www.psevikul.com วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ เล่าสู่กันฟัง คลีนิกเรื่องสั้น ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

60 หนาว-ร้อน ประภัสสร เสวิกุล   โต๊ะข้างหน้าต่าง
มุมกาแฟ - จิบกาแฟพลางคุยกันเรื่องงานเขียน มุมนอกชาน - งานอดิเรก
ชิงช้าหน้าบ้าน - ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ห้องใหม่ ... ไว้ใส่กลอน
ห้องสมุดเรื่องสั้น  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เชิญอ่านนิยาย(ต่อ)  (อ่าน 1652 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeggySueGuerra
Full Member
***
กระทู้: 237


ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2013, 12:01:57 am »

สวัสดีค่ะ เชิญอ่านเรื่องของแตงต่อนะคะ ท่านที่เพิ่งเข้ามาอ่าน กรุณาย้อนไปอ่านตอนแรกในกระทู้สวัสดีปีใหม่นะคะ

เชิญติดตามตอน2ได้แล้วค่ะ

ตอนที่สอง คาดไม่ถึง
ระหว่างที่นั่งรอคนมารับแตงก็เผลอหลับไป แตงนอนไม่เต็มตาตอนที่อยู่บนเครื่องบิน อเมริกากับเมืองไทยอยู่กันคนละซีกโลก เวลาที่ลอส เองเจิลลิสเป็นเวลากลางวัน แต่ที่เมืองไทยเป็นเวลากลางคืน แตงยังปรับตัวเข้ากับเวลาท้องถิ่นไม่ทัน  หลับไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้  จนกระทั่งเฮียนพมาปลุกและบอกว่ามีคนมารับแล้ว คนที่มารับเป็นหญิงไทยอายุประมาณสามสิบเศษ ผิวขาวจัด ดูท่าทางจะมีเชื้อจีน รูปร่างท้วม หญิงคนนี้แต่งตัวเต็มที่ ใส่กางเกงบลูจีนและเสื้อยืดค่อนข้างรัดรูป เสื้อยืดก็คว้านต่ำจนเห็นร่องอก แตงเห็นกางเกงของเธอมีรอยขาดตรงหัวเข่าสองข้างแล้วก็ให้นึกแปลกใจ เพราะมันขัดกับการสวมเครื่องประดับอย่างเต็มที่ของผู้หญิงคนนี้ ส่วนไหนของร่างกายที่สวมเครื่องประดับได้ เธอก็จะไม่ปล่อยให้ร่างกายส่วนนั้นว่าง แม้กระทั่วคิ้วเธอก็ยังเจาะคิ้วและใส่เครื่องประดับ นิ้งนางซ้ายก็มีแหวนเพชรเม็ดเขื่อง ท่าทางก็ดูมีเงิน แต่ทำไมนุ่งกางเกงขาดตอนหลังแตงถึงได้รู้ว่ากางเกงบลูจีนขาดๆนี่แหละเป็นสิ่งที่หลายคนนิยม ยิ่งเก่ายิ่งขาดยิ่งราคาแพง  ผู้หญิงคนนี้สวมแว่นกันแดดขนาดใหญ่ที่ปิดบังใบหน้าเกือบครึ่ง เฮียนพแนะนำว่าคนที่มารับชื่อลินดา ลินดาพาแตงนั่งรถตู้คันเดิมกลับไปที่สนามบิน

ลินดาบอกว่าเราสองคนจะเดินทางไปชิคาโกด้วยสายการบินในประเทศ ซึ่งทางออกอยู่คนละตึกกับทางเข้าของสายการบินระหว่างประเทศ แตงฟังแล้วก็ไม่เข้าใจ จึงได้แต่เดินตามลินดาไป

เครื่องบินโดยสารภายในประเทศมีขนาดเล็กกว่าลำที่แตงนั่งมาจากเมืองไทย ลินดาบอกว่าจะต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่ฮิวส์ตันก่อน แล้วจึงจะไปถึงจุดหมายปลายทาง ระหว่างที่นั่งเครื่องบินไปด้วยกันแตงถามว่า “หนูจะไปทำงานอะไรที่ชิคาโก”
“ไปทำร้านอาหาร” ลินดาตอบสั้นๆ
“ร้านชื่ออะไรหรือคะ” แตงถามต่อ
“เอาน่า ไปถึงแล้วก็เห็นเองแหละ” ลินดาตอบอย่างรำคาญพร้อมกับทำท่าว่าอยากจะงีบ ทำให้แตงไม่กล้าถามต่อ แตงรู้สึกไม่สะดวกใจที่จะพูดคุยกับลินดา เธอมีบุคคลิกที่ดูลึกลับและน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก

ในที่สุดแตงก็มาถึงชิคาโกเมื่อเวลาสองทุ่ม แตงแปลกใจมากที่เห็นฟ้ายังสว่างอยู่ ถ้าเป็นที่เมืองไทยเวลาสองทุ่มก็มืดแล้ว แตงยังเข้าใจว่าดูเวลาผิด จะถามลินดาก็ไม่กล้า เพราะดูเหมือนเธอไม่อยากจะสนทนาด้วย พอออกจากสนามบินลินดาก็เรียกแท็กซี่ให้พาไปส่งที่ร้านอาหารไทย แตงคิดว่าคงจะเป็นร้านที่แตงจะมาทำงาน แต่ลินดากลับบอกว่า “แวะกินข้าวก่อนแล้วจะได้พาไปที่พัก” แตงเข้าใจว่าที่พักกับที่ทำงานอยู่คนละที่กัน
ร้านอาหารไทยในต่างประเทศไม่เหมือนร้านอาหารที่เมืองไทย  ตอนอยู่เมืองไทยแตงไม่มีโอกาสไปกินอาหารตามภัตตาคารเพราะความยากจน ได้ส้มตำที่ขายข้างถนนก็ดีถมไปแล้ว ร้านอาหารไทยที่นี่ตกแต่งด้วยเครื่องประดับจากเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพติดฝาผนัง เครื่องไม้แกะสลัก แม้แต่ผ้าปูโต๊ะที่ถูกปิดทับด้วยกระจกใสก็ยังเป็นผ้าโสร่งปาเต๊ะที่มีสีสันฉูดฉาด ที่เมืองไทยเขาคงจะถือกัน โดยเฉพาะลูกค้าผู้ชายคงจะรังเกียจที่เห็นผ้านุ่งมาอยู่บนโต๊ะอาหาร แต่แตงก็ไม่กล้าพูดให้ลินดาฟัง

ลินดาไม่ถามแตงเลยว่าอยากจะสั่งอะไร เธอจัดการสั่งอาหารเองทั้งหมด อาหารของร้านนี้รสชาติพิลึก ลินดาสั่งไก่ผัดกะเพรา แกงเขียวหวาน และผัดผักรวม พอกินผัดกะเพราเข้าไปคำแรกก็รู้สึกถึงรสอาหารที่เพี้ยน กินเข้าไปอีกสองคำจึงรู้ว่าเขาใส่ใบโหระพาแทน มันน่าจะเรียกว่าผัดโหระพามากกว่าผัดกะเพรา ดูเหมือนลินดาจะเดาความคิดของแตงได้ เธอพูดว่า “ชิคาโกเป็นเมืองหนาวเพาะปลูกพืชเมืองร้อนได้ยาก โหระพาหาได้ง่ายกว่ากะเพรา” 
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง “ แตงนึกในใจ
“ดีนะที่เธอมาตอนหน้าร้อน เธอจะได้ปรับตัวเข้ากับอากาศที่นี่ได้  หน้าร้อนพระอาทิตย์ตกดินช้า กว่าจะมืดก็สามทุ่มไปแล้ว แต่ตอนหน้าหนาวจะมืดเร็ว สี่โมงเย็นก็มืดแล้ว” ลินดาอธิบายต่อ
มีอะไรหลายอย่างที่แตงอยากจะถามลินดา แต่พออ้าปากจะถามลินดาก็พูดว่า “รีบๆกินเถอะจะได้ไปที่พัก” พูดแบบแตงก็ต้องกลืนคำถามทั้งหมด

ออกจากร้านอาหารลินดาเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่สถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่หลังศูนย์การค้าขนาดกลาง แท็กซี่ต้องอ้อมไปด้านหลังของตึก และจอดลงหน้าร้านแห่งหนึ่งที่ประดับไฟนีออน ป้ายเขียนว่าอะไรแตงอ่านไม่ออกเพราะเป็นภาษาอังกฤษ “นี่หรือที่พัก” แตงนึกในใจ “ทำไมมันดูลึกลับจัง มันเป็นเหมือนตึกแถวที่ปิดทึบ มองจากภายนอกไม่เห็นข้างในเลย” แตงรู้สึกหวาดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ลินดากดกริ่งสักพักก็มีคนมาเปิดประตู

ภายในเป็นร้านที่เปิดไฟสลัวๆ แตงเห็นผู้หญิงสาวหลายคนนั่งอยู่ในบริเวณที่รับแขก แต่ละคนก็แต่งกายแบบเปิดเผยเนื้อตัว ส่วนใหญ่ก็จะนุ่งกางเกงขาสั้นมาก ใส่เสื้อยืดรัดรูป บางคนก็ใส่สายเดี่ยว ทุกคนแต่งหน้าจัดมาก แตงเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล จึงทำใจกล้าถามลินดาว่า “พี่พาหนูมาที่นี่ทำไม ไหนว่าจะพาไปที่พักไง”
ลินดาตอบว่า “เธอพักที่นี่ ตามฉันมา ฉันจะพาเธอไปดูห้องพัก”
แตงเริ่มงงแล้ว แต่ก็เดินตามลินดาขึ้นไปชั้นสาม “เธอนอนรวมกับพวกผู้หญิงคนอื่นในห้องนี้” ลินดาบอก
ห้องที่แตงเห็นมีขนาดใหญ่มาก มีเตียงแบบสองชั้นอยู่ประมาณห้าเตียง และเตียงเดี่ยวตั้งอยู่ด้านซ้ายมือ มีตู้สำหรับเก็บของหลายใบ แตงสังเกตว่าห้องนี้ไม่มีหน้าต่าง ลินดาบอกต่อไปว่า “เธอนอนเตียงเดี่ยวก็แล้วกันนะ เอาของเก็บไว้ในตู้ใบสุดท้าย”
“พี่ แล้วร้านอาหารที่หนูจะไปทำงานอยู่ที่ไหน เวลาไปทำงานจะไปยังไง” แตงตัดสินใจถามลินดาให้หายข้องใจ
“เธอทำงานที่นี่แหละ วันนี้ให้พักก่อนแล้วค่อยเริ่มงานพรุ่งนี้”
“อะไรนะพี่ ไหนพี่บอกว่าหนูจะไปทำงานร้านอาหารไง แต่นี่มันไม่ใช่....”
พูดยังไม่ทันจบลินดาก็สวนขึ้นว่า “เธอไม่มีทางเลือก เธอต้องทำงานนวดลูกค้าที่นี่ อย่าลืมว่าเธอเป็นหนี้ค่าเครื่องบินและค่าใช้จ่ายต่างๆก่อนที่เธอจะเดินทาง เธอมาอยู่ที่นี่ต้องทำงานใช้หนี้ก่อนที่เธอจะเป็นอิสระ ฉันมีพาสปอร์ตของเธอ จะคืนให้เมื่อเธอทำงานใช้หนี้หมด อย่าได้คิดหนีล่ะ ถ้าถูกจับได้ฉันไม่รับรองความปลอดภัย”
มาถึงตอนนี้แตงร้องไห้โฮ “นี่มันหลอกกันชัดๆเลย บอกว่าจะให้มาทำร้านอาหาร แต่กลายเป็นร้านนวด”
“หยุดพูดเลยนะถ้าไม่อยากเจ็บตัว เธอสมัครใจที่จะมาทำงานที่อเมริกา เธอยอมรับข้อตกลงตั้งแต่อยู่ที่เมืองไทย ตอนนี้เธอเป็นหนี้ฉันสี่หมื่นห้าพันดอลล่าร์ ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็หนึ่งล้านสามแสนห้าหมื่นบาท ถ้าเธอขยันทำงานเธอก็จะปลดหนี้ได้เร็วขึ้น”
“อะไรกัน ทำไมเป็นหนี้มากมายขนาดนี้ ค่าเครื่องบินค่าเสื้อผ้า ค่าที่พักไม่น่าจะถึงล้าน”
“เธอไม่มีหน้าที่ออกความเห็น ทำตามที่ฉันบอก หรืออยากจะลองดี ฉันมีวิธีจัดการกับคนที่ดื้อและต่อต้าน เธอบริการลูกค้าแต่ละครั้งทางร้านเก็บจากลูกค้าร้อยยี่สิบดอลล่าร์ เธอจะได้ส่วนแบ่งห้าสิบดอลล่าร์ แต่เธอยังไม่ได้เงินหรอกนะ ฉันจะรับค่าแรงของเธอแล้วก็หักใช้หนี้จนกว่าจะหมด อ้อ ถ้าเธอมีความจำเป็นต้องใช้เงินซื้อของส่วนตัว อย่างพวกผ้าอนามัย แปรงสีฟัน ยาสีฟันก็บอกฉัน ฉันก็จะให้เงินเธอซื้อของจำเป็นบ้าง ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด ถ้าอยากได้ของใช้บอกแม่บ้านเขาจะจัดหาให้”
แตนตกตะลึงจนพูดไม่ออก น้ำตาไหลพรากด้วยความเจ็บใจที่โดนหลอก
“อย่ามาทำสำออยบีบน้ำตา ทุกคนที่มาใหม่ๆก็อย่างนี้ทุกคน พออยู่ไปนานๆบางคนก็สนุกไปกับงาน ไม่อยากเลิกก็มี บางคนเจอลูกค้าถูกใจบริการ ได้ดิบได้ดีไปก็มี แต่ฉันบอกเสียก่อนนะ ถ้าเธอเจอลูกค้าที่ติดใจเธอ อยากเลี้ยงดูเธอ เขาจะต้องจ่ายหนี้ของเธอให้หมดก่อนที่เขาจะพาเธออกไปจากที่นี่ได้”

ต้องรอติดตามตอนต่อไปว่าแตงคิดจะทำอะไร จะหนีหรือว่ายอมจำนนกับสถานการณ์ ต้องรอลุ้นค่ะ ไม่นานเกินรอ
บันทึกการเข้า
อภิญญา
Full Member
***
กระทู้: 187



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2013, 05:22:39 pm »

ว่าแล้วไง คุณเพ็กกี้ สงสารแตง
บันทึกการเข้า
Rass
Full Member
***
กระทู้: 118



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2013, 08:10:02 pm »


...เหตุการณ์แบบนี้..

...มีให้เห็นบ่อยๆ..

..แต่ก็ไม่จำกัน..

..แต่ก็น่าเห็นใจ...ความจนบีบบังคับ..

..เป็นนรกสำหรับผู้ที่หลงเข้าไป..
บันทึกการเข้า
ชุติมา-ประภัสสร
Global Moderator
Sr. Member
*****
กระทู้: 446



ดูรายละเอียด อีเมล์ : Email
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 03, 2013, 07:40:45 pm »

ต้องบอกว่า ว่าแล้วไง เหมือนที่คุณปิ๋มบอกนั่นเลย...
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF