www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ลางเนื้อชอบลางยา  (อ่าน 2053 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: ธันวาคม 28, 2011, 06:55:52 pm »

สวัสดีค่ะ

ใกล้ปีใหม่แล้ว หวังว่าคุณๆคงจะเบิกบานต้อนรับปีใหม่นะคะ

เพ็กกี้เพิ่งไปพบหมอผู้เชี่ยวชาญทั้งโรคไต และโรคทางเดินปัสสาวะ หมอต้องขอตรวจเลือดและปัสสาวะอีกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจสั่งยาให้กิน เรื่องโรคภัยไข้เจ็บเพ็กกี้ไม่กังวลหรอกค่ะ เพ็กกี้เชื่อว่าเมื่อเราพบข้อบกพร่องของร่างกาย เราพบหมอทันท่วงที มันก็มีทางรักษาได้ บางโรคอาจจะต้องใช้เวลา เพ็กกี้สู้เสมอค่ะ และกำลังคิดว่าหลังปีใหม่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน จะลองอาหารแบบชีวจิต เพ็กกี้ได้ยินบ่อยมากว่า การกินอาหารแบบชีวจิตช่วยเรื่องโรคมะเร็งได้ ถึงแม้ว่าเพ็กกี้จะไม่ได้เป็นมะเร็ง แต่อาหารชีวจิตจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย ก็จะลองดูนะคะเผื่อว่าเนื้องอกที่แอบแฝงในร่างกายจะฝ่อลงได้บ้าง

พูดเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย ทำให้เพ็กกี้นึกถึงพฤติกรรมของคนไทยบางคนที่เจอมา อุปนิสัยคนไทยเป็นคนโอบอ้อมอารี ชอบช่วยคน แม้บางครั้งความหวังดีของเขาอาจจะไม่ค่อยถูกทางนัก ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ มีเพื่อนคนไทยคนหนึ่งพอรู้ว่าเพ็กกี้มีปัญหาเรื่องไต เธอก็เอายาจีนมาให้ บอกสรรพคุณว่าดีมาก คนที่เคยเป็นนิ่วหายได้ในระยะเวลาสั้น เพ็กกี้ก็ลองดูนะคะ เธอเอายามาให้ถึงสองถุงต้มกับน้ำดื่มเหมือนดื่มชา กลื่นก็หอมเหมือนหญ้าที่ใช้ทำเฉาก๊วย รสก็ไม่ขมหรือฝาดเฝื่อน

เพ็กกี้ดื่มยาจีนชนิดนี้เป็นเดือน พอไปตรวจปัสสาวะครั้งสุดท้าย ผลออกมาว่าไตยังมีปัญหาอยู่ หมออธิบายให้ฟัง คำอธิบายค่อนข้างซับซ้อน แต่ก็ฟังเข้าใจ หมอถามว่าตอนนี้ยูกินยาจีนหรือสมุนไพรอะไรอยู่หรือเปล่า เพ็กกี้ตอบว่าใช่ หมอขอให้งด หมอบอกว่ายาจีนบางชนิดเขาผสมอะไรต่ออะไรมาเยอะแยะ บางครั้งก็มีสารที่เป็นโทษแก่ร่างกาย ถ้ายูบอกหมอได้ว่าในยาจีนที่ยูกินมีสมุนไพรอะไรบ้าง ไอจะบอกได้ว่าดีจริงหรือไม่ (แสดงว่าคุณหมอก็ศึกษาเรื่องสมุนไพรเหมือนกัน)

เพ็กกี้ก็ต้องเชื่อหมอนะคะ ตอนแรกคิดว่าลองสมุนไพรก็ไม่น่าจะมีปัญหา เมื่อหมอที่รักษาไม่เห็นด้วยเราก็ต้องเชื่อหมอ อันที่จริงเพ็กกี้ไม่ชอบกินยาซ้อน ถ้ารักษาด้วยหมอแผนปัจจุบัน เราก็ไม่ควรกินสมุนไพร เราเองก็ไม่รู้ว่าสมุนไพรบางอย่างอาจจะไม่ถูกกับร่างกายเรา คำที่เขาพูดกันเสมอว่า"ลางเนื้อชอบลางยา" ก็เป็นความจริง แม้แต่ยาแผนปัจจุบันบางอย่างใช้กับคนหนึ่งได้ผล แต่อาจจะไม่ได้ผลกับอีกคนหนึ่ง

ไม่ใช่จะไม่เห็นความหวังดีของเพื่อนนะคะ แต่เราต้องดูแลตัวเรา เมื่อเราเชื่อในการรักษาแผนปัจจุบันเราก็ควรเชื่อหมอด้วย นึกถึงคุณพ่อเพื่อนรายที่แนะนำเรื่องยาจีน เคยพบท่านตอนที่ท่านมาเยี่ยมลูกสาวที่อเมริกา วันนั้นเพ็กกี้ขาแพลงเพราะไปขุดดินทำสวนที่วัดไทย พระท่านเอาเครื่องคล้ายๆเครื่องช็อทไฟฟ้ามาช็อทที่ขาเพื่อที่จะให้เส้นที่พลิกกลับคืน แต่กลับกลายเป็นว่าทำให้เพ็กกี้เจ็บมากขึ้น เพ็กกี้ต้องบอกพระว่า หยุดเถิดท่านโยมทนไม่ไหว ฝ่ายคุณพ่อของเพื่อนก็แสดงความหวังดีด้วยการบอกว่า วาเป็กนี่ดีนะ เอาทาที่ลิ้นแล้วจะรักษาโรคได้หลายอย่าง เพ็กกี้ได้ยินแล้วโกรธจี๊ดขึ้นมาทันที แต่ก็ไม่พูดอะไรแรงๆออกไป เพียงแต่บอกว่ามันคนละเรื่องกันนะคะ แล้วเพ็กกี้ก็ลากลับทันที เพื่อนเดินมาส่งที่รถ เขาเข้ามาประคองเพ็กกี้บอกว่า "ไม่ต้อง" เขาก็ไม่ฟัง เขาคงนึกว่าเจ็บตัวแล้วยังทำเก่งอีก

เมื่อมีโอกาสเพ็กกี้บอกเพื่อนคนนี้ว่า คนที่นี่เขาไม่ชอบให้คนเข้าไปยุ่งถ้าเขาไม่ได้ขอความช่วยเหลือ มีตัวอย่างมากมายที่คนไทยหวังดีช่วยคนแก่ข้ามถนน แต่เกิดมีเหตุผิดพลาดคนแก่หกล้มกระดูหัก เขาฟ้องเรียกค่าเสียหาย ก็เลยกลายเป็นว่าทำคุณบูชาโทษ คนพิการที่อเมริกาเขาไม่ชอบให้คนแสดงความสมเพชหรือเห็นใจ พวกเขาพยายามช่วยตัวเอง ที่อเมริกาเขาจะจัดสถานที่ให้คนพิการขึ้นลงหรือเข้าออกได้สะดวก มีห้องส้วมพิเศษสำหรับคนพิการด้วย เวลาคนพิการขึ้นรถโดยสารคนขับจะต้องรัดเก้าอี้เข็นให้แน่นหนาก่อนที่จะออกรถ เขามีที่นั่งพิเศษให้คนพิการ คนขับรถต้องแน่ใจว่าคนพิการลงจากรถอย่างปลอดภัยจึงจะออกรถได้

แม้กระทั่งตัวเพ็กกี้เองเห็นคนตาบอดไปออกกำลังที่วายเอ็มซีเอซึ่งเพ็กกี้เป็นสมาชิกอยู่ คนตาบอดเขาพยายามช่วยตัวเอง ด้วยความที่เขามาออกกำลังบ่อยๆเขาจำได้หมดว่าอะไรอยู่ที่ไหนบ้าง ถ้าเห็นคนพวกนี้ในสระน้ำ บ่อจาคุซซี่ หรือ บริเวณที่ยกน้ำหนัก เพ็กกี้จะส่งเสียงทักเขาก่อน ให้รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว อาจจะแสดงน้ำใจว่าถ้ามีอะไรอยากให้ช่วยก็บอก แต่จะไม่เข้าไปถูกต้องตัวเขาเด็ดขาด

คุณๆอ่านแล้วอาจจะคิดว่าคนที่เมืองนอกนี่ไร้น้ำใจจัง การแสดงความช่วยเหลือใครขอให้ดูความเหมาะสมและสถานการณ์ดีกว่า อย่าเข้าไปช่วยโดยทำให้ตัวเองเดือดร้อนภายหลัง

เพ็กกี้พยายามเข้าใจนะคะว่า คนต่างชาติในอเมริกาหลายคนไม่ชอบไปหาหมอ มีสาเหตุหลายอย่าง อย่างแรกคือค่ารักษาพยาบาลที่นี่แพง ถ้าคุณไม่มีประกันสุขภาพต้องจ่ายเองก็จะเสียเงินเยอะ ถ้ามีการแพทย์ทางเลือกอย่างอื่น เขาก็จะเลือกอย่างที่ถูกที่สุด เหตุผลที่สองคือมีปัญหาเรื่องภาษา พูดภาษาอังกฤษได้จำกัด อธิบายอาการของโรคให้หมอฟังไม่ได้ ต่อให้ใช้ล่ามบางครั้งมันก็ไม่สามารถอธิบายความรู้สึกของเจ้าตัวได้อย่างชัดเจน ดังนั้นถ้ามีคนแนะยาสมุนไพรดีๆ หรือหลวงพ่อที่อ้างว่ารักษาโรคได้มาช่วยรดน้ำมนตร์ พ่นน้ำหมาก พ่นปุ๊บหายขาด แล้วหลวงพ่อก็"สปี๊ก"ภาษาเดียวกับผู้ป่วย

ในทางการแพทย์มีศัพท์คำหนึ่ง "Placebo" อ่านว่า พลา-ซี-โบ เพ็กกี้ไม่รู้ว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไร การรักษาแบบพลา-ซี-โบเป็นการแก้โรคอุปาทาน ยกตัวอย่างเช่นผู้ป่วยบ่นว่าปวดหัวตลอดเวลา ไปตรวจหลายครั้งหมอก็ไม่พบอะไรผิดปกติ และไม่ได้สั่งยาให้ จนมาถึงหมอคนสุดท้ายให้ไวตามินซีไปกิน คนไข้กินแล้วบอกว่าดีจังไม่ปวดหัวอีก อันที่จริงอาการดังกล่าวอาจจะเกิดจากความเครียดก็ได้

จิตใจก็มีผลต่อร่างกาย อย่างที่เขาว่า "จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว" จิตใจป่วย ร่างกายก็พลอยป่วยไปด้วย ทางการแพทย์เขาเรียกว่า Psychosomatic สิ่งเหล่านี้เพ็กกี้ทราบมาจากการเรียนจิตวิทยา

จึงขอเล่าสู่กันฟังตามแบบฉบับของเพ็กกี้ ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์ใครเป็นการส่วนตัวนะคะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF