www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อ้ายหน่อยเพื่อนผม..  (อ่าน 2128 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: กันยายน 07, 2012, 08:13:18 am »

อ้ายหน่อย..เพื่อนผม

ราสส์ กิโลหก

อ้ายหน่อย.เป็นเพื่อนที่เรียนหนังสือมากับผมตั้งแต่ ป1..บ้านของมันเปิดเป็นร้านตัดผมอยู่กลางตลาด โดยพ่อมันเป็นหัวหน้าช่างตัดผม  คือมีลูกน้องช่างอยู่ในร้านอีก 3-4 คน ทุกคนต่างมีเก้าอี้ประจำของตนเอง พ่ออ้ายหน่อยก็ลงมือตัดเองด้วย..ไม่นั่งหัวโด่เป็นเถ้าแก่อยู่ในร้านเพียงอย่างเดียว..               

ผมสนิทกับมันตั้งแต่เป็นเด็ก เนื่องจากบ้านอยู่ไม่ไกลกัน .บ้านผมอยู่ริมถนนใหญ่ใกล้ตลาด .ผมมักจะมาวิ่งเล่นที่ตลาดกับมันเป็นประจำ.จนเป็นเพื่อน ซี๊ กัน เรียนหนังสือก็เรียนห้องเดียวกันมาตลอด นั่งโต๊ะในห้องเรียนก็นั่งตัวเดียวกัน..โต๊ะเรียนสมัยก่อน จะยาวๆนั่งได้สองคน...                   

เด็กๆในสมัยนั้นไม่ค่อยนิยมเรียกชื่อกันแต่จะเรียกชื่อพ่อ แทน เช่นอ้ายหน่อย พ่อ มันชื่อ “พัด” เวลาเรียกมัน...เราจะเรียกตาพัดแทนตัวมัน...หรือบางตนทะลึ่งมากๆและสนิทสนมกว่าคนอื่นเรียกอ้ายพัดซะเลย  ทุกคนจะเป็นอย่างนี้..จนเรียกชื่อ พ่อกันจนติดปาก  หลังจากเรียนจบและแยกย้ายกันไปเรียนต่อที่อื่น บางทีลืมไปแล้วชื่อจริง...ชื่ออะไร....ตอนโตๆกันแล้ว  ถามหากัน..ถ้าบอกชื่อจริง บางคนงงๆ...แต่ถ้าเอ่ย ชื่อ พ่อตามหลังด้วย..ถึงนึกออกว่าเป็นใคร?                 

ผมมีเพื่อนรุ่นพี่ อยู่คนหนึ่ง..อายุมากกว่าผม 3 ปีบ้านอยู่ติดกันกับบ้านผม..เขาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ วัน เสาร์-อาทิตย์จะกลับมาที่บ้าน เวลาอ้ายหน่อยมาเที่ยวเล่นบ้านผม ก็จะเจอกับรุ่นพี่คนนี้ในบางครั้งก็รู้จักกันเผินๆ..             

วันหนึ่งเป็นวันหยุดเรียน .ผมกับรุ่นพี่คนนี้ไปเดินเล่นในตลาดขณะผ่านหน้าร้านตัดผมของพ่ออ้ายหน่อย.ซึ่งเป็นอาคารไม้ 2 ชั้นคูหาเดียว  แกมองเห็นอ้ายหน่อยยืนอยู่ตรงหน้าต่างบนบ้าน ไม่รู้นึกยังไงพี่แกเอามือป้องปากหันหน้าไปทางหน้าต่างที่ อ้ายหน่อยยืนโผล่อยู่......แหกปากตะโกนจนลั่นตลาด               

“พัดๆ  โว๊ย !!  อ้าย พัดมึง.ทำอะไรอยู่ วะ!!”….ผมสะดุ้ง...ห้ามไม่ทัน...

เป็นเรื่อง  เพราะตาพัด พ่ออ้ายหน่อยซึ่งกำลังตัดผมให้ลูกค้าได้ยินเต็มสองรูหู  รีบวิ่งออกมาหน้าร้าน                 

“ครับๆๆ...มีอะไร หรือ ครับ.”…แก.คิดว่าเจ้านายที่ไหนมาเรียก !
                     
รุ่นพี่ผมคนนี้ไม่ไปเฉียดร้านพ่ออ้ายหน่อยหลายปี   แกเรียนจบวิศวะฯจุฬา  ตอนหลังๆพูดถึงเรื่องนี้ที่ไรฮากันตึง.                     
                   

ตอนเรียนอยู่ชั้น ป.7  เช้าวันหนึ่งผมโดนครูที่โรงเรียนด่าเรื่องผมยาว  พอโรงเรียนเลิกก็รีบกลับบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้า..จากนั้นก็ขี่จักรยานเพื่อไปตัดผมที่ร้านตาพัด...


วันนั้นลูกค้าแยะ.ผมจึงนั่งเล่นกับอ้ายหน่อยอยู่หน้าร้าน มันคุยว่ากำลังจะหัดตัดผมหากตัดผมได้พ่อจะให้เงินเป็นพิเศษ..เงินที่ได้จะเก็บไปซื้อจักรยานเสือหมอบซึ่งกำลังฮิตในสมัยนั้น             

 คุยเล่นกันเพลินจนมืดช่างคนอื่นว่างผมก็ยังไม่ไปตัด กะว่าจะรอจนช่างคนสุดท้ายเพราะยังไม่รีบกลับบ้าน จนกระทั่งลูกค้าไม่มีแล้วช่างก็คนอื่นกลับบ้านกันหมด.เหลือโต๊ะช่างต๋อยกำลังตัดให้ลูกค้า..คนสุดท้าย.ผมจึงเล็งไว้ที่ช่างต๋อย                   
                 
พอโต๊ะของช่างต๋อยตัดให้ลูกค้าเสร็จผมจึงเดินขึ้นไปนั่งเพื่อจะตัดผมเป็นคนต่อไป  ช่างต๋อยเอาผ้าขาวมาคลุมตัวเอาแป้งมาใส่ที่ตีนผม แล้วเริ่มเอาปัตตาเลี่ยนไถจากตีนผมดันขึ้นไปด้านบนหัว  ทำให้เส้นผมหายไปแถบนึงตามความกว้างของปัตตาเลี่ยน  ขณะกำลังจะไถต่อ มีเสียงคนมาเรียกช่างต๋อยหน้าร้าน  บอกว่าเมียช่างต๋อยปวดท้องจะออกลูก ตอนนี้ไปโรงพยาบาลแล้ว  ทำให้ช่างต๋อยหยุดตัดผม รีบวางปัตตาเลี่ยนพลางหันไปทาง อ้ายหน่อย.ที่นั่งเล่นอยู่หน้าร้าน                 
 
“ หน่อยๆ....มาต่อให้ด้วย น้าจะไปดูเมียคลอดลูกที่ โรงพยาบาล”...ผมตาเหลือก...!!               
                 
 แต่อ้ายหน่อยหน้าบานเป็นกระด้งมันรีบมาทันทีคงกำลังร้อนวิชาและได้สนามทดสอบฟรีๆ  แต่ความที่มันยังไม่ชำนาญ ไถปัตตาเลี่ยนทิ่มหนังหัวมั่ง ถอนผมออกมามั่ง  .กำลังเก้ๆ กังๆมีเสียงดังมาจากเครื่องเพิ่มไฟ(ไม่รู้เรียกอย่างนี้หรือเปล่า...)เพราะสมัยนั้นแรงไฟฟ้าจะตกเป็นประจำ....                 
 
สักครู่มีเสียง บึ้ม!! ดังสนั่นมาจากหน้าถนนใหญ่....ตามด้วยความมืดไปทั้งตลาด.....                 

 “ หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด..ที่ข้างโรงพัก...”  ตาพัด พ่อ อ้ายหน่อยพูดอยู่ในความมืด..
                   
ผมใจเสียเพราะยังตัดผมไม่เสร็จ .ผมบนหัวตัดไปได้ไม่ถึงครึ่งหัว.ทั้งยังแหว่งๆเป็นหย่อมเพราะอ้ายหน่อยมันตัดไม่เป็น  นึกภาพเอาแล้วกัน..                 

 
ตาพัด เอาเทียนไขเล่มใหญ่ มาจุดตรงกระจกด้านหน้าที่โต๊ะตัดผม  มามองที่หัวแล้วไม่พูดอะไร แกเดินไปหลังร้านหยิบปัตตาเลี่ยนแบบใช้มือหนีบคือแบบไม่ต้องใช้ไฟฟ้า แกมาหนีบที่หัวไม่ถึง 5 ที...                 
 

ผมต่อมน้ำตาแตก เพราะตาพัดพูดว่า... “ มันเก่าแล้ว..ไม่คม..ตัดไม่ได้...เดี๋ยวหนังหัว ระบม”
                   
จะใช้หวีกับกรรไกรก็ไม่ถนัดเพราะ ตาพัด สายตาไม่ดี แสงจากเทียนไขมันน้อยไป...

                   
อ้ายหน่อยเดินมามันเอาผ้าขนหนูผืนเล็กสีขาวมาวางพาด..จากหูทางด้านหนึ่งไปยังหูอีกด้านหนึ่ง..มันยังใจดี
เอาหมวกมาใส่ให้อีก 1 ใบ...ก่อนบอกผมว่า                 

 “ มึง กลับไปอย่างนี้ก่อน พรุ่งนี้ไฟมาแล้ว ค่อยกลับมาตัดใหม่ งานนี้กูจะบอกพ่อตัดให้มึงฟรีๆไม่คิดเงินสักบาท”...
ผมยังจำมาทุกวันนี้ไม่มีวันลืม   มึง!!   อ้ายหน่อย...!! 


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 20, 2012, 12:52:27 am โดย Rass » บันทึกการเข้า
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2012, 02:02:41 am »

ฮ่า ฮ่า มีอารมณ์ขันดี ขอบคุณค่ะคุณราสส์
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2012, 06:08:09 pm »


..-ขอบพระคุณพี่..เพ๊กกี้...

..ที่เข้ามาอ่านครับ...
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 14, 2013, 10:41:00 pm »

สบาย
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 15, 2013, 05:36:17 am »


..ขอบพระคุณ...พี่อภิญญาครับ..
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF