www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สวัสดีปีใหม่ 2013  (อ่าน 1805 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: มกราคม 12, 2013, 10:10:22 pm »

สวัสดีค่ะ ย่างเข้าปีใหม่เกือบครึ่งเดือนแล้วแต่เพิ่งจะได้มาสวัสดี เว็บของเราเงียบเหงาจัง มีแต่พวกฉวยโอกาสเข้ามาโฆษณาสินค้าอยู่บ่อยๆ แบบนี้ต้องแจ้งลบ

พักนี้คุณราสส์ก็หายไป เพ็กกี้ก็หายไปนาน เดี๋ยวนี้คนชอบเล่นเฟสบุ๊คกัน อย่างครอบครัวของเพ็กกี้เวลานี้สื่อสารกันทางเฟสบุ๊ค อีเมลแทบจะเลิกใช้กันเลย ตอนนี้ก็กลายเป็นว่าโซเชี่ยลเน็ทเวิร์คบังคับให้เราต้องเปิดมันดูทุกวัน ฮ่า ฮ่า

ข่าวเกี่ยวกับตัวเองก็ไม่มีอะไรมาก ปี2012ที่ผ่านมาทำงานน้อยลง แต่อีกไม่นานก็จะกลับมายุ่งเหมือนเดิม งานที่ทำปีที่แล้วทำให้เจอเรื่องราวที่น่าสะเทือนใจ เราเคยได้ยินจากนิยาย ละคร หรือคำบอกเล่าของคนอื่น แต่พอมาเจอของจริงและได้ยินจากปากเจ้าตัวทำเอาอึ้งเหมือนกัน

เพ็กกี้จะไม่พูดมาก ลองมาอ่านนิยายที่จำลองจากชีวิตจริงดีกว่า

ตอนที่หนึ่ง ไม่เคยอยู่ในความคิด

“เฮ้ย มีเงินบ้างไหมวะ” เสียงตะคอกจากผัวขี้เมา ทำให้แตงหันจากหน้าเตาไปดูตามเสียงเรียก ชดยืนขวางประตูครัวอยู่ ดูสารรูปของมันซิ ผมเผ้ายาวรุงรัง หนวดเคราก็ไม่โกน สงสัยว่าน้ำก็ยังไม่ได้อาบ แตงคิดในใจว่า กูไม่น่าเห็นผิดเป็นชอบหนีตามมันมาเลย
   “เหลืออยู่แค่ร้อยเดียว.....” แตงพูดยังไม่ทันขาดคำ ชดก็สำรากออกมา
   “เอามาให้กูก่อน” แตงรู้ว่าถ้าไม่ให้มันจะลงไม้ลงมือ จะเลี่ยงไปไหนก็ไม่ได้ เพราะมันยืนขวางประตูอยู่ “เอามาซิ กูจะรีบไป”
   แตงไม่มีทางเลือก นอกจากหยิบใบละร้อยใบสุดท้ายจากกระเป๋าเสื้อให้มันไป พอชดได้เงินเขาก็รีบออกไปจากบ้าน ร้อยเดียวที่มันได้ไปก็คงจะลงรูขวดในชั่วพริบตา แต่กว่าแตงจะหาได้หนึ่งร้อยบาท เธอต้องไปรับจ้างเอาแรงกายเข้าแลกด้วยความลำบากทั้งวัน
   แล้วพรุ่งนี้จะเอาอะไรกิน แตงยังนึกไม่ออกเลย
   บางครั้งแตงนึกอยากจะตายไปให้รู้แล้วรู้รอด อยากจะเลิกกับไอ้ชด แต่ก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน จะกลับไปหาแม่ก็ไม่ได้ เพราะพ่อโกรธมากที่เธอหนีตามชดมา คนในครอบครัวของเธอไม่มีใครชอบชดสักคน
   แตงเดินโซซัดโซเซออกจากบ้านด้วยความอ่อนใจ ต้องดิ้นรนไปตามบ้านคนที่รู้จัก ของานเขาทำจะได้มีเงินมาพอซื้อข้าวสารกรอกหม้อ แตงเดินบ้านใหญ่หลังหนึ่ง ซึ่งห่างจากบ้านเธอประมาณสามซอย เธอด้อมๆมองๆหาเจ้าของบ้าน พอดีแย้มเจ้าของบ้านเหลือบมาเห็นเข้าจึงเรียกด้วยเสียงดัง “มีอะไรหรืออีแตง”
   แตงเดินเข้าไปหาจึงเห็นว่าแย้มๆมีแขก  แตงบอกว่า “ไม่เป็นไรจ้ะ พี่มีแขกวันหลังฉันมาใหม่ก็ได้”
   “ไม่ใช่แขกที่ไหนหรอก นังหวิลไง จำไม่ได้หรือ”
   แตงเพ่งมองอยู่นานจึงจำแขกของแย้มได้ ถวิลเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นของแตง แต่ขาดการติดต่อกันไปหลายปี แตงรู้แต่ว่าถวิลย้ายไปอยู่กรุงเทพนานแล้ว ถวิลเปลี่ยนไปมาก ไม่เหลือคราบสาวบ้านนอกเลย แต่งตัวก็ทันสมัย ใส่เครื่องประดับเพชรพลอยมีค่าหลายชิ้น
   “ถวิลสวยจนจำไม่ได้เลยนะ  คงจะสุขสบายมีเงินมีทอง” แตงทักเพื่อนเก่า รู้สึกอิจฉานิดๆ
   “เพิ่งกลับมาจากอเมริกา” ถวิลคุยอวด และกล่าวต่อไปว่า “มาเยี่ยมแม่ เอาเงินมาให้แกใช้”
   “เหรอไปทำอะไรที่อเมริกาล่ะ รายได้คงดีนะ” แตงถามด้วยความสนใจ
   “ฮื่อ ไปทำร้านอาหาร แขกให้ทิปดีมาก ฉันถึงมีเงินปลูกบ้านให้แม่อยู่” ถวิลเล่าอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ก็ทำให้แตงรู้สึกทึ่ง
   “โอ้ ทำงานร้านอาหารนี่มีเงินเป็นกอบเป็นกำขนาดนี้เชียวหรือ” แตงอุทาน
   “ว่าแต่เอ็งมีธุระอะไรกับข้า” แย้มพูดขัดจังหวะขึ้น
   “ฉันก็...เอ้อ...จะมาถามพี่แย้มว่ามีอะไรให้ฉันทำบ้าง” แตงพูดอย่างไม่เต็มเสียง รู้สึกอายแขกของแย้มที่ต้องบากหน้ามาของานทำ  ถ้าไม่พูดก็คงจะหมดโอกาสได้งาน
   “อยากไปทำงานที่อเมริกาไหมล่ะ” ถวิลถามแตง
   “พูดจริงหรือ แล้วจะไปยังไง ฉันไม่รู้จักใครสักคน เงินค่าเดินทางก็ไม่มี” แตงยังงงอยู่
   “ถ้าอยากไปฉันจะแนะนำเอเย่นต์ให้ เขาจะจัดการทุกอย่าง ออกค่าใช้จ่ายให้ก่อน แล้วเธอทำงานผ่อนใช้เขาทีหลัง” ถวิลตอบ “เย็นนี้ไปกับฉันไปเจอเฮียย้ง จะได้จัดการเรื่องให้เสร็จไปเลย”
   “เอ้อ...วันนี้ฉันไม่มีเงินเลย” แตงบอกด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ รู้สึกอายเหมือนกัน แต่เรื่องงานทำให้แตงเกิดความกระตือรือร้น
   “ฉันออกเงินไปก่อน แล้วจะไปเบิกเฮียเขาทีหลัง เงินที่ฉันสำรองจ่ายเธอก็หักใช้เฮียเขาทีหลัง”
   ตอนนั้นแตงไม่ได้คิดอะไรมาก ขอแต่ให้มีงานทำ มีเงินมาซื้อข้าวกิน แตงคิดว่าถ้าได้ไปทำงานที่อเมริกาจะไม่บอกชด จะหนีไปเฉยๆ พอกันทีชีวิตคู่ที่มีแต่ความทุกข์ เห็นถวิลแล้วก็พอจะบอกได้ว่าเขามีรายได้ดี ดูจากการแต่งตัว และดูจากที่เขามีปัญญาส่งเสียแม่ ถึงขนาดปลูกบ้านให้แม่ ถ้าแตงมีเงินและมีปัญญาส่งเสียพ่อแม่ขึ้นมาบ้าง พ่อก็คงจะหายโกรธ
   เย็นวันนั้นแตงก็ตามถวิลเข้ากรุงเทพ ไม่มีใครรู้ว่าแตงไปไหนนอกจากแย้มเพียงคนเดียว แตงขอร้องแย้มว่าไม่ให้บอกใคร รอให้แตงได้ไปอเมริกาก่อน พอมีเงินมีทองแล้วจะติดต่อกลับมา    ถวิลออกค่ารถค่ากินทั้งหมด แตงไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว
   นั่งสัปหงกหลับๆตื่นๆมาในรถทัวร์จนกระทั่งฟ้าสางก็มาถึงกรุงเทพ นี่เป็นครั้งแรกที่แตนเข้ากรุงเทพ มองดูรอบๆตัวแล้วมันไม่เหมือนบ้านนอกที่เพิ่งจากมา รถราวิ่งกันขวักไขว่ ผู้คนรีบร้อนจะไปทำงาน แตนเห็นบรรดารถเข็นขายของกินจอดเต็มไปทั่วบริเวณท่ารถ
   ถวิลเรียกแท็กซี่ให้พาไปส่งที่ตึกแถวแห่งหนึ่ง ถวิลกดกริ่งเรียกสักพักก็มีผู้หญิงวัยกลางคน ท่าทางจะเป็นลูกจ้างมาเปิดประตูให้ “เฮียตื่นหรือยัง” ถวิลถามขึ้น
   “ตื่นแล้ว เดี๋ยวก็คงลงมา วันนี้มาแต่เช้าเชียว” หญิงคนนั้นตอบ
   “เพิ่งลงจากรถทัวร์ก็ตรงมานี่เลย” ถวิลตอบ
   “พาเด็กมาให้เฮียหรือ” ผู้หญิงคนนั้นถามต่อ”
   “ฮื่อ” ถวิลรับคำ “น้ามีอะไรก็ไปทำต่อเถอะ ฉันรอเฮียอยู่นี่แหละ”
 ห้องด้านล่างของตึกแถวคูหานี้ตกแต่งเป็นสำนักงานติดเครื่องปรับอากาศด้วย แตนมองไปรอบๆอย่างตื่นตา ห้องด้านนอกมีโซฟาสีน้ำทะเลตั้งอยู่ ถวิลบอกให้แตนนั่งคอยที่นั่น ส่วนถวิลขอตัวไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านใน ดูท่าทางถวิลคุ้นเคยกับสถานที่นี้เป็นอย่างดี โซฟาชุดนี้นั่งนิ่มดีจัง เกิดมาเพิ่งจะเคยได้นั่งเก้าอี้สบายๆแบบนี้ แตนบอกกับตัวเอง
ถวิลออกจากห้องน้ำสักพัก ผู้ชายร่างท้วมหน้าตาแบบคนจีนก็เดินลงมาจากชั้นบน เขาแต่งกายด้วยเสื้อฮาวายสีสด นุ่งกางเกงสีน้ำเงินเข้ม ที่ข้อมือมีนาฬิกาเรือนทอง นิ้วนางข้างขวาสวมแหวนมีพลอยสีแดงอยู่บนหัวแหวน ถวิลยกมือไหว้พร้อมกับพูดว่า “วันนี้ฉันพาเด็กมาให้ คนบ้านเดียวกับฉัน เพิ่งมาถึงกรุงเทพกันเมื่อกี้นี้เอง” แตนยกมือไหว้เฮีย เฮียรับไหว้พร้อมกับถามว่า “ชื่ออะไรน่ะเรา”
“ชื่อแตนค่ะ”
“อายุเท่าไหร่ เคยทำงานอะไรมาก่อน” เฮียเริ่มสัมภาษณ์
“อายุยี่สิบเอ็ดค่ะ หนูก็รับจ้างทั่วไป กวาดบ้าน ทำความสะอาด แล้วแต่จะมีใครมาจ้างค่ะ”
“แล้วนึกยังไงถึงอยากไปทำงานเมืองนอก” เฮียถามพร้อมกับหรี่ตามองแตน
“หนูมันคนหาเช้ากินค่ำ หาได้ก็ไม่พอกิน อยากจะมีงานมีเงิน มีของดีๆใช้อย่างถวิลบ้าง”
“เราทำหนังสือเดินทางให้ ออกค่าเครื่องบินให้ก่อน หางานให้ แต่ลื้อจะต้องทำงานใช้หนี้”
“แล้วจะให้หนูไปทำงานอะไรล่ะคะ” แตนถามด้วยความอยากรู้
“ไปทำร้านอาหาร พอไปถึงที่โน่นแล้วก็จะมีคนมารับแล้วเขาจะพาไปส่งที่ร้าน”
“แล้วกินอยู่ยังไงล่ะคะ”
“มีที่พักให้ กินอยู่กับนายจ้าง”
“เงินเดือนเขาให้ยังไงคะ”
“เรื่องเงินเดือนอั๊วยังบอกตอนนี้ไม่ได้ คนที่มารับเขาจะบอกเองว่าจะได้ค่าแรงเท่าไหร่ แต่ลื้อต้องจำไว้ว่าถ้าลื้อตัดสินใจไปทำงานเมืองนอก ลื้อจะต้องทำงานหักใช้หนี้ก่อนที่ลื้อจะได้ค่าแรง”
แตงพยักหน้ารับคำ
หลังจากที่ถวิลพาแตงมาฝากกับเฮียย้งแล้ว หล่อนก็ลากลับทิ้งแตงไว้ที่สำนักงานของเฮียย้ง เฮียย้งเรียกแม่บ้านคนที่แตงเจอครั้งแรกให้จัดหาที่นอนให้ เฮียบอกว่าพรุ่งนี้จะมีคนมาอีกสองคน เมื่อทำหนังสือเดินทางและขอวีซ่าเรียบร้อยเมื่อไรก็จะเดินทางกันทันที
แตงบอกตรงๆว่ายังตั้งตัวไม่ติดเลย มันรวดเร็วกระทันหันจนตัวเองก็ยังนึกไม่ถึง ตอนนั้นแตงก็ไม่คิดอะไรมาก แตงมีความหวังว่าจะได้มีงานทำ มีเงินใช้ แตงว่าตัวเองโชคดีที่มาเจอถวิลเพื่อนเก่า ทำให้มีโอกาสได้มากรุงเทพ แล้วก็ยังจะได้ไปทำงานที่อเมริกา อย่าว่าแต่จะไปเมืองนอกเลย  ตอนที่อยู่ที่บ้านยังไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้มากรุงเทพ
แม่บ้านของเฮียย้งชื่ออู๊ด ป้าอู๊ดเป็นคนเงียบขรึม เงียบจนแตงเกรงใจไม่กล้าชวนคุย ป้าอู๊ดถือโอกาสใช้แตงให้ช่วยทำงานบ้าน ป้าอู๊ดบอกว่ามาพักอยู่บ้านเขาก็ต้องช่วยเขาทำงาน จะมานั่งๆนอนๆอยู่เฉยๆไม่ได้ แตงไม่เกี่ยงหรอกเรื่องช่วยงานบ้าน แต่ป้าอู๊ดก็ถือโอกาสใช้แตงเสียจนแทบจะไม่มีเวลาพัก ง่วงแสนง่วง เพราะเมื่อคืนนั่งรถทัวร์มาก็ไม่ได้หลับเต็มที่ วันนั้นกว่าจะได้เข้านอนก็เกือบสองยาม

ขอให้ติดตามตอนต่อไปนะคะ ยังนึกชื่อเรื่องไม่ออก ใครที่ช่วยตั้งชื่อเรื่องแล้วโดนใจจะมีรางวัลให้ค่ะ
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 14, 2013, 07:51:38 pm »


....สวัสดีปีใหม่ครับ..พี่เพ็กกี้...

...ผมไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ....แอบเข้ามาอยู่บ่อยๆ..ครับ..

..ขอบพระคุณที่พี่ให้เกียรติถามถึง...

...น่าสงสารแดงนะครับ....ชิวิตในวัยสาวนั้นเต็มไปด้วยกับดักมากมาย  ส่วนน้อยเท่านั้นที่ผ่านไปได้โดยปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์..

...เมือติดกับดักแล้ว...ชีวิตที่แสนซื่อบริสุทธิ์ต้องแปรเปลี่ยนไป......น่าสงสาร..

..คนบางคนกลัวถึงขนาดไม่อยากมีลูกผู้หญิง......มันกังวลใจจนเป็นทุกข์...สังคมของเราเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป...

...อ่านเรื่องนี้แล้ว...ยังนึกชื่อเรื่องไม่ออกเหมือนกันครับ.....ตั้งง่ายๆแล้วกันว่า "แดงทนได้"...ครับ
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 14, 2013, 11:30:35 pm »

ตามมาอ่านค่ะ คุณเพ็กกี้

สงสารแตงนะคะ ปิ๋มทายว่า แตงต้องถูกหลอกไปขายตัวแน่เลย เวรกรรมแท้ ๆ ขอสงสารล่วงหน้านะคะ ชื่อเรื่องน่าจะเป็น

- ชีวิตที่เลือกได้ของ คนชื่อแตง
บันทึกการเข้า
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 20, 2013, 07:54:01 am »

ขอบคุณทั้งคุณราสส์และคุณปิ๋มที่เข้ามาช่วยตั้งชื่อเรื่องให้ เอาละค่ะ มาอ่านต่อนะคะ

ในระหว่างที่รอการเดินทางแตงก็ต้องช่วยป้าอู๊ดทำงานบ้าน แตงไม่ได้สนใจว่าเฮียย้งดำเนินการเรื่องไปทำงานเมืองนอกอย่างไร แตงคิดถึงแต่เรื่องการกินอยู่ในแต่ละวัน ตื่นเช้าขึ้นมาก็ต้องช่วยป้าอู๊ดซักผ้า ทำอาหาร ทำความสะอาดบ้าน แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าถูกป้าอู๊ดเอาเปรียบ เมื่อมีที่พักอาศัย มีข้าวกินสามมื้อแตงคิดว่าก็ยังดีกว่าอดมื้อกินมื้อเหมือนตอนที่อยู่ที่บ้านนอก   
วันต่อมามีหญิงสาวสองคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกับแตงมาที่สำนักงานของเฮียย้ง เฮียย้งบอกว่าสองคนนี้จะเดินทางไปอเมริกาพร้อมแตง ดังนั้นหญิงสาวสองคนจึงมาพักรวมกับแตง ผู้หญิงมาพักอยู่ด้วยอีกสองคนคือเล็กและหนุ่ยมาช่วยแบ่งเบาเรื่องงานบ้านไปได้บ้าง

เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ เฮียย้งก็บอกว่าหนังสือเดินทางของแตนและของผู้หญิงอีกสองคนเสร็จแล้ว อีกสองวันก็จะเดินทาง เฮียย้งให้ลูกน้องผู้หญิงคนหนึ่งพาแตนและเพื่อนร่วมเดินทางไปหาซื้อเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็น ตอนนั้นแตนไม่ได้สนใจว่าค่าซื้อของในส่วนของแตนเป็นเงินเท่าไร
เมื่อถึงวันเดินทางแตนรู้สึกตื่นเต้นมาก แตน เล็ก และหนุ่ยเดินทางไปด้วยกัน มีผู้ชายคนหนึ่งชื่อนพเดินทางไปด้วย หนุ่ยถามนพว่า เมื่อไปถึงอเมริกาแล้วจะไปพักที่ไหน นพก็ไม่ยอมบอกอะไรทั้งสิ้น พูดแต่ว่าเมื่อถึงอเมริกาแล้วจะมีคนมารับแล้วเขาจะบอกเอง ถ้าสงสัยอะไรก็รอถามเขาเอาเองก็แล้วกัน
แตงและเพื่อนร่วมทางทั้งสองคนยังไม่ได้เห็นหนังสือเดินทางของตัวเองเลยทั้งๆที่มาถึงสนามบินแล้ว หนุ่ยถามนพว่า “ขอดูพาสปอร์ตได้ไหม ตั้งแต่ได้มายังไม่เคยเห็นเลย”
“จะดูไปทำไม” นพตอบอย่างเสียไม่ได้ “อั๊วเป็นคนถือพาสปอร์ตของพวกลื้อ ประเดี๋ยวเดินตามอั๊วออกช่องซ้ายสุดนะ เขาจะไม่ถามอะไรทั้งนั้น ลื้อเดินตามอั๊วดีๆก็แล้วกัน อย่าแตกแถวล่ะ”
“พาสปอร์ตของฉันทำไมจะดูไม่ได้” หนุ่ยข้องใจ
“พาสปอร์ตของลื้อ ลื้อจะได้เห็นแน่ แต่เห็นตอนที่ทำงานใช้หนี้หมดแล้ว”
“อ้าว...” หนุ่ยอุทานด้วยความงุนงง พูดอะไรไม่ออก
“ไปได้แล้ว” นพสำทับกับทุกคน

ระหว่างที่นั่งมาในเครื่องบินหนุ่ยก็ปรารภขึ้นในขณะที่เห็นว่านพนั่งหลับ “ฉันว่ามันชอบกลนะ จะยึดพาสปอร์ตเราไว้ทำไมกัน”
เล็กออกความเห็นว่า “เฮียนพก็เหมือนหัวหน้าทัวร์ พวกกรุ๊ปทัวร์เขาจะให้หัวหน้าทัวร์ถือพาสปร์ตไว้เพื่อความสะดวก”
ส่วนแตงไม่ออกความเห็นใดๆทั้งสิ้น เธอยังงงๆกับความเปลี่ยนแปลงชีวิตครั้งใหญ่ ไม่ได้คิดถึงอนาคต ในนาทีนี้เธอมีเพื่อนร่วมเดินทางมาด้วยทั้งหมดสามคน รวมทั้งตัวเธอก็เป็นสี่ แตนคิดว่าไปถึงอเมริกาแล้วก็จะรู้เอง
หนุ่ยพูดต่อไปว่า “ทางบ้านฉันก็เตือนแล้วนะว่าให้เช็คดูให้ดี ไม่มีข้อมูลอะไรให้เรารู้เลยเกี่ยวกับงานที่จะไปทำ จะไปกินอยู่ยังไง อยู่กับใคร ไม่มีใครตอบตรงๆสักคน”
“เรามาจนถึงจุดนี้แล้ว ล้มเลิกไม่ได้แล้ว” เล็กออกความเห็นบ้าง
“มาถึงตรงนี้แล้วก็ต้องเดินหน้าต่อไป ดีกว่ากลับไปอดตายที่บ้าน” แตงพูดขึ้นบ้าง

เกิดมาก็เพิ่งจะเคยนั่งเครื่องบินกันคราวนี้ แตงคิดในใจ แตงนอนไม่ค่อยหลับ ผิดกับนพที่พอขึ้นเครื่องได้ไม่เท่าไหร่ก็นั่งหลับอย่างสบาย ถึงแม้ว่าตอนที่อยู่ที่บ้านที่หลับที่นอนของแตนก็มีเพียงแค่เสื่อผืนหมอนใบและผ้าห่มบางๆ แต่แตนก็สามารถนอนหลับได้ตลอดคืน แต่การนั่งหลับบนเครื่องบินเป็นสิ่งที่ไม่สะดวกสำหรับแตนอย่างมากๆ เพื่อนร่วมทางคนอื่นก็หลับๆตื่นๆเช่นเดียวกัน นี่เป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกในชีวิตของสามสาว
นั่งเครื่องบินคราวนี้นานมาก แตนไม่รู้ว่านานกี่ชั่วโมง รู้แต่ว่านั่งจนเมื่อย ลุกไปใช้ห้องน้ำสองสามครั้ง ทางเดินก็แคบ ที่นั่งก็แคบ ผู้โดยสารมีหลายชาติหลายภาษา อันที่จริงบนเครื่องบินก็มีภาพยนต์ให้ดู แต่แตนใช้อุปกรณ์ไม่เป็น ถึงจะใช้เป็นก็คงฟังไม่รู้เรื่อง เพราะหนังพูดภาษาอังกฤษ
หลังจากที่ทนทุกข์ทรมานในที่นั่งแคบๆมามากกว่าสิบชั่วโมง เฮียนพก็บอกว่าใกล้จะถึงลอส เองเจิลลิสหรือแอลเอ พอเครื่องจอดก็เตรียมตัวลงได้ เฮียนพบอกต่อไปว่า “พวกลื้อตามอั๊วมา อั๊วเข้าช่องไหนก็ตามอั๊วไป” เฮียนพหมายถึงเวลาผ่านเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง
ด่านที่แอลเอมีคนเดินทางมากมายจริงๆ มองไปรอบๆเห็นทั้งฝรั่งผิวขาว และคนต่างชาติหน้าตาแบบคนเอเซีย แขกก็มี ร้อยพ่อพันแม่ มองดูวุ่นวายจริงๆ  เฮียนพพาคณะของเขาไปต่อแถวซึ่งแตนเดาว่าต้องเป็นแถวของพวกที่มาแบบท่องเที่ยว แตนและพรรคพวกยืนรอคิวอยู่นานหลายชั่วโมง ในที่สุดเฮียนพก็พาคณะของเขาผ่านช่องตรวจคนเข้าเมือง หนังสือเดินทางของทุกคนอยู่กับเฮียนพ แตนเห็นเฮียนพส่งพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ และแตนก็เห็นกับตาว่าเจ้าหน้าที่ประทับตราลงในหนังสือเดินทางทุกเล่ม

หลังจากนั้นเฮียนพพาทุกคนเดินลดเลี้ยวจนออกมาถึงประตูด้านหน้า รอสักพักก็มีรถตู้คันหนึ่งมารับ คนขับรถพาคณะจากเมืองไทยไปส่งที่สำนักงานแห่งหนึ่ง รู้สึกว่าเฮียนพจะคุ้นเคยกับสถานที่เป็นอย่างดี เฮียนพบอกทุกคนว่า “เอาละ ทีนี้พวกลื้อทั้งสามคนก็เตรียมตัวขึ้นเครื่องต่อไปเมืองอื่น พวกลื้อจะต้องแยกกันตรงนี้”
“อ้าว ไม่ได้ไปด้วยกันหมดหรือนี่” หนุ่ยโวยวายขึ้น ถึงแตนจะไม่สนิทสนมกับเพื่อนร่วมทาง แต่ก็อดใจหายไม่ได้ รู้สึกว่าสาวทั้งสามจะคิดตรงกันว่าจะได้ไปทำงานในร้านอาหารแห่งเดียวกัน
“แตนไปชิคาโก หนุ่ยไปดัลลัส ส่วนเล็กไปบอสตัน อั๊วจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินภายในประเทศแล้ว เดี๋ยวจะมีคนมารับพวกลื้อไปขึ้นเครื่องต่อ”
“คนที่มารับเป็นใคร” หนุ่ยถาม
“เอาน่า พอเขามาแล้วพวกลื้อจะเห็นเอง”
สามสาวนั่งรออยู่ในสำนักงานหลายชั่วโมงจึงมีคนมารับ คนแรกที่จากไปก่อนคือเล็ก ตามมาด้วยหนุ่ย แตนนั่งรออย่างกระวนกระวาย ตอนนี้แตนเริ่มวิตกแล้ว จะไปอยู่ยังไง อยู่กับใคร ตอนนี้ตัวคนเดียวจริงๆ คนที่มารับจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ แตนกลัวขึ้นมาจริงๆ

โปรดติดตามตอนต่อไป เพ็กกี้จะพยายามมาโพสท์ต่อทุกสัปดาห์ค่ะ
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 03, 2013, 03:33:25 am »

กลับมาอ่านต่อค่ะ  เพิ่งมีเวลาว่างได้พักนี่แหล่ะค่ะ หลังปีใหม่มานี่มีงานแทบทุกวัน อิ อิ
เลยไม่ค่อยได้เข้ามาดูเลยค่ะ  ต้องขอบคุณคุณเพ็กกี้ คุณราสส์ คุณอภิญญา ที่ช่วยทำให้บ้าน
ของพวกเราคึกคัก ๆ มีชีวิตชีวาค่ะ 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF