้กลับไปดูว่าที่บ้านโดนน้องน้ำเล่นงานไปขนาดไหน อย่างไรก็ตาม ก็พยายามทำใจค่ะ นิเคยเจอกับความเสียหายตอนน้ำท่วมปี 2526 หนังสือดี ๆ สวย ๆ แพง ๆที่ลงทุนซื้อมาจากต่างประเทศเล่มละหลายร้อย บางเล่มหลายพัน และไม่ใช่แค่เล่มสองเล่ม แต่เป็นล๊อตใหญ่ ๆ เลย ไปกับสายน้ำที่ตอนนั้นท่วมสูงถึงเข่า จนอยู่บ้านไม่ได้ต้องออกไปเช่าห้องตึกแถวฝั่งตรงข้ามกับช่อง3 ที่ หนองแขมอยู่ เป็นเดือนมาแล้ว และผลจากการสูญเสียหนังสือมากมายในครั้งนั้นยังเจ็บช้ำจำได้ไม่ลืมเลยละค่ะ สำหรับคนเขียนหนังสือ คนรักหนังสืออย่างเรา สิ่งต่าง ๆ ความเสียหายของของรักเหล่านี้มันสุดจะพรรณาจริง ๆ ค่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมที่ทั้งคนทั้งธรรมชาติร่วมกันสร้างไว้ในครั้งนี้ไปได้ด้วยดีนะคะ

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF