www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อะไรก็เกิดขึ้นได้...  (อ่าน 2224 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: สิงหาคม 12, 2012, 07:19:48 pm »

อะไรก็เกิดขึ้นได้...

ราสส์ กิโลหก

ไพศรีหญิงวัย 50 ปีเจ้าของบ้านชั้นเดียวในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง นั่งอยู่บนเก้าอี้โซฟากลางบ้านสีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความวิตกกังวล   ท่าทางกระสับกระส่ายผุดลุกผุดนั่งตลอดเวลา

ด้านหน้าห่างออกไปไม่มากเป็นทีวีขนาด 23 นิ้วเปิดอยู่ เป็นรายการอ่านข่าวของพิธีกรผู้ชายที่คนรู้จักกันทั่วเมือง รายการของเขาเป็นรายการข่าวภาคดึก มีทั้งข่าวสด ข่าวการบ้านการเมือง 
พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับข่าวที่เขาเอามาอ่าน มีทั้งตำหนิและชื่นชม อันเป็นลักษณะของผู้อ่านข่าวทั่วไป อันแสดงถึงความรอบรู้มากกว่าคนทั่วไป..

หญิงสูงวัยหันหน้ามองไปที่นาฬิกาที่แขวนอยู่ที่ผนังบ้าน พลางถอนหายใจเพราะเวลาขณะนี้เลยครึ่งคืนมาแล้ว เข็มนาฬิกาบ่งว่าเลยเที่ยงคืนมาแล้วเกือบครึ่งขั่วโมง
ถ้าเป็นวันธรรมดาทั่วๆไป ไพศรี หรืออาจารย์ไพศรี จะเข้านอนปกติเหมือนทุกวันในเวลาไม่เกิน 4 ทุ่ม หากแต่วันนี้มีเหตุการณ์บางอย่างทำให้เธอไม่สามารถข่มตาให้นอนหลับได้..

ไพศรีจบการศึกษาระดับปริญญาตรีในสายงานด้านการศึกษา เมื่อจบการศึกษาเธอสอบแข่งขันเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและสอบผ่านได้จึงได้รับการบรรจุเป็น
ข้าราชการครูที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯต่อมาได้แต่งงานกับชิงชัย ครูโรงเรียนเดียวกันที่คบค้ากันมากว่า 10 ปี พร้อมซื้อบ้านและที่ดินที่หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งตั้ง
อยู่ย่านชานเมืองกรุงเทพฯ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นรากฐานของครอบครัว

สองสามีภรรยาก็มีบุตรด้วยกัน 1 คนเป็นผู้ชาย และตั้งชื่อว่าดนัย ทั้งไพศรีและชิงชัยเป็นคนเรียนดีเรียนเก่ง ดนัยลูกชายคนเดียวจึงได้รับพันธุกรรมจากพ่อและแม่ ทำให้เขาสมองดีและเรียนเก่ง 
 ที่สำคัญยังเป็นผู้มีนิสัยสุภาพเรียบร้อย ความประพฤติของดนัยไม่เคยทำให้พ่อแม่ต้องหนักใจ ดนัยจึงเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อแม่

เมื่อจบการเรียนระดับมัธยมปลายด้วยคะแนนเป็นเยี่ยม ดนัยเลือกสอบเข้าคณะแพทย์เพราะเด็กเก่งๆจะเลือกคณะนี้   และก็สมความตั้งใจเขาสอบผ่านได้ในเวลาต่อมา
เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ  การเรียนในมหาวิทยาลัยถือเป็นช่องทางของนักเรียนทุกคนเป็นการสลัดคราบนักเรียนไปเป็นนักศึกษา
 เพื่อศึกษาหาความรู้เป็นอาชีพและต่อสู้ต่อไปในโลกกว้าง

ความรู้สึกของพ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกเข้าเรียนในสถานที่มีชื่อเสียงเพื่อเป็นอนาคตของลูกในภายภาคหน้า ซึ่งพ่อแม่นั้นจะมีความรู้สึกภูมิใจและดีใจกับสิ่งที่ลูกประสบความสำเร็จ
มากกว่าตัวของลูกเองหลายเท่า  ลูกบางคนอาจจะไม่รู้ และที่ร้ายไปกว่านั้นบางคนยังมองข้ามความรู้สึกของพ่อแม่ไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ไม่มีอะไรในโลกที่จะสุขสมหวังหรือมีความสุขได้ตลอดไป ดนัยเข้าเรียนแพทย์ได้ไม่นาน เคราะห์หามยามร้ายได้เข้ามาเยือนอย่างคาดไม่ถึง  ชิงชัยหัวหน้าครอบครัวไปร่วมงานกินเลี้ยง
ของสถาบันเก่า ในฐานะศิษย์เก่าตามประเพณีที่ปฏิบัติมากันทุกปี เขาไปทุกปีไม่เคยขาด แต่ปีนี้พระเจ้าลิขิตให้เขาได้ไปเป็นปีสุดท้ายเพราะในช่วงดึกหลังเที่ยงคืนขณะที่กลับรถกลับบ้านพัก
ที่อยู่ชานเมืองฯ รถแล่นมาถึงสะพานแห่งหนึ่งและเกิดเสียหลักตกลงไปในแม่น้ำทั้งคนทั้งรถ  กว่าจะมีคนมาช่วยก็ช้าไปชิงชัยได้ขาดใจตายไปเสียก่อน...ในวัย 50 ปี..

มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีก่อน ไพศรีไม่เคยลืม  เพราะเธอและลูกมานั่งกันที่เก้าอี้โซฟาตัวนี้ เพื่อ รอชิงชัยกลับบ้านด้วยความเป็นห่วงเนื่องจากเวลาดึกแล้วสามียังกลับไม่ถึงบ้าน 
มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แต่มันเป็นเสียงจากนรกสำหรับไพศรี เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า ชิงชัยขับรถตกแม่น้ำและเสียชีวิตแล้ว....
                             
                 ******************************************************

ไพศรีลุกขึ้นจากเก้าอี้โซฟา เดินไปที่หน้าต่างพลางมองออกไปที่ประตูรั้วหน้าบ้าน ออกอาการกระวนกระวาย พยายามเงี่ยหูฟังเสียงรถยนต์ของลูกชาย ภาวนาให้มีเสียงรถยนต์มาจอดที่หน้าบ้าน
แต่ก็ผิดหวังเพราะไม่มีเสียงที่ว่ามาให้ได้ยิน ครั้นจะโทรไปตามก็เกรงใจลูกเพราะวันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายและเป็นปีสุดท้ายของการเรียน พวกเพื่อนๆจึงได้นัดสังสรรค์กัน
หลังจากเหน็ดเหนื่อย จากการเล่าเรียนมาหลายปี..

บรรยากาศด้านนอกบ้านเงียบสงัด เพราะดึกมากแล้ว นานๆจะได้ยินเสียงหมาเห่ามาให้ได้ยิน บ้านเรือนข้างเคียงต่างปิดไฟหลับนอนกันหมด แต่สำหรับไพศรีในขณะนี้ไม่มีความง่วง
มารบกวนเธอแม้แต่น้อย ใจยังคงจดจ่อกับเสียงสวรรค์ คือเสียงรถยนต์ของลูกชายที่จะมาถึงหน้าบ้าน

เหมือนสถานการณ์ไม่เป็นใจ บรรยากาศด้านนอกเริ่มแปรปรวน มีลมก่อตัวขึ้นเกิดเสียงลมกรรโชกพัดอย่างแรงกระทบกับต้นไม้ข้างบ้านดัง ซ่าๆๆ หูแว่วเสียงฟ้าร้องมาแต่ไกล
บนท้องฟ้ามีแสงสว่างเกิดขึ้นเป็นเส้นเหมือนรากฝอยของต้นไม้ วิ่งส่ายไปมา ออกอาการว่าจะมีฝนตกในอีกไม่นาน หญิงสูงอายุออกอาการกระวนกระวายมากขึ้น ฝนจะมาตกอะไรในตอนนี้
ความทุกข์ที่มีอยู่แล้วกลับทวีเพิ่มมากขึ้น  เธอคิดว่านี่คือความทุกข์ที่มันแน่นอยู่ในอก ใครไม่เคยประสบจะไม่รู้ว่ามันทรมานต่อร่างกายและจิตใจอย่างไร

ท่ามกลางเสียงลมเสียงฟ้าที่อื้ออึงอยู่นอกตัวบ้าน..

“เพล๊ง !”เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นอยู่บริเวณห้องโถงกลางบ้าน

ไพศรีสะดุ้งสุดตัวเธอหันกลับไปที่ต้นเสียง และวิ่งไปที่จุดนั้น พอไปถึงพบว่าสิ่งที่หล่นลงมาจนแตกละเอียดเป็นกรอบรูปถ่ายสมัยเป็นเด็กนักเรียนของดนัยนั่นเอง รูปถ่ายกำลังยิ้มอย่างอารมณ์ดี
ไพศรีหงุดหงิดขึ้นมามันเป็นลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเลย

ยังไม่ทันได้ปรับอารมณ์จากสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว..

“กริ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆ” เสียงโทรศัพท์ในบ้านร้องกรีดขึ้นดังสนั่น ไพศรีตกตะลึงทำอะไรไม่ถูกดึกดื่นเที่ยงคืนใครโทรมา หรือว่า ?  เธอใจหายวาบๆลมภายในท้องตีสว้านขึ้นมาที่หน้าอก
 เสียงโทรศัพท์ยังคงกรีดร้องอย่างต่อเนื่องเหมือนแสดงอาการโกรธ สาวใหญ่ค่อยๆเดินตรงไปที่โทรศัพท์ที่ยังคงกรีดร้องจนเครื่องแทบพัง เอื้อมมือที่สั่นเทาหยิบหูฟังขึ้นมา
ในใจภาวนานึกถึงคุณพระคุณเจ้าที่นับถือ.....

“ฮาโหล  ที่นั่นที่ไหนครับ” เป็นเสียงผู้ชาย

ในตอนนี้จิตใจของไพศรีสั่นระรัวจนรู้สึกว่าหัวใจจะหลุดออกมา เธอพูดตอบกลับด้วยเสียงเบาหวิว

“บ้านอาจารย์ไพศรี ค่ะ”

เสียงตามสายเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะตะโกนด้วยเสียงลั่น

“โทรผิดอีกแล้ว โทรศัพท์เป็นบ้าอะไรวะเนี่ย ! ขอโทษนะคุณ อ้อ ! ดึกดื่นแล้วยังไม่หลับนอนอีกหรือคุณ” เขายังแสดงความ
เป็นผู้มีมารยาทกับไพศรี ก่อนจะวางหูดังโครม.

ในยามนี้ความทุกข์ทรมานเข้าโจมตีแม่ของลูกคนหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ความรักและห่วงลูกในสายเลือดกลับกลายเป็นหนามแหลมที่ทิ่มแทงใจของผู้เป็นแม่จนแทบจะทนไม่ได้
ในคำที่กล่าวว่าการพลัดพรากทำให้เกิดความทุกข์ เป็นสิ่งที่เป็นจริง เพราะหากดนัยเป็นแค่เด็กข้างบ้าน หรือคนรู้จักกันธรรมดา เธอคงไม่ทุกข์ทรมานขนาดนี้

เปรี้ยง !!เสียงดังสนั่นอยู่ไม่ไกล จนรู้สึกถึงความสั่นสะเทือน ไพศรีตื่นจากภวังค์ พร้อมเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้โซฟาด้วยความอ่อนล้า ทนไม่ไหวอีกแล้วไพศรีคิดว่า
จะต้องโทรเข้ามือถือของดนัยอีกครั้งเพื่อความสบายใจ

เธอกดเบอร์ไปยังเครื่องของดนัย มีเสียงสัญญาณยาว แต่ไม่ปรากฏมีคนรับสาย

“รับซิลูก  ...รับซิ” แต่ไม่มีผู้รับสาย เอ๊ะ มันมีอะไรผิดสังเกตหรือเปล่า ? ใจคอของผู้เป็นแม่ย่ำแย่ลงกว่าเดิม แม้จะพยายามกดโทร
ไปอีกหลายครั้งเหตุการณ์ก็เหมือนเดิม ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา

ที่หน้าจอทีวี ข่าวภาคดึก มีข่าวด่วนเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ไพศรีวิ่งไปที่หน้าจอทันที เป็นข่าวรถยนต์เกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิต มีภาพข่าวแสดงที่หน้าจอด้วย
ช่างกล้องได้ถ่ายตรงบริเวณทะเบียนรถเพื่อเป็นสื่อไปถึงญาติพี่น้องหรือคนรู้จักกับรถคันประสบเหตุ แต่ก็โล่งใจเพราะหมายเลขทะเบียนไม่ใช่รถของดนัย..

แต่ทันใดนั้นมีอีกข่าวตามมา ผู้สื่อข่าวกำลังบรรยายถึงรถเก๋งอีกคันหนึ่งที่เกิดอุบัติเหตุชนกับคอสะพานคอนกรีต ทำให้ผู้ขับขี่กระเด็นตกลงไปในน้ำที่กำลังเชี่ยวกราก
พร้อมทั้งบอกบริเวณที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ในข่าวแจ้งว่าพยานที่เห็นเหตุการณ์บอกว่าคนขับรถคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว เกิดเสียหลักวิ่งชนคอสะพานดังสนั่น
 และเห็นคนที่ขับรถกระเด็นออกจากตัวรถทางกระจกด้านหน้าตกลงไปในแม่น้ำ และจมหายไปทันที คาดว่าคงเสียชีวิตแน่นอน เพราะชนแรงมาก ไพศรียืนดูข่าวด้วยความสนใจ
ผู้สื่อข่าวคนเดิมยังบรรยายต่อไปว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นเอกสารภายในตัวรถ จนรู้ว่าเจ้าของรถคือ....
.
...นายดนัย ...............เป็นนักศึกษาแพทย์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง …

“ว้าย ! ลูกแม่   ดนัยลูกแม่  ฮือๆๆๆไม่จริงๆๆๆๆๆๆ” สติของเธอขาดผึงไปในทันที...อนิจจาหัวอกของคนเป็นแม่ช่างสูงส่งยิ่งนัก...
                                 
                                                                     **********************

ช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น...

“กริ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆ”เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง...

สิบเวรเป็นผู้รับสาย...

“โหล  ๆบอกผู้กองกิจจาด้วย พบศพเจ้าของรถคันที่ชนสะพานเมื่อคืนแล้ว มาชันสูตรด้วยครับ” เสียงเจ้าหน้าที่มูลนิธิแจ้งข่าวมายังร้อยเวร.

ในเวลาไล่เลี่ยกัน...

“กริ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆ” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นที่สถานีตำรวจเดียวกัน

สิบเวรคนเดิมเป็นผู้รับ

“ ฮาโหล  โทรจากโรงพยาบาล........นะคะขอให้ร้อยเวรมาสอบสวนผู้บาดเจ็บด้วยคะ คงพอให้การได้แล้ว มาด่วนเลยนะคะ”
เสียงหวานๆของนางพยายม....เอ็ย !พยาบาล...
                                   
                                                                           *************************

ณ. โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หญิงสูงอายุในชุดสุดสวยกำลังประคองชายหนุ่มออกมาที่หน้าโรงพยาบาล พร้อมโบกมือเรียกรถแท็กซี่ซึ่งกำลังวิ่งผ่านมา

“เดี๋ยวไปทำบุญที่วัดกันนะลูก คราวหน้าคราวหลังอย่าจอดรถลงฉี่ในที่เปลี่ยว บุญบารมีพระคุ้มครอง
คนที่ทำร้ายลูกจนสลบและขโมยรถหนีไป  จึงรับเคราะห์แทนลูก” 

อาจารย์ไพศรีกล่าวกับดนัยลูกรักด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม....

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 25, 2016, 07:59:58 pm โดย Rass » บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2012, 01:41:08 am »

ดีใจด้วยค่ะ คุณราสส์ ที่มีเรื่องสั้นลงในกุลสตรีแล้ว
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2012, 09:15:01 am »


..เรียนพี่ชุติมา..

..ขอบพระคุณพี่มากครับที่กรุณาบอกข่าวดี..

..ดีใจครับที่ได้ลงตีพิมพ์..

..จะพยายามเขียนต่อไปครับ.....
บันทึกการเข้า
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2012, 06:54:35 am »

ขอบคุณค่ะคุณราสส์ แหมหักมุมได้สุดยอดมาก อย่างนี้เขาเรียกว่าให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัวเร็วจริงๆ แล้วก็ขอแสดงความยินดีที่เรื่องสั้นของน้องได้ตีพิมพ์ในกุลสตรี คุณราสส์นี่เป็นสุดยอดของนักเขียนเรื่องสั้นจริงๆ หวังว่าไม่นานเกินรอคงจะมีหนังสือรวมเรื่องสั้นของราสส์กิโลหกออกวางตลาด จะช่วยอุดหนุนค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 23, 2012, 06:56:35 am โดย PeggySueGuerra » บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2012, 05:36:08 pm »


..ขอบพระคุณพี่เพ็กกี้มากครับ...

..จะพยายามขีดเขียนต่อไปครับ....โดยอาศัยกำลังใจจากพี่ๆในบอร์ดนี้ครับ..
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 14, 2013, 11:18:40 pm »

ชอบเรื่องนี้่ค่ะ ตัวอักษรเพียงสองบรรทัด หักมุมเรื่องที่อ่านมาหลายสิบบรรทัดหมดเลย
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 15, 2013, 05:38:09 am »


  ขอบพระคุณ..พี่อภิญญาครับ....
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF