www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มะพร้าวกะทิชาวเกาะ(๓)  (อ่าน 2255 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ปลิวลม
Newbie
*
กระทู้: 0



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2008, 12:28:24 am »

[ 18 มี.ค. 2550 00:49:16 ]

วันนี้เป็นวันที่ปลิวลมปลื้มใจที่สุด 17 มีนาคม 2550 ทำไมนะหรือ ลองมาฟังจากปากของมะพร้าวเองดีกว่า

"แม่ครับ ปิดเทอมนี้ลูกจะลาบวช"มะพร้าวนั่งลงใกล้ๆแม่

"งั้นหรือลูก เอ้อก็ดีนิ.......หาอะไรนะ ไหนพูดใหม่อีกทีซิพร้าว"แม่หันมาจ้องมะพร้าวแบบไม่เชื่อหูตัวเอ ง

"จริงครับแม่ ผมอยากบวชเณร ผมชอบบวช แล้วก็เคยบวชมาแล้ว"มะพร้าวมองหน้าแม่อย่างจริงจัง

"ลูกรู้ได้อย่างไรว่าลูกเคยบวช"แม่หันมาถามลูกชาย

"หลวงพี่ที่วัดบอกครับ ท่านว่าผมต้องเคยบวชถึงชอบไปหาท่านที่วัดเป็นประจำ"มะพร้าวยืนย ัน

"อื้อ....ก็น่าจะใช่...แล้วพร้าวจะสึกไม่หละ"แม่เริ่มหงุดหงิด

"ยังไม่ทันได้บวช แม่จะถามวันสึกทำไม บาปรู้มั้ย"มะพร้าวก้มหน้า

"เอ่อ.....คือแม่ก็อยากรู้นะว่าพร้าวจะสึกมั้ยนะ ....บาปก็บาป"แม่ยืนยัน

"ผมตอบไม่ได้ แม่ก็เคยบอกไม่ใช่หรือว่า คนจะบวช พระจะสึก ผู้หญิงจะคลอด ห้ามกันไม่ได้"

"งั้นหรือ...พ่อว่าไง"แม่ถาม

"ไม่ว่าไง...นี้ครับแม่ใบสมัครเซ็นชื่อด้วยครับ"ลูกชายยื่นให้

วันที่ 1 เมษายน ผมขอลาบวชเณรครับ กราบลาคุณลุงคุณป้าและทุกคนไว้ณที่นี้แล้วผมจะให้แม่ส่งรูปขึ้นเว็บให้ทุกคนได้ดูนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2008, 02:10:45 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
มนตราแห่งทะเล
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 463



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2008, 12:45:55 am »


ชุติมา-ประภัสสร
18 มี.ค. 2550 09:19:45

อนุโมทนาด้วยค่ะ คุณลุงบอกถ้าอยู่ใกล้ ๆ จะไปร่วมงานบวชด้วย แต่ตอนนี้ได้แต่ขออนุโมทนาด้วยนะคะ คุณปลิวคงจะยิ่งปลื้มเมื่อเห็นมะพร้าวได้ครองผ้ากาสาวภัตรแล้วค่ะ ตอนที่กอล์ฟลูกคนโตบวช และคุณประภัสสรบวช พอครองผ้าแล้วรู้สึกปลาบปลื้มมากค่ะ คุณปลิวคงจะได้สัมผัสความรู้สึกนั้นเช่นกันค่ะ ปลื้มใจแทนค่ะ




ชุติมา-ประภัสสร

18 มี.ค. 2550 09:31:46

แก้คำผิด ผ้ากาสาวพัสตร์ ค่ะ



สีน้ำฟ้า
18 มี.ค. 2550 10:56:02

อนุโมทนาด้วยค่ะ

น้องมะพร้าวค่ะ



อภิญญา
18 มี.ค. 2550 21:07:27

ก็ตามมาอนุโมทนารอบที่สามด้วยค่ะ (เพราะเห็นข่าวตั้งแต่ในสกุลไทยแล้วค่ะ)


มะพร้าว
21 มี.ค. 2550 11:41:42

ผมพยายามนึกถึงตอนที่แม่ลาพวกเราไปบวช เมื่อตอนผมยังเล็ก กะทิยังไม่เกิด แต่ผมก็จำภาพที่แม่ โกนหัวนุ่งผ้าขาวได้ติดตา แม่บวชอยู่ 75 วัน พ่อเศร้ามากตอนนั้นผมรู้ เพราะแม่ท่าทางไม่ยอมสึกง่ายๆตอนนั้น ผมจำได้ว่าแม่ไปบวชอยู่บนเขาพ่อพาผมไปนั่งรอที่ตีนเขาเกือบทุกวัน บางวันแม่ก็ไม่ยอมลงมากินข้าว จนกระทั่งวันหนึ่ง พ่อหลวง บอกพ่อว่า ทุกอย่างเกิดจากกรรม และจบลงด้วยกรรม ผมไม่เข้าใจ แต่พอไม่ไปรอแม่อีก มีแต่ไปฝากเงินไว้ให้แม่ ตอนนั้นผมร้องให่พ่อพาไปหาแม่ แต่พ่อบอกว่าอยากให้แม่มีเวลาได้คิดในสิ่งที่ทำอยู่ มาวันนี้ผมกำลังจะบวชเณรผมเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของแม่ว่าทำไมอยากบวช แม่คงคิดเหมือนผม อยากเห็นอยากเรียนรู้สิ่งที่ไม่เคยรู้และมีโอกาสที่จะรู้จักไม่ง่ายนัก พรุ่งนี้ผมค่อยให้กะทิเล่าเวลาที่พ่อบวช ว่าเป็นยังไง

สวัสดีครับ

มะพร้าว




สีน้ำฟ้า
21 มี.ค. 2550 12:16:38

สวัสดีค่ะ น้องมะพร้าว

อาแจมเอง..ก็เชื่อในเรื่องของเกิดแต่กรรมเช่นกัน เมื่อก่อนเป็นคนที่ขี้กลัวมากกว่านี้ คือจะไม่ค่อยอยากอ่านหนังสือธรรมะ เพราะรู้ว่ากรรมใดใครก่อนั้นเป็นอย่างไร

สมัยเด็กอาแจมตามยายไปวัดเสมอ แต่ใช่ว่าจะเพราะชอบฟังธรรมหรอกนะ ชอบไปวัด เพราะได้ออกเที่ยวพ้นนอกบ้านมากกว่า ตามประสาเด็ก ๆ ที่อยู่ไม่ค่อยติดบ้าน มาถึงวันนี้ อาแจมได้อานิสงส์จากการไปฟังธรรม ไปถึงวัดแล้วพระท่านเทศน์ว่า หากเราไม่ฟังจะหูหนวกบ้าง หากทำอะไรไม่ดีในขณะฟังธรรม ก็จะเกิดสิ่งไม่ดีกับเรา

ธรรมะได้แทรกซึมเข้าไปในหัวใจของเด็กหญิง จนกระทั่งมาถึงวันนี้.. อาแจมก็เลยยังเชื่อเรื่องเกิดแต่กรรม ..

และอาแจมเชื่อต่อไปอีกว่า การคิดและการตัดสินใจของมะพร้าว.. ก็คงจะบังเกิดตามกรรมเช่นกัน

บุญรักษานะคะ.. แล้วอาแจมจะมาติดตามข่าวน้องมะพร้าวอีกค่ะ




มะพร้าว
21 มี.ค. 2550 15:55:58

ขอบคุณ อาแจมครับที่มาให้พรผม ผมเชื่อเรื่องกรรมมากครับ ผมมีเรื่องแม่มาเล่าต่อนิดหน่อยครับ อยากทราบมั้ยครับว่าทำไมแม่ถึงสึก แม่เล่าให้พ่อฟังว่า ระหว่างปฏิบัติธรรมนั้น แม่เกิดนิมิตและเห็นงูตัวใหญ่เลื้อยลงมาจากยอดเขาแม่เลยกลัว ที่สำคัญแม่เป็นห่วงผม ช่วงนั้นแม่เฝ้าแต่อ้อนวอนขอให้พ่อออกบวชด้วยกันครับ พร้อมผมด้วย แต่พ่อไม่ยอม บอกว่าผมยังเล็ก ดูแลตัวเองไม่ได้ เป็นภาระกับคนข้างหลัง ไว้รอให้ผมโตแล้วค่อยบวช แล้วแม่ก็ท้องกะทิครับ ตอนท้องกะทิแม่ไปวัดทุกวันเลยครับ แม่บอกว่าอธิษฐานให้กะทิสวยและขาวผ่อง ปรากฎว่าเรื่องความขาวไม่ได้ครับ กะทิดำผมว่านับวันยิ่งดำครับ แม่ผมสวดมนต์เก่งมากๆ บทใดก็ตามแม่ใช้เวลานิดเดียวก็จำได้ กะทิเคยนอนหลับกับบทมงคลจักรวาลมาแล้วครับ เพราะกะทิไม่ยอมนอน แม่เลยสวดมนต์ หลับครับ ไม่ทราบรู้จักมั้ยครับที่ขึ้นว่า

บูรพารัสมิง พระพุทธคุนัง

บูรพารัสมิง พระธรรมเมตตัง

ทุกขโรคภยัง วิวัญชัยเย

สรรพทุกข์สรรพโศก สรรพโรค สรรพภัย สรรพเคราะห์เสนียด จัญไร วิวัญชัยเย

สรรพธนัง สรรพลาภัง ภวันตุเม รักขันตุ สุรักขันตุ

แล้วก็สวดจนครบ 8 ทิศผมจำได้เกือบหมดครับ แต่ไม่หมด กะทิก็จำได้ครับ

แม่บอกว่าปัดเสนียดรอบตัวครับ ทำให้นอนหลับฝันดี



มะพร้าว
21 มี.ค. 2550 15:59:31

ตกไป 1 บรรทัดครับ

บูรพารัสมิง พระสังฆานัง




มะพร้าว
21 มี.ค. 2550 16:11:46

ผมเล่าไปโพสต์ไปครับกลัวหาย แม่มีความเชื่อว่าคนทำบุญจะมีเกราะคุ้มภัย และคนที่ทำสมาธิ ก็จะมีสติป้องกันไม่ให้กระทำในสิ่งที่ผิด ประสบการณ์การบวชของแม่ มีเรื่องเล่ามากมาย ที่แม่เล่าให้ผมฟัง ที่ผมชอบก็คือเรื่อง ชีบ้าพระ ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมพระพุทธเจ้าทรงห้ามไม่ให้ผู้หญิงอยู่ใกล้พระ ถ้าอยากฟังผมจะเล่าให้ฟังครับ



สีน้ำฟ้า
21 มี.ค. 2550 21:03:31

น้องมะพร้าวคะ

ซ?สีห้ซ อาแจมสวดได้ไม่เก่งเท่าน้องมะพร้าวและน้องกะทิแน่ ๆ ค่ะ และรอฟังเรื่องเล่าจากน้องมะพร้าวต่อค่ะ

ปล. คุณแม่ปลิวลม น่ารักมากค่ะ และคงปลื้มกับลูกชายคนดี และเก่ง ที่สำคัญอาแจมก็ปลื้มด้วยค่ะ..

-------------------------------------------------------------------------------------------
เคยอ่านเรื่องของมะพร้าวและกะทิ สมัยที่โพสกระทู้สกุลไทย จำได้ แต่ไม่ได้ติดตาม มาถึงวันนี้..ดีใจค่ะ ที่เราได้รู้จักกัน



อภิญญา
21 มี.ค. 2550 22:09:01

หลานมะพร้าว

ป้าเองก็เคยเข้ามาคุยกับหลานหลายครั้งแต่ยังไม่เคยได้คำตอบเลย แต่ก็ยังติดตามเรื่องราวของมะพร้าวอยู่เสมอค่ะ การบวชเป็นสิ่งที่ดี คนที่มีบุญบารมีเท่านั้นจึงจะได้บวช แต่เมื่อบวชแล้วก็เป็นเรื่องของกรรมว่าจะรักษาความดีให้ดียิ่งๆขึ้นไปหรือจะทำลายความดีที่ได้สร้างมาแต่อดิตชาติ ก็เป็นเรื่องของกรรมของแต่ละคนค่ะ เขาสร้างเหตุอย่างไรก็ได้อย่างนั้น นี่คือคำสอนของพระพุทธเจ้า

มะพร้าวกำลังสร้างเหตุที่ดีขอให้รักษาความดีนี้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปค่ะ ป้าเองก็เคยคิดอยากให้ลูกชายคนเดียวของป้าบวชตลอดชีวิตเหมือนกัน เพราะอยากให้ลูกพบหนทางที่ถูกต้อง แต่ทุกวันนี้ เขายังเรียนโทอยู่ แต่เป็นเด็กดีค่ะ ไหว้พระสวดมนต์ประจำ จดจำสิ่งดีๆ ที่ป้าสอน หรือผู้ใหญ่สอน หรือพระท่านเทสน์ได้แม่นยำและนำไปปฏิบัติเสมอ วันหลังป้าจะเล่าเรื่องเขาให้แม่ปลิวฟังค่ะ ตัวป้าเองก็เคยบวชเนกขัมฯ อยู่ทุกปี แต่สิ่งสำคัญคือเราได้อะไรจากการบวชบ้าง ต่อไปมะพร้าวมาเล่าให้พวกเราฟังด้วยนะ จะรอค่ะ



ชุติมา
23 มี.ค. 2550 05:32:52

เข้ามาตามอ่านค่ะ ยังไม่มีเวลาได้ร่วมแจมทั้งตอบและพูดคุยเพราะช่วงนี้มีงานให้ทำแยะค่ะ ทั้งคุณภัสสรด้วย เลยขอเข้ามาทักทายแค่นี้ก่อนนะคะ จะรีบหาเวลามาคุยกันใหม่อีกค่ะ




มะพร้าว
23 มี.ค. 2550 19:38:59

ขอลคุณทุกท่านครับที่รักผม และหวังดีกับผม ผมก็ดีใจครับที่ได้เจอกับทุกคนที่นี้ เพราะแม่และพ่อสอนผมเสมอว่า หากพบคบคนดีชีวิตก็จะเดินทางไปสู่ความสงบ ตอนนี้ผมไปให้ปู่สอนสวดทุกวัน ปู่รักผมมมากขึ้นกว่าเดิมอีก ปู่บอกว่าจะได้เห็นชายผ้าเหลืองหลานดีใจจริงๆ ปู่ผมเคยเป็นตำรวจครับ เคยลงเรือล่าโจรไปเกาะพงัน สมัยนั้น เดินทางลำบากกว่านี้มากนัก ปู่เป็นคนดุ หลานๆกลัวทุกคน แต่ปู่รักพ่อมาก บอกพ่อเรียบร้อยนิสัยดี ไม่เกเร ปู่เลยรักผมด้วย แล้วก็รักกะทิด้วยครับ ปู่มีแต่หลานผู้ชายครับ มีกะทิกับพี่ติ่งที่เป็นผู้หญิง คุณป้าอภิญญาครับ ผมเชื่อว่าต้องมีเรื่องเล่าให้ทุกคนฟังมากมายครับ ผมสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี เป็นเณรที่ดีด้วยครับ



อภิญญา
23 มี.ค. 2550 21:24:18

ดีใจที่ได้รับคำตอบจากหลานมะพร้าว ป้าจะคอยอ่านค่ะ



เทาแดง
25 มี.ค. 2550 14:34:10

ขออนุโมทนา มา ณ ที่นี้ด้วย

ตามอ่านเรื่องเล่าจากมะพร้าวยิ่งอาดก็ยิ่งอดยิ้มไม่ได้แฮะ

ธรรมมะเป็นเรื่องใกล้ตัวจริงๆ แต่เราแค่พยายามห่างเหินกันเองเด็กสมัยนี้น้อยคนนัก ที่จะชอบเข้าวัดเข้าวา ปลื้มใจแทนผู้ปกครองจริง ๆ



มะพร้าว
27 มี.ค. 2550 00:38:19


ยิ่งใกล้วันผมก็ยิ่งเห็นว่า ทุกคนรักและหวังดีกับผมมากแค่ไหน ปูเรียกผมไปนอนด้วยทุกวัน สอนผมท่องบทสวด ผมรู้ว่าปู่รักผม ถึงแม้ว่าปู่จะไม่ค่อยรักแม่ก็ตาม ปู่กับแม่ คุยกันได้เรื่องเดียวคือเรื่องการเมือง เพราะเป็นเรื่องโปรดของทั้งคู่และมีความเห็นเหมือนกัน ปู่บอกผมว่าแม่ผมเป็นชายในร่างหญิง ผิดกับพ่อที่ใจเย็นอ่อนโยนเหมือนผู้หญิง แต่ผมก็เริ่มรู้ว่าปู่ชอบแม่อยากมีลูกเหมือนม่ที่เรียนเก่ง เพราะปู่พูดกับผมตลอดเวลาว่าต้องเรียนเก่งเหมือนแม่ แต่อย่าปากเก่งเหมือนแม่ ทำไมหรือรับม่ผผมเป็นคนชอบพูดชอบเถียง ชอบโต้แย้ง พ่อเคยบอกวาแม่น่าจะเป็นทนายมากกว่าอาชีพอื่น กลบมาหางานบวชผมดีกว่า ตอนนี้เขากำลังทำกำพริกกันครับ กำพริกคือเงินหรือท้อฟฟี่ที่ใช้โปรยทานก่อนเข้าโบสถ์ครับเสียงอากับแม่คุยกันไปมีเศษสตางค์เกือบ ๕๐๐บาทครับ ผมสวดมนต์ต่อละครับ สวัสดี



มะพร้าว
27 มี.ค. 2550 00:43:31

ปู คือ ปู่

ทำไมหรือรับม่ผผม คือ ทำไมหรือครับแม่ผม

ม่ คือ แม่

กลบ คือ กลับ



อภิญญา
27 มี.ค. 2550 16:25:57

หลานมะพร้าว

หนูทำดีแล้วลูก ตั้งใจท่องบทสวดให้แม่นยำ และทำใจให้บริสุทธิ์ เตรียมตัวให้พร้อมกับวันสำคัญของเรา ป้าอยากไปร่วมงานบวชจริง ๆ แต่ไม่รู้จะไปอย่างไรเพราะไมมีเพื่อน และป้าก็ต้องเตรียมตัวเพื่อไปผ่าตัดช่องจมูกเหมือนกันในวันที่ 3 เมษายน ก็ได้แต่ส่งใจไปอนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

ถ้าบวชเณรแล้วคงไม่มีโอกาสเปิดเวปใช่ไหมคะ คงต้องรบกวนแม่ปลิวลมคอยส่งข่าวคราวของมะพร้าวให้พวกเราทราบแทนค่ะ



มะพร้าว
30 มี.ค. 2550 14:27:19

วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วครับที่ผมจะได้อยู่บ้าน พรุ่งนี้ผมต้อห่มขาวแล้วก็ไปนอนวัด ผมไม่เคยคิดว่าผมกับกะทิจะรักกันมากขนาดนี้ ปรกติ เวลาอยู่บ้านผมกับน้องทะเลาะกันประจำ แต่เมื่อเช้ากะทินั่งร้องไห้ไปตลอดทางตอนที่ผมไปวัด เพื่อสวดมนต์ น้องกลัวผมจะไม่กลับมาหาน้องอีก กลัวต้องอยู่คนเดียว กลัวผีแล้วก็อะไรอีกเยอะแยะ น้องกลัวไม่ได้กอดผมด้วย ผมไม่เคยรู้สึกรักกะทิเท่าวันนี้เลยครับ เพราะผมรู้แล้วว่าแม้กะทิจะทุบผม ชกผม แต่กะทิก็รักผม ผมก็รักกะทิ รักมากด้วย ผมอยากให้กะทิไปบวชชีพราหมณ์กับผม แต่กะทิยังเล็กเกินไป ที่สำคัญกะทิช่วยตัวเองไม่ได้ ใครๆก็มาหาพ่อครับมาถามเรื่องวันบวช ทุกคนเรียกผมว่าเณรหมดครับ ผมมีความรู้สึกว่าใจพองโตคับอก แบบไม่เคยเป็นมาก่อน นี้คงเป็นผลของกรรมดีที่ผมมีจิตตั้งใจทำ ผมอยากรู้จังว่า เวลาผมห่มผ้าเหลืองแล้ว กรรมดีจะส่งผลเช่นไร สวัสดีครับ



ชุติมา-ประภัสสร
30 มี.ค. 2550 16:34:34

มะพร้าวครับ...ป้ากับลุงปลื้มใจแทนมะพร้าวเหลือเกิน และความรักระหว่างพี่น้องของมะพร้าวกับกะทิก็เป็นสิ่งที่น่าซึ้งใจ ขอให้มะพร้าวพบแต่สิ่งที่ประเสริฐตลอดไปค่ะ ในตอนนี้ ลุงกับป้าก็โชคดีมากที่ได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จพระเจ้าหลานเธอ ฯ ที่ทรงเสด็จมาร่วมประชุมที่ซันติอาโกนี่ค่ะ

ขอฝากกำลังใจให้คุณอภิญญาด้วยค่ะ ขอให้หายเร็ว ๆ นะคะ




ปลิวลม
31 มี.ค. 2550 05:58:07

เมื่อคืนตอน 3 ทุ่ม ไปวัดบ่อผุด ไปหาลุงหลวงคล้าย เพื่อยืมพานมาใส่ผ้าไตร ลุงหลวงให้พานพร้อมดอกไม้แห้งที่คลุมพาน ถ้าจำไม่ผิดเชาเรียกว่าไกรอย่างสวยงามแม่เห็นไกรแล้วแม่ก็นึกถึงคุณยายของลูก คุณยายเป็นคนทำดอกไม้สวยมากๆ นี้ถ้าคุณยายยังอยู่คงทำให้ลูกแต่แม่ไม่มีฝีมือเลย ลุงหลวงอนุโมทนาผ้าไตรมา 1 ชุด ปลื้มใจจนน้ำตาไหล ใครๆก็อยากทำบุญกับลูกแม่ วันนี้แล้วซินะที่พร้าวจะจากบ้านไปอยู่ที่อื่นเป็นครั้งแรก แม่เดินไปดูพร้าวที่ห้องมาแล้ว 3 รอบ นอนไม่หลับเลย ตื่นเต้น พ่อตื่นแล้ว เดี๋ยวแม่ค่อยมาคุยต่อนะ




ปลิวลม
31 มี.ค. 2550 06:44:45

พร้าวกำลังทำกับข้าวให้พ่อแม่กับน้องทานกัน มีหมูทอด ผัดกระเพราปลาหมึก แกงส้มปลามะยง 11.00 น.วันนี้พร้าวจะไปโกนหัวที่วัด เพื่อห่มขาว และสวดผ้าไตรตอนเย็น เมื่อวานแม่เพิ่งกำพรึก เสร็จได้เต็มขันลูกใหญ่เลย แม่อยากใส่เงินมากกว่านี้แต่ย่าว่าไม่จำเป็น ให้ใส่ลูกอมเข้าไปด้วย ย่าทำกรวยอย่างสวยให้ลูกสำหรับลาบวช อันที่จริงลูกมีบุญบวชนะ เพราะ พ่อแม่ไม่ต้องเดือดร้อน หลายสิ่งหลายอย่าง มีคนจัดหามาให้ มีคนแนะนำให้ทำโน้นนี้ ลำพังพ่อกับแม่ไม่รูอะไรมากมาย แต่จริงๆแล้วพิธีกรมที่เราทำนั้นเป็นเพียงกระพี้นะไม่ใช่แก่น แต่ก็เป็นการแสดงความรักของคนรอบข้างที่มีต่อเรา แม่ก็เพิ่งรู้วันนี้ว่า พร้าวก็เป็นซุปเปอร์สตาร์เหมือนกันใครๆก็อยากมางานพร้าว



ปลิวลม
31 มี.ค. 2550 06:49:42

กราบขอบพระคุณคุณลุงกับคุณป้านะคะ ที่ให้พรพร้าว ขอพรอันประเสริฐและอานิสงค์ของการอนุโมทนาจงบังเกิดกับคุณลุงและคุณป้าเช่นกันค่ะ คงหนื่อยกันพักหนึ่งละนะคะ แต่คงมีรูปพระองค์ภามาให้ชมบารมีกันนะคะจะคอยดูค่ะ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2008, 02:27:31 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
มนตราแห่งทะเล
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 463



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2008, 02:21:58 am »

ปลิวลม
5 เม.ย. 2550 03:11:00

ธานีเลี้ยวรถพา 3 แม่ลูก เขาไปจอดที่ลานหน้าบ้านพ่อและแม่ของเขา

"แม่ แม่ เสร็จยังนั้น"ธานีตหลียวมองหาพ่อ

"โน้นบนเรือน แต่งตัวตั้งแต่เช้าไม่เสร็จถูก แค่งานบวชนี้"แม่ส่ายหน้า

ธานีหัวเราะ แหะ แหะ เขาไม่แปลกใจที่พ่อจะช้าในวันนี้ วันที่มะพร้าวจะโกนหัว เพราะพ่อของเขาพิถีพิถันในการแต่งตัว ไม่ว่างานไหน

"ไงพี่รุณ เติน เรียบร้อยยัง"แม่ตะโกนถาม

"เออ ใครก็ได้ ช่วยมาเลือกกางเกงให้ที ไม่รู้จะใส่ตัวไหน"เสียงพ่อตอบมาจากบนเรือน เสียงเฮครืนตามมา สรุปว่ายังไม่ได้แต่งตัว ด้วยความตื่นเต้น




ปลิวลม
5 เม.ย. 2550 10:20:40

ปู่ ย่า พ่อ เริ่มขลิบผมพี่เณร กะทิยืนดูอยู่ห่างๆ งานนี้หมดสิทธิ์ในฐานะเป็นน้อง

"แม่ ไปไหน ให้แม่มาขลิบผม" เสียงพ่อพูดขึ้น

กะทิเลี้ยวมองหาแม่ที่วันนี้อยู่ในสุดสีชมพูแสนสวย แม่กำลังซับน้ำตาตัวเอง แม่เดินไปขลิบผมพี่เณร แล้วน้ำตาก็เริ่มไหลอีก แม่พยายามไม่ให้หยดโดนพี่เณร เสียงแม่พูด พุทธัง สรนัง คัจฉามิ ธัมมัง สรนัง คัจฉามิ สังฆัง สรนัง คัจฉามิ แต่น้ำตาไหลเป็นสาย

"แม่จ๋า แม่ร้องไห้ทำไม"กะทิกระตุกแขนแม่

"แม่ปลื้มใจลูก" แม่ซับน้ำตา

"ลูกก็ร้อง ลูกสงสารพี่เณร โดนมีดบาดที่หัวเป็นแผลเลือดไหล"กะทิสะอื้น

จริงซินะไม่มีใครสนใจเลยว่าเณรจะเจ็บไหม ที่โดนมีดโกนบาด ยังดีนะที่มีกะทิคอยเห็นใจ เฮ้อ.....มัวแต่ปลื้มบุญ



ปลิวลม
5 เม.ย. 2550 10:23:53
 
เลี้ยวมอง=เหลียวมอง



ปลิวลม
5 เม.ย. 2550 15:32:25

"น้องเณร กราบพร้อมๆกันนะ"เสียงดังออกมาจากไมโครโฟน แล้วเสียงเล็กๆของเณรน้อยทั้ง 24 รูปก็ดังออกมาอยากพร้อมเพรียง

"อัญชลี วันทนา อภิวาท อัญชลี วันทนา อภิวาท อัญชลี วันทนา อัญชลี"พร้อมการกระทำอย่างพร้อมเพรียง



ปลิวลม
6 เม.ย. 2550 09:20:43

"ไหนใครบ้างที่จะบวชไม่ครบ 20วัน ยกมือซิ"พระอาจารย์ยืดตัวตรง สามเณรหลายรูปยกมือขึ้น อีกหลายรูปเหลียวซ้ายแลขวา ด้วยความไม่แน่ใจ

"น้องเณร จะบวชกี่วัน พระอาจารย์มิอาจกำหนดได้ แต่พระอาจารย์อยากถามว่า น้องเณรอยู่ในท้องแม่กี่วัน" พระอาจารย์ถามต่อ

"9 เดือนครับ" เสียงตอบอย่างพร้อมเพรียง

"นั้นซิ แล้วที่เกิดมาให้เลี้ยงอีกกี่ปี"พระอาจารย์เสียงเข้ม

"10 ครับ"บ้างรูปตอบต่างออกไป

"แล้วทำไมจะทดแทนแค่ 10 วันเล่า"พระอาจารย์มองสามเณรทีละรูป เสียงเงียบทั้งศาลา แต่ละรูปต่างครุ่นคิด ต่างกรรมต่างวาระ



ปลิวลม
6 เม.ย. 2550 21:44:58



นาคกับแม่.........



นิค่ะ
7 เม.ย. 2550 09:36:18

น่ารักดีจัง



ปลิวลม
7 เม.ย. 2550 19:42:42

"เดี๋ยวน้องเณรเดินลงไป แล้วหยิบน้ำปานะคนละแก้ว แล้วเดินไปนั่งรอบศาลา เสร็จแล้วรอจนสามเณรรูปสุดท้ายนั่งลง ค่อยมองแก้วพิจารณา น้ำปานะ ตามที่พระอาจารย์สอน แล้วค่อยดื่มพร้อมๆกัน เข้าใจมั้ย"พระอาจารย์มองลูกเณรอย่างปราณี

"ครับผม" เสียงเณรตอบอย่างพร้อมเพรียง

พระอาจารย์ปล่อยให้เณรเดินลงมาทีละแถว จนถึงแถวที่ 5 พระอาจารย์ทำมือให้นั่งคอยอยู่ก่อน ท่านลุกขึ้นมาดู สามเณรทุกรูปยืนไม่เป็นที่เป็นทาง

"อ้าว.....ทำไมไม่ทำตามที่พระอาจารย์บอกละ"พระอาจารย์ถามเณร

สามเณรต่างมองหน้ากัน แล้วเดินกลับขึ้นไปบนศาลา เฮ้อ....พอดีน้ำปานะจืดชืด ....ห่มผ้าเหลืองนี้ยากกว่าที่คิด



อภิญญา
7 เม.ย. 2550 22:26:11

เห็นด้วยค่ะ น่ารักค่ะ



ปลิวลม
9 เม.ย. 2550 00:34:28

หลังจากยวชได้ 5 วัน เณรก็วิ่งมาบอกโยมพ่และโยมแม่ในเย็นวันหนึ่ง

"ผมจะสึกแล้วครับ ผมบวช 10 วันพอ"เณรกล่าวหนักแน่น

"ยังไงก็ได้ โยมพ่อบอกพ่อไม่ว่า"โยมพ่อดีใจจนออกนอกหน้า

"แม่ไม่ยอม"โยมแม่เสียงหนักแน่นเช่นกัน

พ่อหน้าเสียที่แม่ไม่เห็นด้วย

"ทำไมถึงคิดสึก"โยมแม่ถาม

"ผมต้องตื่นเช้าทุกวัน ไม่ไหวแล้วหิวด้วย"เณรบอก

"แค่นี้ก็จะสึกแล้วหรือ เสียแรงตั้งใจ กรุงโรมไม่ได้สร้างในวันเดียวนะเณร คิดให้ดี หิวตอนเย็น โยมแม่เอานมมาให้ก็ฉันซิ แม่ถามคำเดียว ลูกบวชเองใช่มั้ย ไม่มีใครบังคับ พระเณรมีมารผจญต้องสู้นะ เกิดเป็นคนต้องไม่ตระบัดสัตย์ หากลูกทำครั้งนี้ไม่สำเร็จ ลูกจะไม่สามารถทำอะไรสำเร็จได้เลย "เสียงแม่เริ่มสั่น

เณรมองหน้าโยมแม่แล้วก้มหน้า

"ครับ ผมจะอยู่ให้ครบ 20 วัน และอาจเลย ถ้าผมทำได้"เณรเงยหน้ามองโยม

"ดี..โยมก็หวังเช่นนั้น"โยมแม่มองหน้าเณรแบบสงสาร เณรคงไม่รู้หรอกว่าแม่ก็ดีใจไม่น้อยไปกว่าพ่อที่เณรจะกลับบ้าน แต่ด้วยความเป็นแม่ชีวิตลูกต้องไม่สุกเอาเผากิน ทุกอย่างต้องเดินตามหลักการ ลูกผู้ชายต้องมีวาจาสัตย์ บอกจะทำต้องทำให้ได้และทำให้สำเร็จ ต้องคิดไตร่ตรองให้ดีก่อนทำ เมื่อทำแล้วต้องอดทนต้องสู้ จนถึงที่สุด และไม่ยกเลิกกลางคัน นี้คือ ธรรมะของชีวิต ที่แม่สามารถให้ลูกได้



ปลิวลม
9 เม.ย. 2550 00:48:02

พ่อมองหน้าแม่แบบงง เมื่อเลี้ยวรถออกมาจากวัด

"ทำไมไม่ให้ลูกสึก นอนร้องไห้ทุกคืน"พ่อจ้องหน้าแม่

"แม่ร้องไห้เพราะคิดถึงลูก ปัญหาอยู่ที่แม่ไม่ใช่อยู่ที่ลูก"แม่โต้ตอบ

"แล้วเกิดลูกหนีจะว่ายังไง อายคนอื่นรู้มั้ย"พ่อเริ่มเสียงสูง

มีเณรที่บวชในครั้งนี้หนีกลับบ้านแล้วสองรูป เนื่องจากผ้าเหลืองร้อน พ่อเลยกลัวว่าจะเกิดกับเณร

"หนี ก็ลูกเรา ไม่หนีก็ลูกเรา แต่น้องแน่ใจว่าลูกเราต้องมีสติและรู้เรื่อง ละอายต่อบาป ไม่กล้าทำความผิดต่อผ้าเหลืองแน่นอน" แม่มองไปข้างหน้า

พ่อถอนใจ และไม่พูดอะไร เพราะรู้ว่าหากแม่ตั้งใจแล้วอย่างไรเสียก็ไม่ยอมลดละแน่ เถียงไปก็เท่านั้น



อภิญญา
9 เม.ย. 2550 09:11:57

อ่านเพลินเลยค่ะ คุณปลิวลม ตกลงน้องเณรเปลี่ยนใจเอง หรือเพราะกลัวคุณแม่คะ.. แต่คิดว่าน้องเณรคงได้คิดเอง...ลงต่อเรื่อย ๆ นะคะ ชอบอ่าน จะได้รู้ความเป็นไปของน้องเณร....เดี๋ยวคุณป้าก็จะไปถือศีลอดข้าวเย็นเหมือนกันค่ะ..



ปลิวลม
9 เม.ย. 2550 09:22:32

ทางเดินสามเณร

"สวัสดีค่ะ คุณปลิว"เสียงเจ๊ริดังมาตามสายโทรศัพท์

"สวัสดีค่ะ"ปลิวลมตอบพร้อมหวนนึกถึงเจ้าของเสียง ผู้มีจิตใจเมตตากรุณา ชอบช่วยเหลือผู้อื่นและทำบุญทำทานอย่างยิ่ง

"พี่ได้ข่าวว่าลูกคุณปลิวบวชเป็นสามเณรแล้ว"เจ๊ริพูดต่อ

"ใช่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าค่ะ"ปลิวลมรีบถามด้วยความอยากรู้ตอนนี้ เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเณรคือเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต

"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ที่สวนปฏิบัติธรรมทีปภาวันของเจ๊จิ๋ม จะมีเณรจากสวนโมกข์ และท่านอาจารย์โพธิ์มาจำวัด วัน ที่ -15-17 เมษา ถ้าคุณปลิวอยากให้ลูกเข้าร่วมก็ยินดีค่ะหรือจะให้ติดรถกลับไปหาท่านพุทธทาสก็ดีนะคะ"เจ๊ริพูดสุภาพตามบุคคลิก

"ค่ะ หรือ คะ...." ปลิวลมพูดอะไรไม่ออกเดินทางสายท่านพุทธทาส คือการสร้างบารมีอย่างแรงกล้า สมองหมุนติ้ว คิดอะไรไม่ออก นี้คือข้อเสนอที่ยิ่งใหญ่ คงต้องให้เณรตัดสินใจเอาเอง



ปลิวลม
9 เม.ย. 2550 09:29:31

อนุโมทนากับคุณป้าอภิญญานะคะที่จะเจริญธรรม ตอบไม่ได้คะว่าเณรเปลี่ยนใจเพราะอะไร แต่ที่สำคัญ เณรก็ยังเป็นเด็กต้องการคนคอยชี้แนะอย่างถูกต้อง การจัดกิจกรรมต่างๆของวัดหากไม่มีอะไรที่แปลกใหม่ ย่อมดึงดูดใจได้ยาก ตรงนี้คิดว่าวัดพระธรรมกายทำได้ดีและมีประสบการณ์สูง .......เฮ้อ.......เอาเท่าที่ได้นะคะ อย่างน้อยก็ได้ห่มผ้าเหลือง


สีน้ำฟ้า
13 เม.ย. 2550 12:43:16

เข้ามาติดตามค่ะ



ปลิวลม
15 เม.ย. 2550 19:48:36

"โยมพ่อ เก็บเงินนี้ไว้นะครับ"เณรส่งเงินให้กับพ่อ

"เณรไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ" พ่อรู้สึกตกใจที่เห็นเณรน้อยมีเงินในมือ 500 บาท ทั้งที่ไม่ได้ไปหาหลายวัน

"ผมรับนิมนต์แล้วก็มีคนมาทำสังฆทานครับ"เณรอมยิ้มแล้วตอบ

"งั้นหรือ"พ่อตอบรับแบบงง

สำหรับพ่อลูกอายุเพียง 10 ปี ไม่เคยคิดจะได้รับเงินจากลูก เมื่อลูกยืนให้แม้เพียงน้อยนิดก็อิ่มใจ



อภิญญา
16 เม.ย. 2550 22:21:35

ยังตามอ่านนะคะ



ปลิวลม
17 เม.ย. 2550 15:39:28

"พี่เณร ครับพี่เณร"เณรมะพร้าวส่งเสียงเรียก เณรผู้สูงอายุกว่าที่จำวัดอยู่กลดข้างๆ

"ไร น้องเณร จะเอาไร" เณรผู้พี่ตอบรับ จริงๆยังไม่ได้จำวัดเพราะคืนนี้เป็นคืนแรก ที่ออกธุดงค์ปักกลดในป่าช้า วัดนอก ที่ได้ชื่อว่า เฮี้ยนสุดๆในเกาะสมุย ทั้งเณรและพระที่มาอบรมนิสัย จะต้องผ่านป่าช้านี้เพื่อบ่มจิต

"ผมไม่ไหวแล้วครับ ผมต้องไปฐาน"เณรมะพร้าวเสียงสั่นเพราะความกลัวปนกับปวดท้อง ไม่น่าดื้อเลย พระอาจารย์อุตส่าห์สั่งแล้วเชียวว่าอย่าฉันมาก ตอนเพล แต่ขนมจีนของโปรด ไม่อาจละเว้นได้

"มีใครไปฐานมั้ย"พี่เณรส่งเสียงให้เณรอื่นๆได้ยิน

"ไปครับไป" เสียงดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง

เออแน่ะ ไม่กล้าอยู่โดยไม่มีพี่เณร หรือปวดฐานจริง พี่เณรผู้อาวุโสสุดถอนหายใจค่ำคืนนี้คงอีกยาวนาน ลองเริ่มต้นแบบนี้



ปลิวลม
17 เม.ย. 2550 20:06:23

คำว่า ฐาน ไม่แน่ใจว่าเขียนอย่างนี้หรือเปล่า แต่พระในภาคใต้จะใช้พูดกัน หมายถึง ห้องน้ำ หรือ ห้องส้วม ค่ะ



ปลิวลม 
โพสต์เมื่อ: Apr 22 2007, 08:31 AM
   
"เณรเมื่อไรจะสึกสักทีละ ยังต้องไปโรงเรียน" พ่อถามลูกชาย

"ครับ เดี๋ยวผมบอกหลวงตาหาฤกษ์"เณรตอบผู้เป็นพ่อ

"ถ้าเณรสึกมาแล้ว พ่อจะซื้อสกูตเตอร์คันเล็กไว้ขี่เล่นในสวนให้คันหนึ่ง"พ่อพูดจร ิงจัง

"ไม่ต้องเอารถมาล่อผม ผมชอบบวช และอยากอยู่ต่อจนกว่าจะเปิดเทอม"

พ่อถอนหายใจ เออ เอาซิ เอาจริงเสียด้วย แม่นั่งยิ้มไม่พูดอะไรแต่สีหน้าแม่ชื่นชมลูกชายอย่างเหลือล้น




--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom



ปลิวลม
โพสต์เมื่อ: May 1 2007, 10:43 AM
   
"แม่จ๋า แม่รู้มั้ยว่าเมื่อกี้ลูกอธิษฐานว่าอะไร"กะทิทำเสียงออดอ้อนแม่ หลังจากใส่บาตร พี่เณรเรียบร้อยแล้ว

"ไม่รู้ซิลูก อธิษฐานว่าอะไรหรือ"แม่ก้มลงมองลูกสาวแบบเอ็นดู

"ลูกอธิษฐานขอให้เกิดเป็นผู้ชายจะได้บวช แม่จะได้รักมากๆเหมือนรักพี่เณร"กะทิตอบเสียงอ่อยๆ

แม่หยุดยิ้ม พูดไม่ออก โธ่...ลูกนี้แม่ทำให้ลูกรู้สึกด้อยค่าเพียงนี้เชียวหรือ แม่ขอโทษนะกะทิ แม่ไม่ได้ตั้งใจ แม่ดึงลูกสาวเข้ามากอด พูดอะไรไม่ออก




--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom



ชุติมา
โพสต์เมื่อ: May 1 2007, 04:32 PM
   
โอ๋ กะทิขา,

ป้าชุว่ากะทิคิดไปเองแน่ ๆ เลยว่าคุณแม่รักกะทิน้อยกว่ารักพี่เณร ความจริง
แล้วมีลูกกันอยู่แค่สองคน ยังไงคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องรักทั้งสองนั่นแหล่ะค่ะ เพียงแต่
ตอนที่พี่มะพร้าวบวช ทุกคนอาจจะมุ่งช่วยให้การบวชเสร็จเรียบร้อยด้วยดี กะทิก็
เลยอาจจะรู้สึกว่าถูกรักน้อยลง

อย่าน้อยใจไปเลยนะคะ ป้าว่าคุณแม่รักกะทิไม่น้อยไปกว่าที่รักพี่มะพร้าว หรือพี่เณร
ของกะทิค่ะ



ปลิวลม
โพสต์เมื่อ: May 2 2007, 08:10 AM
   
"อยากรู้จังว่า ไอ้หน้าดำนี้ไปบวชทำอะไร" กะทิพูดเสียงสั่น

"เขาดำ..หน้กส่วนไหน..ช่วยบอกหน่อย" เสียงมะพร้าวดังตอบโต้

แม่ชงักมือที่กำลังพิมพ์หนังสือ เฮ้อ..บทเพลงของชีวิตเริ่มบรรเลงอีกแล้ว..เบาหูไปเสียนาน วันนี้ ยุทธจักรเริ่มเดือดอีกแล้ว แม่นึกขำในใจ แต่ก็อดตะโกนออกไปไม่ได้ว่า

"อะไร กันนะ พูดจาไม่เห็นเพราะเลย"

"ก็พี่เณร ซิแม่จ๋า แกล้งลูก บวชแล้วนิสัยยังแย่เหมือนเดิม"กะทิหันไปค้อน

"หึ หึ ก็ยังดีกว่าคนขี้ฟ้อง นอนตื่นสายไม่คิดช่วยทำอะไร"มะพร้าวตอบโต้

"เค้าไม่ทำ มีอะไรไหม แม่บอกว่าผู้หญิงก็มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่จะยอมให้ใช้อย่างเดียว ใช่มั้ยแม่จ๋า"ประโยคหลังหันมามองหน้าแม่

"เออ ก็ใช่ เอ๊ย ไม่ใช่ "แม่มองหน้ากะทิ

"แม่หมายความ เราต้องรักเกียรติและภูมิใจในความเป็นผู้หญิงแต่ไม่ได้หมายความจะไม่ช่วยผู้ชายทำงานนะลูก"แม่บอกกะทิแบบใจเย็น

"ไงละ...อวดรู้ ดีนัก"พร้าวมองหน้าน้อง

"ไม่สนหรอก ไม่ทำซะอย่างจะทำไม"กะทิพูดแบบหัวดื้อ

แม่ถอนหายใจ เฮ้อ สรุปว่าเข้าใจแต่ขี้เกียจ เลยอ้างโน้นนี่ อย่างนี้สมควรมั้ย.....หึม หึม

โพสได้แก้ไขโดย ปลิวลม เมื่อ May 2 2007, 08:13 AM

--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom


ปลิวลม    
โพสต์เมื่อ: May 5 2007, 10:13 AM
   
"แม่จ๋า แม่จ๋า เร็วๆเข้า เค้าจะรื้อหมุดที่ บ้านเรา"กะทิตะโกนเสียงดังมาจากหน้าบ้าน พ่อรีบวิ่งออกไปดู แม่ตามไปติดๆ รื้อหมุดที่ ได้ยังไง นะ

"ไหน..ลูกไหน"พ่อมองหน้ากะทิ

กะทิชี้ไปที่พนักงานโทรศัพท์สองคนที่กำลังดึงเสาโทรศัพท์ขึ้นจา กหลุม แล้วหันมามองหน้าสองพ่อลูกแบบสงสัย

"อันนี้เขาไม่เรียกหมุดหลอกกะทิเขาเรียกเสาโทรศัพท์ลูก"พ่อบอกก ะทิ

"ลูกนึกว่าหมุด เห็นแม่ชี้ว่าอยู่ตรงนั้น"กะทิชี้แจ้ง

พ่อมองหน้าแม่ที่อมยิ้มลูกสาวแสนรู้ พ่อเลยพากะทิไปดูหมุดเพื่อจะได้รู้จักไม่สับสนอีก


โพสได้แก้ไขโดย ปลิวลม เมื่อ May 5 2007, 10:15 AM

--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom



ปลิวลม    
โพสต์เมื่อ: May 8 2007, 06:31 PM
   
อย่างนี้ต้องปิดซอย

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อกะทิวิ่งออกจากบ้านแบบไม่ระวัง เลยโดนรถมอเตอร์ไซด์เฉี่ยว โชคดีที่ไม่เป็นอะไรแค่ตกใจเท่านั้น

"เป็นไงบ้างลูก" แม่รีบวิ่งเข้าไปกอดกะทิ
"ฮือ..ฮือ.."กะทิร้องไห้ด้วยความตกใจ
แม่พาลูกสาวเข้าบ้าน พร้อมกล่าวเตือน "ทีหลังจะออกจากบ้าน ต้องระวังหน่อยนะเดี๋ยวนี้รถมากแล้วก็วิ่งเร็ว"
กะทิปาดน้ำตา แล้วก็เอ่ยกับแม่ว่า"ถ้าวิ่งเร็วแบบนี้ ก็อย่าวิ่งเลย"
"หมายความว่ายังไง"แม่ถาม
"ลูกจะปิดซอย"กะทิบอก
"หา..อะไรนะ"แม่พูดแบบตกใจ
"ปิดยังไง"แม่ถาม
"ไม่รู้คิดก่อน"กะทิพูดเบาๆ
แม่ได้แต่นิ่งเพราะไม่รู้จะพูดอย่างไร งานนี้คงต้องอธิบายกันยาวเลยหละกะทิเอ๊ยยยยยยยยยยยย


โพสได้แก้ไขโดย ปลิวลม เมื่อ May 8 2007, 06:37 PM

--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom



ชุติมา    
โพสต์เมื่อ: May 10 2007, 03:00 AM
   
โล่งอกไปทีที่กะทิไม่เป็นอะไรมาก ว่าแต่คิดวิธีปิดซอยได้หรือยังคะ




ปลิวลม    

โพสต์เมื่อ: May 15 2007, 08:10 AM
   
น่ากลัวจะคิดไม่ออก แล้วก็ลืมแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังเห่อ โรงเรียนค่ะ เพิ่งเปิดเทอมอยู่ ป1.ไว้รอให้เขาเขียนจดหมายเองนะคะ

--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom



สีน้ำฟ้า    
โพสต์เมื่อ: May 23 2007, 05:13 AM
   


ไว้รอเรื่องเล่าตอนเปิดเทอมต่อค่ะ พี่ปลิวลม

----------------------
คิดถึง..ไปหาได้ทุกเมื่อนะคะ...
-----------------------------------------------------------
ลานอักษร สีน้ำฟ้า ณ โอเคเนชั่น



อภิญญา    
โพสต์เมื่อ: May 23 2007, 05:14 PM
   
คิดถึงหนูกะทิ และ มะพร้าว เปิดเทอมคงมีเรื่องสนุก ๆ มาเล่าให้ป้าฟังนะคะ

--------------------
จะขี่ไม้กวาดไปตามหาฝัน...เข้าไปเยื่ยมชมบ้านในฝันได้ที่นี่ค่ะ
http://apinya07.spaces.live.com



นิค่ะ    
โพสต์เมื่อ: Jun 28 2007, 02:21 PM
   
มาบอกคิดถึง กะทิกับมะพร้าว และครอบครัวคุณปลิวลม ตามคุณอภิญญาด้วยค่ะ

คงกำลังคร่ำเคร่งกับการเรียนอย่างหนัก เอาใจช่วยนะคะ

--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2008, 02:43:30 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF