www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คำทำนายเกี่ยวกับโลก, เรื่องน่ารู้  (อ่าน 3295 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ปลิวลม
Newbie
*
กระทู้: 0



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2008, 03:23:18 am »

มหันตภัยทั้ง 9 อย่างนี้(พุทธทำนาย 3) จะรอดพ้นเฉพาะคนใจบุญ คนที่ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเท่านั้น รู้แล้วจงบอกต่อกันไปให้รีบเร่งทำแต่ความดีมากกว่าทำบาปกรรมชั่วร้าย ถ้าผ่านปีจอ ปีกุลไปแล้ว ทุกคนพร้อมลูกหลาน เหลน จะได้รับความสุขสบายกันทั่วหน้า ( เวลาเหลือน้อย ) ให้ทุกคนเคร่งครัดถือศีล 5 ข้อ ให้ขยันไหว้พระ ภาวนา ให้ทาน เพื่อการกุศลอย่างต่อเนื่อง ศีล 5 ข้อ เทือกเขาตะนาวศรีในจังหวัดราชบุรีจะพังทลายลงมาเนื่องจากแผ่นดินไหวที่รุนแรง ซึ่งจะเปิดเผยให้เห็นถึงภูเขาไฟที่ซุกซ่อนอยู่ หลังจากนั้นไม่นานภูเขาไฟลูกแรกในประเทศไทยจะระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง เสียงดังกึกก้องกัมปนาทดังมาถึงกรุงเทพฯ ธารลาวาจะไหลลงไปยังฝั่งพม่า ไม่นานนักระเบิดลูกที่สอง และลูกที่สามก็ตามมา ลูกที่สี่จะมีความรุนแรงอย่างถึงที่สุด ซึ่งจะสร้างความอำมหิตให้กับภาคเหนือและภาคอีสานต่อไป


รายละเอียดของมหันตภัยที่จะเกิดขึ้น


สถานที่แห่งแรกในประเทศไทยที่จะได้เผชิญกับลาวาร้อนจากไฟใต้โลก จะเกิดขึ้นจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดแรกในภาคอีสานตามรอยต่อของจังหวัดที่ติดกันเป็นแนวยาว เริ่มแรกจะมีลักษณะเป็นแนวแยกของแผ่นดินคดเคี้ยวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ธารโลหะร้อนจะไหลลามแผ่ออกไปเป็นบริเวณกว้างข้ามวันข้ามคืนติดต่อกัน จากนั้นพายุที่รุนแรงจะนำน้ำมาดับไฟ ก่อให้เกิดน้ำท่วมและโรคร้ายที่จะระบาดอย่างรุนแรงจนสุดที่จะเยียวยาได้ โดยเฉพาะอหิวาตกโรคสายพันธุ์ใหม่ที่มนุษย์เชื่อว่าได้กำจัดหมดไปจากโลกนี้แล้ว แต่หารู้ไม่ว่ามันกำลังฟักตัวและจะมีฤทธิ์ร้ายแรงกว่าเดิม ซึ่งสามารถคร่าชีวิตผู้รับเชื้อได้ในเวลาเพียงวันเดียวเท่านั้น


ท้องฟ้ามืดมิด ฝนจะเริ่มตกหนักทั่วโลกอย่างไม่หยุดยั้ง น้ำจะเอ่อขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าท่วมแผ่นดินในหลายๆ พื้นที่ พายุไซโคลนจะพัดกระหน่ำและจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 160 ก.ม./ชั่วโมง พัดผ่านกรุงเทพ ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ตึกแห่งหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ใกล้กับสะพานกลางเก่ากลางใหม่ในย่านฝั่งธนบุรีจะพังทลายลงมาจากการโหมกระหน่ำและความบ้าคลั่งของลมพายุ มีผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 600 คน ในเวลาหลังจากนั้นไม่นานนักตึกสีขาวที่อยู่ริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามจะพังทลายตามลงมา ยอดตึกที่พังทลายจะแลเห็นโผล่เหนือน้ำให้เห็นเป็นอนุสรณ์ของคราบน้ำตา หลังคาบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียงจะปลิวว่อน เสาไฟฟ้าจะล้มระเนระนาดด้วยความรุนแรงของลมพายุ ผนังตึกส่วนหนึ่งจะรูดลงมากองกับพื้น ลมพายุที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรงจะสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนในบริเวณใกล้เคียงอย่างเหลือคณานับ


- ณ บ้านกุดฉิม อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น จะเกิดภูเขาไฟแห่งที่สองระเบิดขึ้น มีผู้เสียชีวิตประมาณ 500 คน


- ที่บ้านโพธิ์ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย จะเกิดแผ่นดินไหวและมีลาวาร้อนจากภูเขาไฟไหลเคลื่อนตัวทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า มีผู้เสียชีวิตร่วมพันคน


- เกิดภูเขาไฟระเบิดในจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างกะทันหันจนยากที่ผู้คนในบริเวณนั้นจะตั้งตัวทัน และจะเกิดปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดมีจำนวนเด็กและผู้หญิงเสียชีวิตมากกว่าผู้ชาย


- จังหวัดตรัง เกาะทุกเกาะจะจมหายไปเนื่องจากลมพายุที่รุนแรงและทะเลคลั่งที่กลบกลืนหมู่เกาะให้หลับลึกไปอย่างรวดเร็ว


- สมุทรปราการ จะจมหายลงไปในท้องทะเลครึ่งเมืองอย่างถาวร เนื่องมาจากลมพายุที่โหมกระหน่ำบวกกับน้ำทะเลหนุนสูง น้ำจะท่วมอย่างรวดเร็วและมีสายน้ำเปลี่ยนทิศไหลผ่านเมื่องอย่างน่าหวาดกลัว ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากหายนะครั้งนี้จะถูกนำส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดังในย่านสำโรง และโรงพยาบาลแห่งนี้จะเป็นประตูต้นทางของกระแสน้ำที่ไหลเปลี่ยนทิศ แต่ก็เป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดของเมืองสมุทรปราการ


- เกาะสมุย จะถูกลบหายไปจากแผนที่โลก เนื่องจากแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงและเกิดพายุ รวมทั้งคลื่นยักษ์ซัดกระหน่ำจนกระทั่งเกาะทั้งเกาะจมหายลงไปในท้องทะเลอย่างไม่มีวันหวนกลับคืน


- เกิดแผ่นดินไหวที่ตัวเมืองบุรีรัมย์ เสียชีวิตทันที 53 คน ผู้บาดเจ็บที่เหลือจะเสียชีวิตอย่างมากมายในระหว่างทางไปโรงพยาบาล


- เกาะปันหยี จังหวัดพังงา เกิดน้ำท่วมสูงและพายุที่รุนแรงโหมกระหน่ำพัดเกาะหายสาบสูญอย่างถาวร ผู้คนเสียชีวิตทั้งเกาะ


- เขื่อนบางลาง จังหวัดนราธิวาส ถูกคลื่นจากทะเลซัดกระหน่ำจนกระทั่งเขื่อนแตก น้ำไหลทะลักเข้าท่วมแผ่นดิน รวมทั้งน้ำทะเลที่ถาโถมเข้าสู่แผ่นดินอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งไม่มีนราธิวาสหลงเหลืออยู่ในแผนที่โลก


- บ้านหาดเล็ก จังหวัดตราด จะถูกคลื่นยักษ์ไซโคลนกระหน่ำ แผ่นดินหายไม่มีเหลือ


- ยะลา ถูกทะเลคลั่งโหมกระหน่ำ น้ำทะเลสูง แผ่นดินหาย เหลือเพียงเกาะเล็กๆ เท่านั้น ที่จะมีชื่อเรียกใหม่ว่า เกาะยะลา


- จังหวัดสงขลา น้ำท่วมสูง เกาะทุกเกาะจมหายจะเหลือเพียงหาดใหญ่บางส่วนที่น้ำจะไม่ท่วมถาวร


- ชลบุรี ชายฝั่งทะเลบางแสนถูกคลื่นยักษ์ 4 – 5 เมตร ซัดกระหน่ำอย่างรุนแรง จนกระทั่งมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งพังพินาศ แต่น้ำทะเลจะไม่ท่วมถาวร


- ฉะเชิงเทรา น้ำจะท่วมถึงสองฝั่งบางปะกง จนถึงฐานหลวงพ่อโสธร


- กระบี่ จะถูกพายุพัดกระหน่ำ ผืนดินทางด้านตะวันออกจะหายไปชาวประมงประมาณ 180 คน จะถูกกลืนหายไปในท้องทะเล


- ชุมพร จะเผชิญพายุฝนที่รุนแรง คลื่นจัด น้ำท่วมสูง ศาลกรมหลวงชุมพรจะเหลือไว้เป็นอนุสรณ์ให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์


- อุทยานภูริน นางย่อง สิมิลัน จังหวัดพังงา ถูกคลื่นยักษ์ซัดหาย


- ภูเก็ต ถูกพายุถล่มอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งเกาะหายไปจากแผนที่โลก มีผู้เสียชีวิตทันทีประมาณ 40,000 – 60,000 คน


- นครศรีธรรมราช จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ มีผู้เสียชีวิตประมาณ 20,000 คน


- พังงา น้ำท่วม แผ่นดินจะถูกกลืนจมหายไปในท้องทะเล


- ปัตตานี ฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมทั้งจังหวัด แต่วัดช้างไห้ของหลวงปู่ทวดจะปลอดภัย รูปปั้นหลวงปู่ทวดจะแสดงปาฏิหาริย์ ลอยน้ำขวางกระแสน้ำเชี่ยว น้ำจะแห้ง วัดช้างไห้จะกลายเป็นเกาะกลางน้ำ


- เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ จะพังทลาย กระแสน้ำที่เชี่ยวกราดจะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า มีผู้เสียชีวิตทันทีประมาณ 200 คน


- เกิดภูเขาไฟระเบิดอย่างกึกก้องกัมปนาทที่จังหวัดอุตรดิตถ์


- กาญจนบุรี เขื่อนศรีนครินทร์ จะมีปัญหาน้ำไหลอ้อมเขื่อนท่วมด้านล่างเสียหายบางส่วน รวมทั้งน้ำท่วมสูงแผ่นดินหายถาวรครึ่งจังหวัด


- จังหวัดนครราชสีมา เกิดน้ำท่วมใหญ่เป็นประวัติการณ์ กระแสน้ำจะท่วมสูงถึงฐานของอนุสาวรีย์ย่าโม


ทุกจังหวัดในประเทศไทยต่างก็ได้รับความบอบช้ำด้วยกันทั้งสิ้น จะมากน้อยต่างกันไป บริเวณใดที่มีผู้คนที่มีศีลธรรมอาศัยอยู่อาจได้รับการปกป้อง บรรเทาภัยพิบัติให้เบาบางลงไปได้บ้าง...


ข้อมูลทุกอย่างที่กล่าวมานี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ระดับความรุนแรงจะไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน ดังเช่น ภูเขาไฟที่กล่าวว่าจะเกิดในสถานที่หลายแห่งนั้น อาจเกิดระเบิดกึกก้องกัมปนาทรวมกันในสถานที่แห่งเดียวกัน แต่จะมีความรุนแรงมากกว่าปกติ กล่าวคืออาจมีลาวาจะพุ่งสู่ท้องฟ้าสูงเป็นพิเศษถึง 6 กิโลเมตร เป็นต้น


เหตุการณ์ต่างๆ ที่กล่าวมานั้น จะมีอยู่วันหนึ่งที่เหตุการณ์รุนแรงที่สุด คลื่นพลังมหาศาลจากจักรวาลจะกระแทกลงมายังโลก เป็นพลังงานที่เกิดจากลมพายุสุริยะอันเนื่องมาจากจุดดับบนดวงอาทิตย์จุดที่ 11 มนุษย์ทุกคนบนโลกจะได้พบกับเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัว บรรยากาศช่วงแรกๆ จะรู้สึกหดหู่ เวิ้งว้าง ท้องฟ้าจะวังเวงพิกล หลังจากนั้นไม่นานนักลมจะแรงขึ้น แรงขึ้น เสียงฟ้าเสียงลมจะแผดเสียงกึกก้องดังที่สุด ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้ยินเสียงที่ดังขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เป็นเสียงของพญามัจจุราชที่พิพากษาโลกในด้านความเป็นมนุษย์ คนชั่วทุกคนจะถูกประหารชีวิต และตายอย่างทรมาน ไม่เว้นแม้แต่ผู้นำสังคม ผู้นำเศรษฐกิจ ผู้นำลัทธิ ฯลฯ ส่วนคนดีจะได้รับการยกเว้นเอาไวให้ได้ทำความดีโดยไม่มีอุปสรรคต่อไป


ปลายปี พ.ศ.2548 นี้ จะเริ่มเกิดสงครามครั้งยิ่งใหญ่ของโลก ซึ่งจะส่งผลให้มีคนตายจำนวนมหาศาล ส่วนผู้ที่รักษาศีล 5 ขึ้นไปจะรอด และอีก 5 ปีต่อไปน้ำจะท่วมภาคใต้ และจะร้ายแรงมากกว่าสึนามิหลายเท่า ผู้คนที่รอดชีวิตจำต้องเดินทางขึ้นเหนือเพื่อให้พ้นภัย โดยระหว่างทางจะพบกับคนนอนตายเกลื่อนกลาดจำนวนมาก


คนที่ไม่เคยเข้าวัดก็รีบเข้าวัดซะ ตอนนี้ก็ยังทัน รีบหาของดี วัตถุมงคลติดตัวไว้ แต่ถ้าเป็นคนมีศีลดีอยู่แล้วก็ยิ่งดี และสุดท้ายให้นั่งสมาธิ เพราะไม่มีสิ่งใดจะช่วยเราได้นอกจากสมาธิและผู้ปฏิบัติสมาธิที่ได้อภิญญา เรียกว่าให้อยู่ใกล้คนดี


เข้าไว้ และปีหน้า ( พ.ศ.2549 ) พระศรีอารย์ ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์อยู่สวรรค์ชั้นดุสิตในตอนนี้ จะลงมาเกิดเป็นมนุษย์ ( ท่านลงมาเกิดในคราวนี้ไม่ใช่จะมาเป็นพระพุทธเจ้า แต่เพื่อช่วยให้ผู้คนรอดพ้นจากเหตุการณ์อันเหลือที่มนุษย์จะรับมือได้ไหวครั้งนี้ เพื่อช่วยให้พ้นจากภัยสงครามครั้งมหึมา ที่จะทำให้มีคนตายมหาศาลที่กำลังจะเกิดขึ้น ท่านอาจจะเกิดเป็นมนุษย์แล้วก็ได้ แต่ยังไม่แสดงตัวเท่านั้น )


หากท่านไม่แน่ใจว่าตัวท่านมีความดีพอที่จะรอดพ้นจากมหาภัยพิบัติครั้งนี้ละก็ ขอให้หาของดีติดตัวไว้เป็นอย่างดี หรือถ้าหาของดีไม่ได้จริงๆ ก็จงทำตัวของท่านให้เป็นคนดีเพื่อความดีจะรักษาตัวของท่านเอง หากท่านไม่เชื่อก็จงอย่าเพิ่งปฏิเสธ เช่น เชื้อโรคที่ตาเปล่าของเรามองไม่เห็น แต่เราก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันไม่มี เพราะเรามีเครื่องมือคือกล้องจุลทรรศน์ที่จะส่องเห็นแล้ว ส่วนเรื่องอย่างอื่นเช่นที่กล่าวไปแล้วก่อนหน้า เครื่องมือที่จะเห็นก็มีแล้วก็คือการปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ แต่อยู่ที่ท่านจะใช้เครื่องมือนั้นอย่างถูกต้องหรือไม่เท่านั้นเอง


ผู้เขียนเคยอ่านหนังสือที่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำท่านเขียนไว้ว่า อีกไม่กี่ร้อยปีจะมีพระมหากษัตริย์ท่านหนึ่งเดินทางจากทางเหนือมาบูรณะวัดท่าซุง ขณะนี้วัดท่าซุงก็ยังคงเป็นปกติดี แสดงว่าหลังจากนี้ไม่นานนักคงต้องมีเหตุการณ์ที่ทำให้วัดท่าซุงร้าง ซึ่งปัจจุบันวัดท่าซุงยังมีคนไปทำบุญถือศีลปฏิบัติธรรมอย่างไม่ขาดสาย แต่จะมีเหตุใดเล่าที่ทำให้วัดร้างได้นอกจาก...( อาจจะเกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างชาติอาหรับและอเมริกา ซึ่งเป็นชนวนให้เกิดอภิมหาสงครามครั้งใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบถึงประเทศไทยก็เป็นได้ )


ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ จงหมั่นทำดีเพื่อรักษาชีวิตรอดเทอญ.





ในนิมิตบอกมาว่า อีกประมาณ 5 ปีจะเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ ( ปัจจุบันนี้ปี พ.ศ.2548 )


แผ่นดินไทยที่สาบสูญบริเวณที่หายถาวรทั้งแผ่นดิน นราธิวาส สตูล พังงา ภูเก็ต หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะตะรุเตา หมู่เกาะทะเลตรัง ตราด เกาะช้าง หมู่เกาะทะเลตราด สมุย เกาะพงัน อ่างทอง ชะอำ บริเวณที่เหลือเพียงบางส่วน แต่จะกลายเป็นเกาะเล็กๆ เกาะยะลา เกาะปัตตานี เกาะพัทลุง เกาะสิชล – ขนอม เกาะหัวหิน เกาะหาดทรายรี – ชุมพร บริเวณที่หายเป็นส่วนใหญ่ จะเหลือเพียงบางส่วน ยะลา หาดใหญ่ พัทลุง ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรปราการ อุบลราชธานี แผ่นดินริมน้ำโขงตลอดแนว กาญจนบุรี ฯลฯ


ประเทศไทยถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ พื้นที่ในส่วนภาคกลางอันเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ และบริเวณในส่วนภาคใต้ที่จะถูกแบ่งออกเป็น 2 เกาะใหญ่ๆ ได้แก่


1. บริเวณตั้งแต่ชุมพรฝั่งตะวันตก ท่าแซะ ระนอง สุราษฎร์ธานีฝั่งตะวันตก บริเวณด้านบนของอำเภอพนม อ.เทียนชา อ.บ้านนาเดิม นครศรีธรรมราชตอนบน ขนอม


2. บริเวณตั้งแต่จังหวัดกระบี่ นครศรีธรรมราชที่ต่อแดนกับกระบี่ด้านบน ฉวาง ร่อนพิบูล ชะอวด จังหวัดตรังด้านตะวันออก นอกจากนี้ยังมีเกาะเล็กเกาะน้อยที่เกิดขึ้นมาใหม่อีกหลายเกาะ ได้แก่ เกาะสัต** เกาะยะลา เกาะปัตตานี เกาะพัทลุง เกาะสิชล – ขนอม เกาะหัวหิน เกาะหาดทรายรี ชุมพรบริเวณที่จะ


กลายเป็นพื้นดินติดกับทะเล ดินแดนที่จะมีอาณาเขตติดกับทะเล ได้แก่ สงขลาทางด้านตะวันตก ยะลาทางด้านตะวันออก หาดใหญ่ กระบี่ตอนบนด้านที่ติดกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี และด้านที่ติดกับจังหวัดพังงา ตอนกลางของจังหวัดสุราษฎร์ธานีตั้งแต่ อ.พนม อ.เคียงซา จรดเขตจังหวัดกระบี่ ชุมพรด้านใน ท่าแซะ ตอนล่างของเมืองประจวบคีรีขันธ์และถนนเพชรเกษม ฝั่งตะวันออกตลอดแนวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และถนนเพชรเกษม ฝั่งตะวันออกตลอดแนวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์


- ถนนชลบุรี – ปากท่อ ช่วงสมุทรสงครามและสมุทรสาคร


- ตัวเมืองแปดริ้ว บ้านค่าย ปลวกแดง จ.ระยอง ตัวเมืองจังหวัดจันทบุรีและตลาดท่าใหม่ของวังน้ำเย็น จรดจังหวัดสระแก้ว


- เหนือเขื่อนเขาแหลมด้านตะวันตก


- กาญจนบุรี ศรีสะเกษ อุบลราชธานี มุกดาหาร สกลนคร


- นครพนม เลย หนองคาย อำนาจเจริญ


- บ้านร่มเกล้า จังหวัดพิษณุโลก


- อุตรดิตถ์ ด้านที่ติดกับประเทศลาว น่าน ด้านตะวันออกตอนล่าง


- บ้านสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน


...ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะกลายเป็นชายฝั่งทะเล...


ประเทศไทยเป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครองรักษาไว้ ซึ่งจะได้รับความบอบช้ำจากมหันตภัยธรรมชาติน้อยที่สุดในโลก และจะเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ซึ่งมีความเจริญเป็นศูนย์กลางของโลกต่อไป


เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เกาะฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกคลื่นยักษ์ที่มาพร้อมกับพายุไซโคลนกระหน่ำ ทั้งเกาะจะถูกลบหายไปจากแผนที่โลก ฟิลิปปินส์ถูกพายุไซโคลนกระแทรก ก่อนเกิดเหตุการณ์จะแลเห็นน้ำทะเลเป็นสีดำหม่นหมอง บรรยากาศหดหู่ เวิ้งว้าง ไม่นานนักจะเกิดพายุก่อตัวขึ้น พายุไซโคลนที่รุนแรง ข้างล่างดูด ข้างบนตี กระแทกจนกระทั่งเกาะทุกเกาะจมหายลงไปในทะเล


- ไอร์แลนด์เหนือและใต้ อากาศหนาวจัดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในขณะเดียวกันจะถูกคลื่นยักษ์ซัดกระหน่ำในขณะที่หนาวจัดนั้นเอง


- ฮ่องกงจะถูกทะเลคลั่ง น้ำทะเลสูง ชินจุงจะหายไปอย่างถาวร เกาะสนามบินแห่งใหม่แห่งใหม่จะถูกคลื่นตีแตกหายไปในทะเล ในบริเวณแถบนั้นจะเหลือเพียงเกาะเกาลูน และประเทศจีนบางส่วนเท่านั้น


- เกาะมาเก๊าเผชิญพายุฝนอย่างหนัก รวมทั้งคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำจนกระทั่งเกาะทรุดเอียง น้ำทะเลขึ้นสูง ยามรุ่งเช้าหลังจากพายุสงบจะเหลือเพียงโบสถ์คริสต์แห่งหนึ่งกับบาทหลวงที่กำลังสวดมนต์ภาวนาเพียง 3 รูปเท่านั้น


- นิวซีแลนด์ถูกพายุโซนร้อนถล่ม ฝนที่ตกลงมาจะมีเม็ดโตเท่าลูกเห็บ น้ำท่วมสูง แต่เกาะจะไม่สูญหายถาวร


- สหรัฐอเมริกาจะถูกพายุที่รุนแรงถล่มอย่างหนักหน่วง พร้อมทั้งเกิดแผ่นดินไหวฉับพลัน 24 ริกเตอร์ เป็นระยะเวลานานถึง ๘ ชั่วโมง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลกนี้


- สหรัฐอเมริกาถูกแบ่งออกเป็นสองซีก กลายเป็นเกาะ 2 เกาะ นิวยอร์กจะทรุดลงเหลือเพียงบางส่วน นอกนั้นจะจมหายไปในท้องทะเลจนหมดสิ้น


- ตุรกีแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง 16 ริกเตอร์


- คิวบาจมหายลงไปในใต้ทะเล ( ห่างจากอเมริกา 10 นาที

- เกาะสิงคโปร์หายไปจากแผนที่โลก เหมือนเช่นที่ฟิลิปปินส์จะเหลือเพียงเกาะเล็กๆ ในส่วนที่เคยเป็นยอดเขาของกรุงจากาตาร์เท่านั้น


- เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เกิดน้ำท่วมใหญ่ แม่น้ำกลายเป็นทะเล แผ่นดินซีกตะวันออกจะจมหายไปทั้งหมด เกาหลีใต้จะจมหาย


- ประเทศญี่ปุ่นหายไปจากโลก


ก่อนเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ บรรยากาศจะเงียบงัน วังเวง หดหู่ เวิ้งว้าง มนุษย์จะเห็นเหตุการณ์ประหลาด เมฆสีเทาก้อนใหญ่ 2 ก้อนลอยเคลื่อนตัวเข้าหากัน แล้วชนกันแตกกระจายเป็นฝนเม็ดโตๆ ใต้ทะเลเกิดคลื่นไซโคลนขยายตัวพุ่งเข้าหาหมู่เกาะ จะกระแทกทุกเกาะเหมือนล้อมรั้ว เกาะทุกเกาะจมหายลงไปในทะเล


- ไต้หวันเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง ตอนกลางเกาะถูกแบ่งออกเป็นสองซีก จากนั้นจะโดนคลื่นยักษ์กระหน่ำซ้ำเติม เกาะทั้งเกาะจมหายไป


- สหรัฐอเมริกา แผ่นดินถูกผ่ากลางหายสาบสูญไปหลายรัฐ กลายเป็นเกาะ 2 เกาะ


- เม็กซิโกบางส่วนกลายเป็นเกาะ


- แคนาดาจะกลายเป็นหมู่เกาะใหญ่น้อยมากมาย


- ไต้หวัน ญี่ปุ่น กัวเตมาลา เม็กซิโกซิตี้ เบนนิส ฮอนดูลัส เอลสวาดอร์ นิคารากัว คอสตาริก้า ไหหลำ แผ่นดินจีนด้านตะวันออก เซียงไฮ้ มาเก๊า ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ฯลฯ


วิกฤติการณ์เลวร้ายน่าหวาดหวั่นจะบังเกิดขึ้นทั่วโลก ความหวาดกลัวไม่จำเป็นต้องรับรู้ผ่านหน้าจอทีวี เพราะมนุษย์ทุกคนบนโลกจะได้รับรู้รสชาติแห่งความกลัวตายกันทุกคน


มนุษย์ที่รอดชีวิตไปได้ จะเข้าสู่ยุคใหม่ จะมีจิตใจที่ดีงาม และมีอายุขัยที่ยาวจนน่าประหลาดใจ มีอารยะธรรมเจริญก้าวหน้า โดยที่ไม่ได้สร้างเทคโนโลยีที่ก่อปัญหาให้กับโลกมากมายเช่นในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อสื่อสารกับเพื่อนมนุษย์ต่างดาวได้ ซึ่งแม้แต่ปัจจุบันบางคนก็ไม่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มีอยู่จริงก็ตาม ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของโลก และเป็นประเทศแรกที่มีผู้สร้างยานอวกาศไปท่องจักรวาลได้เป็นแห่งเดียวของโลกโดยใช้พลังจิตในการขับเคลื่อน โดยไม่ใช้เชื้อเพลิงในการเผาไหม้ให้เกิดพลังงานที่ทำลายสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติของโลกให้เสียหายเหมือนอย่างเช่นปัจจุบัน


นอกจากนี้ ต่อมไพนิล หรือตาที่ 3 ของมนุษย์จะถูกฟื้นฟูขึ้นมาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จนสามารถเข้าถึงสภาวะนิพพานได้ง่ายขึ้นกว่าในอดีต ในระยะเวลาไม่นานนัก ( ภายใน 6 ปี )


พระศรีอาริยเมตไตรจะเปิดเผยพระองค์ เพื่อปลอบประโลมสร้างขวัญกำลังใจให้กับมวลมนุษยชาติที่มีความบอบช้ำทางจิตใจ ซึ่งในขณะนี้พระองค์ท่านได้เสด็จลงมาบนโลกมนุษย์แล้ว กำลังเป็นสามเณรในพุทธศาสนา และพระองค์ได้มาปรากฏที่ประเทศไทยนี่เอง


ดังเช่นหลวงพ่อฤๅษีลิงดำท่านบอกว่า ใครบ้ามาลองภูมิท่าน ท่านก็แกล้งทำตัวเป็นคนบ้าตอบเสียเลย เพราะพวกมาลองของกับหลวงพ่อพวกนี้พอพูดความจริงไม่ค่อยเชื่อ แต่พอโกหกคิดว่าเป็นเรื่องจริง


ขอตัดตอนบางส่วนจากคัมภีร์ใบลานอักขระธรรมซึ่งได้ทำนายภัยพิบัติโลกไว้ดังนี้


พระอินทร์ พรหม ยมราช ได้สั่งไว้ว่า ถ้าบุคคลใดรู้แล้วจงรีบร้อนบอกเล่าสู่กันฟัง หรือพิมพ์แจกจ่ายตามกำลังศรัทธา จะเกิดมหากุศลช่วยท่านให้หลุดพ้นจากภัยพิบัติทั้งหลายทั้งปวง ถ้าบุคคลใดไม่เชื่อมั่นตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจะเกิดเดือนร้อน ในปีจอนี้ ขึ้น 4 ค่ำ ผู้มีบุญจะลงมาเกิด พร้อมหนังสือใบลานฉบับนี้ ถ้าไม่มีอยู่ในบ้านเรือนบ้านช่องของผู้ใด จะมีพวกผีปีศาจร้ายเข้าทำลายอย่างแน่แท้ ในปีจอต่อปีกุลยามเดือนหงายจะเกิดมีงูพิษอยู่บนหัวกัดฉกให้ตาย และฝูงชนทั้งหลายจะเกิดเดือนร้อนหลายประการ เช่น


- ทุกข์ยากร้อนเพราะศึกสงครามบ่แล้ว ทุกข์ยากร้อนเพราะมีคนตายตามทุ่งไร่ทุ่งนา


- ทุกข์ยากร้อนเพราะน้ำและไฟ ทุกข์ยากร้อนเพราะไม่มีผู้เฒ่า


- ทุกข์ยากร้อนเพราะไม่มีใครจะดูใคร ทุกข์ยากร้อนเพราะไปต่างประเทศไม่สะดวก


- ทุกข์ยากร้อนเพราะอดข้าวปลาอาหาร


- ทุกข์ยากร้อนเพราะนอนไม่หลับ


- ทุกข์ยากร้อนเพราะผัวเมียไม่เห็นหน้ากัน


ในปีจอนี้ เมืองเวียงจันทน์จะมีองค์ฤๅษีทองคำสิกขาลาบวชออกมาเป็นพ่อค้า ในปีจอ ขึ้น ๘ ค่ำ ห้ามไม่ให้ใครตักน้ำ อาบน้ำ กินน้ำ ตามห้วยหนองคลองบึง หลังพระอาทิตย์ตกดิน ( ก่อนมืดค่ำ ) พญายมราชจะนำเอายาพิษพ่นมาใส่โลกมนุษย์


ในปีจอ เมืองกรุงเทพฯ จะแตกพังทลายตอนเวลาไก่ขัน พระแก้วมรกตหัวเมืองเชียงใหม่เม็ดข้าวใหญ่ จะได้กลับคืนสู่เมืองเวียงจันทน์


นี่คือพระคาถาขององค์อินทร์ พรหม ยมราช ได้เขียนลงในใบลาน จงรักษาเก็บไว้ให้ดี เพื่อช่วยให้รอดพ้นจากภัยพิบัติในยามเกิดเหตุการณ์มหันตภัย พระคาถาได้เขียนไว้ดังนี้


“ ปะโต เมตัง ปะละชิมินัง สุขะโต จุติ


เมตตะ นินะนัง สุขะโต จุติ “


พระคาถาข้อนี้จะเขียนลงใส่ใบลาน แผ่นทอง หรือแผ่นผ้า ก็ดีให้ติดไว้บนประตูห้องเรียน หรือรถราพาหนะ หรือพันหัวไว้ ในยามเกิดเหตุการณ์จะช่วยให้รอดพ้นภัยอันตราย ในกาละเวลานี้เทพเจ้าเหล่าเทวดาผู้ที่คุ้มครองรักษาเหล่ามนุษย์โลกได้ไปกราบทูลต่อพระอินทร์ว่า มนุษย์โลกทำกุศลผลบุญ ( ความดี ) เพียง 3 ส่วน และทำบาปกรรม ( ความชั่วร้าย ) ถึง 10 ส่วน เมื่อเป็นเช่นนี้พระอินทร์จะได้ลงโทษกับมนุษย์โลกถึง 9 ข้อ นับตั้งแต่ปีจอถึงปีกุน คือ


- จะให้เกิดพายุลมแรง แผ่นดินไหวหวั่น


- จะให้เกิดสารพิษต่างๆ ( อากาศ – อาหารเป็นพิษ )


- จะให้เกิดไฟไหม้ ( อัคคีภัย )


- จะให้เกิดกาฬโรคต่างๆ ( พยาธิร้าย )


- จะให้เกิดน้ำท่วม ( อุทกภัย )


- จะให้เกิดอดข้าว ปลา อาหาร


- จะให้เกิดฟ้าผ่า


- จะให้เกิดอาฆาตฆ่าฟันกันเอง สำหรับคนใจบาป


- จะให้เกิดร้อนมาก หนาวมาก


1. ห้ามเบียดเบียนสิ่งมีชีวิต ( ทุกชีวิตใครก็รัก )


2. ห้ามลักหรือขโมยเอาสิ่งของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง


3. ห้ามล่วงเกิน เป็นชู้ผู้อื่น เมีย ผัว คนที่มีเจ้าของ


4. ห้ามพูดปดหลอกลวงคนอื่นในทางที่ไม่ดี ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความแตกแยกสามัคคี หรือสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง


5. ห้ามดื่มหรือเสพของมึนเมาทั้งหลายทั้งปวง


นอกจากหนังสืออินทร์ตกที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีพระผู้ทรงศีลองค์หนึ่งได้พบเห็นเนื้อในอักษรธรรมเขียนจารึกไว้บนก้อนหินศิลาที่พึ่งพ้นจากพื้นดิน ในภูผาดงแห่งหนึ่งที่พระรูปนี้ได้เดินธุดงค์ วิปัสสนากรรมฐานผ่านไป ไม่ขอบอกนามพระและกำหนดสถานที่อย่างแจ้งได้ เพราะได้สอบหาข้อมูลละเอียดแล้ว พระผู้ทรงศีลกล่าวว่า “โยมเอ๋ย..ถ้าไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่ดวงจิต เพราะถึงเวลาแล้วที่สวรรค์จะไม่มีความลับ ถ้าโยมเชื่อก็เป็นกุศล ถ้าไม่เชื่อก็เป็นอกุศล “ รู้เพียงเท่านั้น


เดือน 9 – 10 คนใจบาปหยาบช้าจะถูกล้างผลาญให้หมด


- มีบ้านก็ไม่มีคนอยู่


- มีข้าวก็ไม่มีคนกิน


- มีทางก็ไม่มีคนเดิน

จึงขอบอกเล่าสู่ท่านฟังตามคำกล่าวของพระผู้ทรงศีลรูปนี้ว่า ในปีระกา – ปีจอ และปีกุลเดือน 7 – 8 จะเกิดเหตุร้ายตามถนนหนทาง

การเตรียมจิตวิญญาณ




1. ชำระกรรมให้เบาบาง โดยหยุดโลภ โกรธ หลง ทำจิตใจให้สงบเบิกบาน เพราะวันนั้นจะมีผู้ที่เส้นโลหิตในสมองแตกเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เพราะเสียงที่ดังกึกก้องไปกระตุ้นเส้นเลือดในสมองให้แตก ดังนั้นต้องปล่อยวางทำจิตให้เป็นบวก จะช่วยได้มาก




2. มีสำนึกทางจิตวิญญาณ




3. ฝึกการละวาง




4. มีสติรู้ตัวตลอดเวลา




5. ฝึกการทำโฆษกรรม ขออภัยต่อเจ้ากรรมนายเวร หรือผู้ที่เราล่วงละเมิด




การดูแลแก่นแท้ยามมีภัย




1. ได้ยินเสียงใดให้ละวางเสียงนั้น / รู้เห็นสิ่งใดให้ละวางสิ่งนั้น ต้องไม่รับรู้ ไม่รับเห็น ไม่รู้ ไม่ชี้ ไม่ว่าจะได้ยินเสียงคนข้างบ้านร้องเพราะกำลังจะตาย หรือได้ยินเสียงใดที่น่าหวาดกลัว ต้องได้ยินแล้วผ่านเลยไป หากละวางไม่ได้จะเกิดอาการ “ ตายก่อนตาย “ ( รู้ว่าตนเองจะต้องตายแน่ๆ หรือการตายทั้งเป็น )




2. ยอมรับให้ได้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องมีสติตลอดเวลา




3. อย่าอยู่นิ่งเฉย เพราะจะทำให้กลัวมากขึ้น ควรหากิจกรรมทำ เช่น อ่านหนังสือธรรมะ เพื่อให้จิตเป็นบวกเกิดความอิ่มเอิบ




4. สังเกตธรรมชาติก่อนนาทีวิกฤติจะเกิดขึ้น








ลางบอกเหตุก่อนเกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ ( ระยะ 2 )


ท้องฟ้ามืดมิดผิดปกติ ใบไม้จะพลิกคว่ำพลิกหงายแลดูหดหู่ สัตว์ทั้งหลายจะไม่ปรากฏกายให้เห็น แต่ถ้ามีสัตว์เลี้ยงอยู่ในบ้านจะเห็นมันวิ่งลุกลี้ลุกลนผิดปกติ หรือบางตัวจะนอนนิ่งน้ำตาซึม


เรื่องเวลาที่แน่นอนนั้น ขอบอกตามตรงว่าไม่ทราบ เพราะจริงๆ แล้วน่าจะเกิดตั้งแต่ ค.ศ.1999 ตามที่นอสตราดามุสทำนายเอาไว้ แต่เมื่อดูจากเหตุการณ์ในปัจจุบันแล้ว ภัยธรรมชาติที่รุนแรงอย่างไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิตนี้ และจากคำบอกเล่าของครูบาอาจารย์ต่างๆ คิดว่าจะเกิดภายใน 1 – 3 ปีนี้...


เป็นกรรมของสัตว์โลกนะ ครูบาอาจารย์ท่านเคยบอกว่าระบบจะเริ่มล้างมนุษย์ปลายปี 47 ( ทีแรกคิดว่าไม่มีอะไรเกิดแล้ว จิตเกือบเผลอปรามาสครูบาอาจารย์ ) แล้วจะมีเหตุอื่นมาล้างเรื่อยๆ ด้วยระบบภัยพิบัติทางดิน น้ำ ลม ไฟ โรคระบาด และอุบัติภัยสงคราม และจะหนักขึ้นเรื่อยๆ จนพระจักรพรรดิลงมา ภัยพิบัติจึงจะสงบ


ต่อไปที่จะวิบัติหนักๆ ก็คือ ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อเมริกา ฯลฯ เคยถามครูบาอาจารย์ว่าไม่เคยมีใครเปลี่ยนได้เลยหรือ ท่านบอกว่า “ ไม่ได้ “ ท่านว่า “ ปูยีเว้าก็ปานพระเจ้าเว้านั่นแหละ ในโลกนี้ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้ เพราะกรรมของมนุษย์เป็นแบบนั้น “


สำหรับเมืองไทย ต่อไปกรุงเทพฯ ก็มิใช่จะปลอดภัยเพราะฝ่ายรักษาภายในของ กทม. เริ่มถอนระบบออกไปมากแล้ว และต่อไปภาคใต้แทบจะไม่เหลือ จะเป็นเกาะ เป็นแก่งทั้งหมด เราเข้าใจว่าภัยพิบัติในภาคใต้เป็นสัญญาณของยุคจักรพรรดิที่กำลังจะเริ่มต้น ที่จริงมีสัญญาณอย่างอื่นด้วย แต่เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล








ผู้ที่ไม่มีหน้าที่และเข้าไม่ถึงระบบธาตุเหล่านี้ก็จะไม่สามารถเข้าใจได้ ถ้าใครมีจิตที่เอ็กซเรย์ธาตุได้ก็จะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร อย่างแก้วมังกรและแก้ววิเศษของเทวดาก็อาจเป็นของไร้ค่าในโลกมนุษย์ เพราะความไม่รู้


ครูบาอาจารย์เคยเล่าว่า แค่นาคโก่งหลังขึ้นมามนุษย์ก็ตายเป็นเบือแล้ว ต่อไปบางที่ก็จะหายไปทั้งเกาะ นี่ยังไม่นับภัยพิบัติจากท้าวกกนาคแถวลพบุรี ที่ในไม่ช้า ( ช่วงท้ายๆ ของภัยพิบัติ ) จะลุกขึ้นมา ( ภายใน ) เพื่อไปรอรับพระจักรพรรดิ ขณะที่ทหารลิง 18 กองพลที่เคยเฝ้ายักษ์ตนนี้อยู่ที่อื่น ครูบาอาจารย์ท่านว่ายักษ์กกนาคตนนี้มีพิษมาก แค่พลิกตัว พิษของยักษ์ก็จะทำให้เกิดโรคระบาดร้ายแรงได้ มนุษย์จะตายไปครึ่งโลก แต่คนที่มีศีลก็ไม่เป็นไร


เราค่อนข้างมั่นใจว่าภายในปี 2560 ประเทศไทยจะได้เป็นมหาอำนาจ และไทยกับลาวจะรวมกันเป็นหนึ่ง ( ประเทศเดียวกัน ) ท่านไหนขยันหมั่นเพียรรักษาศีล ภาวนา ก็จะได้มีโอกาสอยู่ในยุคใหม่ต่อไป ส่วนท่านที่ยังไม่มีศีลธรรมพอก็คงจะต้องไปตามวิถีกรรมของตนเอง


ศาสนาอื่นนั้นไม่มีเหลือ เมื่อถึงเวลาแล้วจะหนีตายมาพึ่งศาสนาพุทธกันหมด เท่าที่ทราบต่อไปมหาอำนาจอย่างเช่น อเมริกา อังกฤษ ฯลฯ จะต้องมาพึ่งพาไทย ศูนย์กลางโลก ศูนย์กลางศาสนา อยู่ในประเทศไทย ซึ่งต่อไปที่แห่งหนึ่งในประเทศไทยจะเป็นใจกลางโลก ใจกลางศาสนา





ในยุคจักรพรรดิ ทั้งโลกจะถูกปกครองโดย 3 ร่มโพธิ์ศรีอัญญาสิทธิ์และอัญญาธรรม พระจักรพรรดิจะเป็นพระมหากษัตริย์ของโลก อย่างที่พวกยิวเขาคิดจะครองโลกกันนั้นไปไม่ถึงดวงดาวหรอก เพราะวิทยาศาสตร์ถึงทางตันแล้ว


เหตุที่เกิดในภาคใต้ ซึ่งเป็นเขตพระพุทธศาสนายังรุนแรงขนาดนี้ ต่อไปเหตุที่เกิดในเขตศาสนาอื่นๆ นั้น จะรุนแรงกว่านี้มาก และความหายนะที่จะเกิดขึ้นนั้นก็จะมากด้วย


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2008, 03:07:17 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
มนตราแห่งทะเล
Administrator
Sr. Member
*****
กระทู้: 463



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2008, 03:25:56 am »

ถ้าหากศึกษาถึงเชื้อของจิตวิญญาณเดิมของการมาเกิด ก็จะเข้าใจว่าอย่างอิสลามและคริสต์นั้นเชื้อจิตวิญญาณเดิม หรือต้นธาตุของจิตวิญญาณของพวกนี้ เป็นพวกยักษ์ตระกูลต่างๆ ดังนั้นที่ครูบาอาจารย์ท่านว่าพวกยักษ์นอกศาสนาเขาตีกันนั้น ก็พวกยักษ์เหล่านี้แหละที่มีปัญหา และพวกยักษ์เหล่านี้ก็มาเกิดมากในยุคนี้ ส่วนในเขตประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงจะเป็นเชื้อนาค เชื้อเทวดา เชื้อครุฑ คนในเขตประเทศไทยส่วนใหญ่ก็วนเวียนอยู่กับการเกิดเป็นเชื้อต่างๆ เหล่านี้ ขึ้นอยู่กับชาติที่ทำบารมีมาเด่นๆ ว่าเคยทำบารมีในภพภูมิไหนมามาก ก็จะมีความเกี่ยวพันกันกับภพภูมิเหล่านั้น และเมื่อถึงเวลาก็จะเป็นการทำบารมีร่วมกันระหว่างภพภูมิ และบางครั้งการทำงานจากภายในก็จะส่งผลออกมาสู่ภายนอก แต่คนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นภายใน ที่เห็นก็คือผลที่แสดงออกมาภายนอก แต่คนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นภายใน ที่เห็นก็คือผลที่แสดงออกมาภายนอก และพยายามอธิบายกันด้วยเหตุและผลทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นการรู้นอกแต่ไม่รู้ใน คล้ายๆ กับวิทยาศาสตร์พยายามอธิบายเหตุผลภายนอก แต่ไม่เข้าใจถึงกฎแห่งกรรม ซึ่งเป็นเหตุอยู่ภายใน เป็นต้น นี่คือรู้ไม่แจ้งในเรื่องนั้นๆ ก็เลยเกิดความ



ใครที่คิดจะทำบุญกุศลอะไรก็ให้รีบเร่งทำ หากเมื่อใดที่ผู้ที่เขาได้พรพระอินทร์เขาทำอธิษฐานบารมีเพื่อดูแลพระศาสนา ( ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรารถนาพุทธภูมิ ) ระบบที่เขาทำหน้าที่ภายในเขาก็จะทำงานตามลำดับ เมื่อถึงตอนนั้นจะเห็นคุณค่าของศีลธรรม ของศีลห้า ศีลแปด ของบุญบารมีที่แต่ละท่านบำเพ็ญเพียรสั่งสมมา




ให้ลองนึกถึงเหตุการณ์คลื่นยักษ์ในภาคใต้ดูว่า คลื่นยักษ์ขนาดไหนที่จะทำให้ด้ามขวานไทยเหลือเป็นเกาะเป็นแก่ง และคลื่นยักษ์ขนาดไหนที่จะสามารถทำให้เกาะขนาดประเทศไต้หวันหายวับไปได้ในพริบตา เมื่อไหร่ก็ตามที่นาคใหญ่ทำงานจะสั่นสะเทือนไปทั้งโลก หากจะเทียบเหตุการณ์ในภาคใต้ที่ผ่านมาเป็นแค่นาคใหญ่โก่งหลังหรือสะดุ้งเพียงเล็กน้อย ลองจินตนาการดูว่าหากพวกนาคบางพวกมีหน้าที่ทำฤทธิ์ เพื่อล้างพวกผู้มีศีลธรรมไม่เพียงพอสำหรับอยู่ในยุคพระธรรมบนโลกนี้ ก็จะเหลือคนไม่มากอย่างที่พระสูตรบอกไว้




จากที่ครูบาอาจารย์ท่านเล่าสู่กันฟัง สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ไม่มีใครที่จะสามารถหลีกเลี่ยงได้เพราะกรรมเป็นตัวกำหนด และยุคพระยาธรรมิกราชก็เป็นพุทธประเพณี เป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในกึ่งกลางพระพุทธศาสนา ในยุคของพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ อย่างในยุคพระเวสสันดร ( ซึ่งเป็นช่วงประมาณกึ่งกลางศาสนาของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง ) หลังจากพระเวสสันดรได้พรแปดประการจากพระอินทร์แล้ว หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดยุคพระยาธรรมิกราชหรือยุคพระจักรพรรดิขึ้น ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าลูกชายพระเวสสันดรจะเป็นพระจักรพรรดิในสมัยนั้น ในยุคร่วมสมัยในปัจจุบันนี้มีบุคคลผู้หนึ่งทำทานบารมีจนได้พรแปดประการจากพระอินทร์แล้วเช่นกัน ก็พอจะอนุมานได้ว่ายุคพระยาธรรมิกราชนั้นเข้ามาใกล้ปลายจมูกแล้ว

“ ประมาท “ต่อไปจะมีพระจักรพรรดิเป็นผู้ปกครองโลก พระยาธรรมิกราชจะคล้ายพระสังฆราช และจะมีพระโพธิสัตว์อีกองค์หนึ่ง จะทำหน้าที่คล้ายกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งสามร่มโพธิ์ศรีก็คือ สามโพธิสัตว์ที่ลงมาทำหน้าที่ดูแลพระพุทธศาสนานั้นเอง และก็มีเหล่าอัญญาสิทธิ์ อัญญาธรรม ที่ตามลงมาทำหน้าที่อีกจำนวนหนึ่ง บางคนก็รู้ตัวแล้ว บางคนก็อาจยังไม่รู้ตัวเอง ถึงเวลาแล้วก็คงจะได้เห็นว่าของจริงนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งบางท่านจะมีชื่อเสียงในหมู่เทพ เทวดา นาค ครุฑ กุมภัณฑ์ ฤๅษี มุนี ดาบส ฯลฯ พวกเขาเหล่านั้นก็รอยุคพระยาธรรมิกราช แต่พวกมนุษย์ไม่รู้จักเพราะท่านเหล่านี้จะอยู่อย่างเงียบๆ และลี้ลับ ครูบาอาจารย์ท่านเคยเปรยๆ ให้ฟังว่า สำหรับผู้ทำบารมีเข้มข้นแล้วนั้น “ ดังบ่ดี ดีบ่ดัง “เช่น เรื่องธาตุแก้วเจ็ดประการที่เริ่มเข้ามาสู่ระบบแล้ว และมีสิ่งของอื่นๆ อีกหลายอย่างที่กระจัดกระจายกันอยู่ในหลายประเทศ เป็นต้น

การเตรียมตัวรับมือภัยธรรมชาติครั้งใหญ่


1. ก่อนการเกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ 15 วัน โลกจะเอียงก้มหัวให้ดวงอาทิตย์มากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้น้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือละลาย จะนำไปสู่คลื่นยักษ์ถาโถมเข้าสู่แผ่นดิน ( ปัจจุบันเกิดขึ้นแล้ว )


2. เกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่เป็นเวลา 49 วัน ในระหว่างเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายน


3. ฝนตกครั้งใหญ่ทั่วโลก ( ระยะชำระล้างเป็นเวลา 7 วัน )


* ระยะเวลาการเกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงของโลก รวมแล้วมีระยะเวลาทั้งสิ้น 56 วัน


ใน 3 วันแรกจะเกิดสงครามนิวเคลียร์ที่ทวีปเอเชีย ในประเทศที่เป็นอริต่อกัน


ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


1. เกิดน้ำท่วมครั้งใหม่


2. พายุถล่ม


3. แผ่นดินแยกและแผ่นดินไหว


4. ภูเขาไฟระเบิด ( จังหวัดทางภาคกลาง 2 ลูก , ภาคเหนือตอนล่าง 3 ลูก , อีกทั้งที่จังหวัดราชบุรี น่าน แพร่ อ.ร้องกวาง )


5. คลื่นยักษ์จากทะเล


6. โรคระบาดที่สุดจะเยียวยา ได้แก่ VIRUSTERIA , อหิวาตกโรคสายพันธุ์ใหม่ ผู้ที่ได้รับเชื้อจะเสียชีวิตทันทีภายใน 6 วัน


7. คลื่นเสียงที่รุนแรง ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตยังไม่เคยได้ยินเสียงที่ดังขนาดนั้นมาก่อน


8. อดอยากขาดแคลนอาหาร


การเตรียมตัวเตรียมปัจจัยเพื่อตนเองและสมาชิกในครอบครัว


1. เตรียมอาหารและน้ำดื่มไว้ที่บ้านอย่างน้อย 3 – 6 เดือน


2. เครื่องนุ่งห่มเพื่อความอบอุ่นของร่างกาย ได้แก่ เสื้อผ้า กระเป๋าน้ำร้อน ผ้าห่ม ฯลฯ เพราะในช่วงเวลานั้นอากาศจะหนาวเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ


3. เครื่องใช้ที่จำเป็น


4. ทีอยู่อาศัย


5. ยารักษาโรค


6. ด่างทับทิมและคาราไมล์ ( จำเป็นมาก ) ห้ามกินอาหารที่ไม่ได้ล้างด้วยด่างทับทิม เพราะจะมีทั้งเชื้อโรคและสารกัมมันตรังสี ส่วนคาราไมล์จะมีไว้รักษาโรคทางผิวหนังที่ดูเหมือนจะยากต่อการรักษา แต่เมื่อทาคาราไมล์แล้วจะหายได้อย่างน่าอัศจรรย์


7. ยานพาหนะ เช่น เรือ เสื้อชูชีพ


8. เครื่องช่วยชีวิต


9. แสงสว่าง เช่น เทียน ตะเกียงพายุ ( เวลานั้นท้องฟ้าจะมืดมิด 7 วัน เท่ากับ 1 ราตรี และจะมืดมิดรวม 7 ราตรี หรือ 49 วัน ไฟฟ้าจะดับทั่วโลก )


10. เตรียมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง


การดูแลตัวเองในช่วงเวลาวิกฤติ


1. ห้ามออกนอกบ้านโดยเด็ดขาด ใครมาเคาะประตูบ้านก็ห้ามเปิด ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นญาติสนิทหรือคนที่เรารู้จักก็ตาม


2. ห้ามตากฝน เพราะในฝนจะมีพิษ ทั้งเชื้อโรคและสารเคมีที่มนุษย์สร้างขึ้น


3. ห้ามลุยน้ำหรือแช่น้ำนานๆ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องใช้ด่างทับทิมล้างทุกครั้ง


4. ห้ามเปิดประตูต้อนรับผู้อื่น เพราะช่วงเวลานั้นประตูมิติของโลกทั้งสามภพจะถูกเปิดเป็นครั้งแรก ผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องผีสาง จิตวิญญาณ ก็จะได้เห็น คนที่มาเยือนอาจเป็นผีเปรต ผีโขมด ที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราจำแลงมาก็เป็นได้ และห้ามอยากรู้อยากเห็นโดยเด็ดขาด




5. ห้ามกินเนื้อสัตว์ทุกชนิด


6. ห้ามกินผักที่ยังไม่ได้แช่ด่างทับทิม


7. ฝึกการกินน้อย ถ่ายน้อย


8. ระวังอากาศที่หนาวเย็น


9. ระวังสัตว์ร้าย สัตว์มีพิษ เช่น งูพิษ จระเข้


10. ห้ามอยู่ตึกสูงเกิน 3 ชั้น เพราะตึกสูงเกิน 3 ชั้น จะพังทลายราบเป็นหน้ากลอง

โพสได้แก้ไขโดย ปลิวลม เมื่อ Aug 1 2007, 01:35 PM



--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom



นิค่ะ     
โพสต์เมื่อ: Aug 2 2007, 04:35 AM
   
อ่านแล้วค่ะ ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลยนะคะ แต่ก็ขอบคุณคุณปลิวลมนะคะที่นำมาลงให้อ่านกันค่ะ

--------------------
http://nilubol.spaces.live.com
http://chutimasevikul.spaces.live.com



lantom    
โพสต์เมื่อ: Aug 30 2007, 06:54 AM
   
ถ้ามนุษย์รู้จักที่จะคิดดี ทำดี ได้เอง
เพราะรู้ว่าความดีทำให้โลกน่าอยู่
เราคงไม่ต้องใช้กุศโลบายใด ๆ
เพื่อให้เกรงกลัว เพื่อบังคับหรือจูงใจ
ให้มนุษย์ทำดี....

--------------------
หอมเอย หอมกลิ่น อบอวล ... หอมชวน ชิดใกล้ ให้หา... ขาวนวล ชวนชม ลมพา... พริ้วมา ลั่นทม ชมเชย



ปลิวลม    
โพสต์เมื่อ: Sep 1 2007, 06:14 PM
   
น่าจะเป็นคำเตือนมากกว่า กุศโลบาย น้ำท่วมโลกอยู่ไม่ไกล อย่างที่คิด

--------------------
ผีเมืองกระซิบ
http://www.oknation.net/blog/pliewlom



lantom    
โพสต์เมื่อ: Sep 1 2007, 07:20 PM
   
ครับ คืออ่านย่อหน้าแรกแล้วรู้สึกเหมือนที่เคยอ่านจดหมายลูกโซ่น่ะครับ
ถ้าไม่ทำอย่างนั้น อย่างนี้ ก็จะพบภัย
เลยไม่อ่านต่อจนจบ
ถ้าอ่านให้ดี เค้าก็ให้ทำความดี เพื่อให้พ้นภัยที่คาดว่าจะเกิด
ทำให้เข้าใจว่าเป็นกุศโลบาย จูงใจให้ทำดี
ภัยที่จะเกิดขึ้นที่อ้างถึงก็ระบุสถานที่ และเหตุการณ์ชัดเจน
เกินจะเรียกว่าคำทำนาย
เหมือน ๆ ของนอสตราดามุส
แต่นอสตรดามุสทำนายเป็นนัย
ไม่ระบุลงไปชัดเจน ให้ตีความกันเอง

จริง ๆ อย่างที่เชื่อคือ
เราน่าจะทำดีด้วยความรู้สึกว่าการทำดีทำให้โลกน่าอยู่
ดีกว่าทำดีเพราะเชื่อว่าถ้าไม่ทำจะพบภัยน่ะครับ


--------------------
หอมเอย หอมกลิ่น อบอวล ... หอมชวน ชิดใกล้ ให้หา... ขาวนวล ชวนชม ลมพา... พริ้วมา ลั่นทม ชมเชย



lantom    
โพสต์เมื่อ: Sep 2 2007, 01:41 PM
   
- ได้รับ fwd mail มาจากชมรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม
จังหวัดลำพูน
- คงเป็นประโยชน์ครับ เพื่อเป็นข้อเท็จจริง ข้อมูลสนับสนุนเชิงวิทยาศาสตร์

เห็นบางคนไม่ค่อยสนใจกับสภาวะโลกร้อนเท่าไร บางคนชอบคิดอะไร'ง่ายๆ' เช่น
'โอ้ย...น้ำแข็งขั้วโลกละลาย อยู่ตั้งไกลกว่าจะมาถึง รอให้มันละลายมากกว่านี้เถอะ' แน่ใจเหรอว่าอยากให้มันละลายมากกว่านี้เพราะไม่รู้สินะว่าที่ผ่านมามันละลายไปมากเท่าไร
ไปดูไกลๆตัวก่อนที่ต่างประเทศ ดูนะว่าภาวะโลกร้อนทำให้ภูมิประเทศเปลี่ยนไปขนาดไหน
(( ภาพเก่า เปรียบเทียบ ภาพใหม่ ))

หมายเหตุ - ยังต้องดูตาไว้ตานะครับ เพราะไม่รู้ว่าเกิดจากการถ่ายรูปต่างฤดูหรือเปล่า



--------------------
หอมเอย หอมกลิ่น อบอวล ... หอมชวน ชิดใกล้ ให้หา... ขาวนวล ชวนชม ลมพา... พริ้วมา ลั่นทม ชมเชย



lantom    
โพสต์เมื่อ: Sep 2 2007, 02:22 PM
   
1. ส่วนรูปนี้น่าจะใกล้ตัวขึ้นนะ ( เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร )
เสาหลักบอกจุดสิ้นสุดเขตกรุงเทพมหานคร ( มันไปอยู่ในทะเลเรียบร้อยแล้ว )
2. เสาไฟฟ้าริมน้ำ ? ที่บางขุนเทียน บ่งบอกถึงปริมาณน้ำในทะเลที่สูงขึ้น
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นตัวการสำคักักเก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์ไว้ไม่ให้คายออก ไปสู่บรรยากาศ การเผาผลาเชื้อเพลงฟอสซิลต่างๆ เช่น ถ่านหิน น้ำมันเชื้อเพลิง และการตัดไม้ทำลายป่า เหล่านี้ส่งผลให้ปริมาณ คาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล อันส่งผลกระทบต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิของโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภัยธรรมชาติต่างๆเกิด บ่อยขึ้นและนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้คือ...

1. จำนวนพายุ Hurricane Category 4 และ 5 เพิ่มขึ้นสองเท่า ในสามสิบปีที่ผ่านมา
2. เชื้อมาลาเรียได้แพร่กระจายไปในที่สูงขึ้น แม้แต่ใน Columbian, Andes ที่สูง 7000 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล
3. น้ำแข็ง ใน ธารน้ำแข็ง เขตกรีนแลนด์ ละลายเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
4. สัตว์ต่างๆ อย่างน้อย 279 สปีชี่ส์กำลังตอบสนองต่อ ภาวะโลกร้อน โดยพยายามย้ายถิ่นที่อยู่ หากเรายังเพิกเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น รับรองได้เลยว่าจะเกิดเรื่องอย่างนี้แน่
5. อัตรา ผู้เสียชีวิต จาก โลกร้อน จะพุ่งไปอยู่ที่ 300000 คนต่อปี ใน 25 ปีต่อจากนี้
6. ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 20 ฟุต
7. คลื่นความร้อน จะมาบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น
8. ภาวะฝนแล้ง และไฟป่าจะเกิดบ่อยขึ้น
9. มหาสมุทรอาร์กติกจะไม่เหลือน้ำแข็ง ภายในฤดูร้อน 2050
10.สิ่งมีชีวิตกว่าล้านสปีชี่ส์เสี่ยงที่จะสูพันธุ์

เอาล่ะ...แล้วเราจะช่วยลดปัหาโลกร้อนได้อย่างไร ?

คู่มือช่วยลด ภาวะโลกร้อน Ten Things To Do จาก An Inconvenient Truth
1. เปลี่ยนหลอดไฟ การเปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดไส้เป็นฟลูออเรสเซนต์หนึ่งดวง จะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 150 ปอนด์ต่อปี
2. ขับรถให้น้อยลง หากเป็นระยะทางใกล้ๆ สามารถเดินหรือขี่จักรยานแทนได้ การขับรถยนตร์เป็นระยะทาง 1 ไมล์จะปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์ 1 ปอนด์
3. รีไซเคิลให้มากขึ้น ลดขยะของบ้านคุณให้ได้ครึ่งนึงจะช่วยลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ถึง 2400 ปอนด์ต่อปี
4. เช็คลมยาง การขับรถโดยที่ยางมีลมน้อย อาจทำให้เปลืองน้ำมันขึ้นได้ถึง 3% จากปกติน้ำมันๆทุกๆแกลลอนที่ ประหยัดได้ จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 20 ปอนด์
5. ใช้น้ำร้อนให้น้อยลง ในการทำน้ำร้อน ใช้พลังงานในการต้มสูงมาก การปรับเครื่องทำน้ำอุ่น ให้มีอุณหภูมิและแรงน้ำ ให้น้อยลง จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ์ได้ 350 ปอนด์ต่อปี หรือการซักผ้าในน้ำเย็น จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ปีละ 500 ปอนด์
6. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์เยอะ เพียงแค่ลดขยะของคุณเอง 10 % จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 1200 ปอนด์ต่อปี
7. ปรับอุณหภูมิห้องของคุณ(สำหรับเมืองนอก) ในฤดูหนาว ปรับอุณหภูมิของ heater ให้ต่ำลง 2 องศา และในฤดูร้อน ปรับให้สูงขึ้น 2 องศา จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ ได้ 2000 ปอนด์ต่อปี
8. ปลูกต้นไม้ การ ปลูกต้นไม้ หนึ่งต้น จะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1 ตัน ตลอดอายุของมัน
9. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้ ปิดทีวี คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เมื่อไม่ใช้ จะลด คาร์บอนไดออกไซด์ได้นับพันปอนด์ต่อปี และอย่างสุดท้าย...
10. บอกเพื่อนๆของคุณเกี่ยวกับวิธีเหล่านี้

****************************************

รักเรา .... รักษ์โลก



--------------------
หอมเอย หอมกลิ่น อบอวล ... หอมชวน ชิดใกล้ ให้หา... ขาวนวล ชวนชม ลมพา... พริ้วมา ลั่นทม ชมเชย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 20, 2008, 03:12:44 am โดย มนตราแห่งทะเล » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF